ตอนที่ 1: เช้าวันที่กล้วยทอดกล้วย
เสียงนาฬิกาปลุกดังขึ้นตอนหกโมงครึ่ง เหมือนทุกเช้าวันจันทร์ที่น่าเบื่อ
กล้วยยื่นมือไปตบมือถือจนเสียงหยุด แล้วนอนนิ่งอีกห้านาทีตามประสาคนที่เกลียดวันจันทร์ ผมยาวสีดำกระจัดกระจายบนหมอน ใบหน้าจมอยู่ในผ้าห่ม
"อีกห้านาที..." เธอพึมพำ
สิบห้านาทีผ่านไป
"ฉิบ—!"
กล้วยกระโดดลุกขึ้น วิ่งเข้าห้องน้ำคอนโดเล็กๆ ย่านลาดพร้าวของเธอ ห้องรกตามประสาคนอยู่คนเดียว กองเอกสารจากออฟฟิศวางระเกะระกะบนโต๊ะ จานที่ยังไม่ได้ล้างสองใบในซิงก์ แต่สิ่งที่โดดเด่นที่สุดคือกะทะเหล็กหล่อสีดำขนาดใหญ่ที่วางอยู่มุมครัว — มรดกจากย่าที่เพิ่งจากไปเมื่อสองเดือนก่อน
"อย่าทิ้งกะทะนี้เด็ดขาดนะลูก" — คำสั่งเสียของย่ายังก้องอยู่ในหู
กล้วยไม่เคยเข้าใจว่าทำไมย่าถึงหวงกะทะเก่าๆ ขนาดนั้น มันหนักจะตาย แถมมีลายอะไรก็ไม่รู้ที่ก้นกะทะ ดูเหมือนอักษรโบราณ แต่เธอก็ไม่เคยสนใจดู
เช้านี้ตู้เย็นมีแค่กล้วยหอมสองลูก ไข่หมดแล้ว ขนมปังก็หมด
"กล้วยทอดก็ได้วะ..." เธอบ่นพลางหยิบกล้วยหอมมาปอก
เธอมองกะทะเทพที่วางอยู่ แล้วมองกระทะเทฟลอนที่ด้ามหลุดครึ่งนึง ถอนหายใจ หยิบกะทะเหล็กหล่อของย่าขึ้นมาตั้งบนเตา
"ขอโทษนะย่า วันนี้หลานยืมทอดกล้วย"
น้ำมันร้อนจัดในกะทะ กล้วยหย่อนกล้วยหอมหั่นชิ้นลงไป เสียงจี่ฟี้ดังสนั่นครัวเล็กๆ กลิ่นหอมฟุ้งไปทั่วห้อง — หอมกว่าทุกครั้งที่เคยทอดแบบอธิบายไม่ได้
ถ้ากล้วยสังเกตดีๆ เธอจะเห็นว่าอักษรที่ก้นกะทะเรืองแสงวาบเมื่อน้ำมันร้อนจัด แต่เช้าวันจันทร์ไม่มีใครสังเกตอะไรทั้งนั้น
กล้วยทอดเสร็จ ตักใส่จาน กัดคำแรก
"อืม—!"
มันอร่อยชะมัด หวานกรอบนอกนุ่มใน มีรสชาติอะไรบางอย่างที่อธิบายไม่ได้ เหมือนมีพลังอะไรซ่าๆ ไหลลงไปในท้อง กล้วยกินหมดเกลี้ยงในสองนาที เลียนิ้วแล้วรีบคว้ากระเป๋าวิ่งออกจากห้อง
ลืมล้างกะทะ — เหมือนทุกครั้ง
---
ออฟฟิศบริษัทส่งออกผลไม้ "โกลเด้นฟรุ๊ต" ชั้น 12 ตึกสำนักงานย่านอโศก
กล้วยนั่งจิ้มเลขในคอมพิวเตอร์ไปเรื่อย รายงานบัญชีรายจ่ายประจำเดือน ชีวิตที่น่าเบื่อในแบบที่เธอคุ้นเคย วิทยุในออฟฟิศเปิดคลื่นข่าว แต่ไม่มีใครสนใจฟัง
"...กรมควบคุมโรคยืนยันว่าสถานการณ์ยังอยู่ในการควบคุม ผู้ป่วยอาการคล้ายไข้หวัดที่มีผิวหนังเปลี่ยนสีพบมากขึ้นในเขตกรุงเทพฯ แต่ยังไม่มีรายงานผู้เสียชีวิต..."
"พี่กล้วย ไปกินข้าวกลางวันกันไหมครับ?" เพื่อนร่วมงานเรียก
"เดี๋ยวก่อนนะ ขอปิดงานอีก—"
เสียงกรีดร้องดังมาจากชั้นล่าง
ทุกคนหันไปมอง กล้วยลุกขึ้นเดินไปที่หน้าต่าง มองลงไปที่ถนนข้างล่าง
ตอนแรกเธอคิดว่าตาฝาด
คนบนถนนกำลังวิ่งหนีอะไรบางอย่าง — ไม่ใช่ ไม่ใช่ "อะไรบางอย่าง" มันเป็น คน หรือเปล่า? ร่างที่เดินกะเผลก ผิวหนังเปลี่ยนเป็นสีเขียวอมเหลือง ผมร่วงหมดหัว มีเถาอะไรบางอย่างพันรอบแขน พวกมันเคลื่อนที่เร็วกว่าที่คิด ไล่คว้าคนที่วิ่งหนี กัด ข่วน แล้วปล่อย เหมือนแค่ต้องการ แพร่ อะไรบางอย่าง
"นั่น... นั่นอะไรวะ?" ใครบางคนในออฟฟิศพูดเสียงสั่น
โทรศัพท์ทุกเครื่องดังพร้อมกัน — ข้อความเตือนภัยจากรัฐบาล
[แจ้งเตือนฉุกเฉิน] กรุณาอยู่ในที่พักอาศัย ล็อกประตูหน้าต่าง ห้ามออกนอกอาคาร สถานการณ์อยู่ในการควบคุม
"สถานการณ์อยู่ในการควบคุม" — ประโยคเดิมที่ได้ยินมาสองสัปดาห์แล้ว
เสียงกระจกแตกดังสนั่นจากชั้นล่าง ตามด้วยเสียงกรีดร้องที่ดังขึ้นเรื่อยๆ ใกล้ขึ้นเรื่อยๆ
ลิฟต์ดังเสียง "ติ๊ง"
ประตูลิฟต์เปิดออก
สิ่งที่เดินออกมาไม่ใช่คน — หรืออาจจะ เคยเป็น คน ร่างผิวเขียวอมเหลืองที่มีเส้นเถาพันรอบตัว ดวงตาขาวโพลน ปากอ้าส่งเสียงแหลมเล็กที่ไม่ใช่เสียงมนุษย์ กลิ่นหวานเอียนคลุ้งมาเต็มออฟฟิศ — กลิ่นกล้วยสุกงอม
ทุกคนกรีดร้องพร้อมกัน
ความโกลาหลปะทุขึ้นในชั่วพริบตา เก้าอี้ล้ม คนวิ่งชนกัน มีคนถูกคว้าขาลากไป กล้วยยืนแข็งทื่อ หัวใจเต้นรัว ขาสั่น สมองสั่งให้วิ่งแต่ร่างกายไม่ขยับ
ย่า... ย่าช่วยหนูด้วย
ซอมบี้ผิวเขียวอีกตัวพุ่งเข้ามาทางเธอ กล้วยกรีดร้อง กระโดดหลบ คว้าเก้าอี้สำนักงานฟาดไปที่หัวมัน เก้าอี้หักเป็นชิ้นๆ แต่มันแค่สะดุดล้มแล้วลุกขึ้นมาใหม่
กล้วยวิ่ง ไม่มองหลัง ไม่คิดอะไรนอกจาก วิ่ง
เธอพุ่งเข้าบันไดหนีไฟ วิ่งลงบันไดข้ามสามขั้นต่อก้าว เสียงฝีเท้าและเสียงแหลมเล็กไล่ตามมาจากข้างบน กลิ่นกล้วยสุกงอมโชยมาตลอดทาง
สิบสองชั้น วิ่งลงสิบสองชั้น
กล้วยแทบจะคลานออกมาจากตึก ถนนข้างนอกเป็นสนามรบ รถชนกัน คนวิ่งหนี ซอมบี้เดินเป็นฝูง ควันลอยขึ้นจากตึกไกลๆ เสียงไซเรนดังไม่หยุด
โลกที่เธอรู้จัก — โลกที่น่าเบื่อ โลกที่ตื่นมาจิ้มเลขทุกวัน — พังทลายลงแล้ว
กล้วยยืนหอบอยู่กลางถนนอโศกที่กลายเป็นนรก น้ำตาไหลโดยไม่รู้ตัว
มีอย่างเดียวที่เธอคิดได้
ต้องกลับคอนโด
ความคิดเห็น
ยังไม่มีความคิดเห็น