ตอนที่ 2: แขนที่ไม่ใช่ของฉัน
กล้วยวิ่ง
ไม่ใช่วิ่งจ๊อกกิ้งในสวนสาธารณะแบบที่เคยคิดว่าจะทำทุกเช้า (แต่ไม่เคยทำสักที) นี่คือวิ่งหนีตาย วิ่งจนปอดแทบระเบิด วิ่งจนรองเท้าส้นเตี้ยที่ใส่ไปทำงานแทบหลุดจากเท้า
ถนนอโศกที่เคยติดรถจนขยับไม่ได้ ตอนนี้ติดซากรถที่ชนกันจนขยับไม่ได้เหมือนกัน — แค่ไม่มีคนนั่งบีบแตรอีกต่อไป
กล้วยลอดใต้ท้องรถบัสที่พลิกตะแคง ข้ามร่างคนที่เธอไม่อยากมองใกล้ๆ ว่ายังหายใจอยู่หรือเปล่า เสียงไซเรนดังอยู่ไกลๆ แต่ไม่มีใครมาช่วยใคร ทุกคนวิ่งหนีเหมือนกันหมด
ระหว่างทางเธอเห็นซอมบี้ผิวเขียวอีกหลายตัว — ส่วนใหญ่เป็นระดับที่เห็นในออฟฟิศ ผิวเขียวอมเหลือง เคลื่อนไหวเร็วแต่ดูสับสน เหมือนเพิ่งตื่นนอนแล้วยังไม่รู้ว่าตัวเองอยู่ที่ไหน บางตัวเดินวนอยู่กับที่ บางตัวพุ่งใส่คนที่วิ่งผ่าน
สิ่งแปลกคือ — ไม่มีตัวไหนพุ่งใส่กล้วยเลย
เธอวิ่งผ่านซอมบี้ตัวหนึ่งห่างไม่ถึงสองเมตร มันหันมามองเธอ ดวงตาขาวโพลนจ้องนิ่ง จมูกที่เหลือเป็นแค่รูสองรูสูดอากาศ
แล้วมันก็หันหนีไป
บ้าอะไรวะ?
กล้วยไม่มีเวลาคิด เธอวิ่งต่อ
---
คอนโดย่านลาดพร้าวอยู่ห่างจากออฟฟิศราวแปดกิโลเมตร ปกติเธอนั่ง BTS แล้วต่อรถเมล์ ใช้เวลาชั่วโมงครึ่ง (ชั่วโมงครึ่งที่เธอบ่นทุกวัน)
วันนี้เธอวิ่ง ใช้เวลาเกือบสองชั่วโมง
พอถึงล็อบบี้คอนโดเก่าเจ็ดชั้นที่เธออยู่ กล้วยแทบจะล้มคว่ำ หัวเข่าอ่อน มือเกาะราวบันไดสั่นเทิ้ม เหงื่อท่วมตัว ขาสั่นจนแทบยืนไม่ไหว
ลิฟต์ไม่ทำงาน — ไฟดับทั้งตึก
"แน่นอน..." เธอหอบ "ต้องเดินขึ้นหกชั้นอีก..."
เธอเดินขึ้นบันไดทีละขั้น ทุกก้าวหนักเหมือนแบกตะกั่ว ตึกเงียบจนน่าขนลุก เธอได้ยินเสียงร้องไห้จากห้องไหนสักห้อง เสียงตะโกนจากอีกห้อง แต่ไม่มีใครเปิดประตูออกมา
พอถึงชั้น 6 กล้วยล้วงกุญแจมือสั่น ไขประตูเข้าห้องแล้วล็อกทุกชั้น ดันตู้รองเท้ามาขวางประตูเพิ่มอีกชั้น แล้วนั่งหอบอยู่กับพื้น
ปลอดภัยแล้ว — หรือเปล่า?
เธอนั่งอยู่อย่างนั้นสิบนาที หายใจเข้าออกลึกๆ พยายามสงบสติ เสียงหัวใจตัวเองดังก้องหู
สงบ กล้วย สงบ เธอรอดมาแล้ว
เมื่อลมหายใจเริ่มเป็นปกติ กล้วยลุกขึ้นยืน เดินไปหยิบน้ำดื่มในตู้เย็น (ที่ไม่เย็นแล้วเพราะไฟดับ) ดื่มรวดเดียวหมดขวด
แล้วเธอก็มองเห็นมือตัวเอง
มือซ้าย — มือที่จับขวดน้ำอยู่
ผิวหนังบริเวณท่อนแขนล่างเปลี่ยนสี
กล้วยกะพริบตาสามครั้ง วางขวดน้ำลง ยกแขนซ้ายขึ้นมาดูใกล้ๆ
ผิวจากข้อศอกถึงข้อมือกลายเป็นสีเหลืองอมเขียว — ไม่ใช่สีของรอยฟกช้ำหรือแพ้อะไร แต่เป็นสีที่มีพื้นผิว มีลวดลาย ลายเส้นยาวๆ เหมือน... เหมือนเปลือกกล้วย
"อะไร..."
เธอเอามืออีกข้างไปลูบ ผิวตรงนั้นเรียบและแข็งกว่าปกติเล็กน้อย ไม่เจ็บ ไม่คัน แค่... ไม่ใช่ผิวของเธอ
"อะไรว่ะ?! อะไรวะนี่?!"
กล้วยวิ่งเข้าห้องน้ำ เปิดก๊อก (น้ำยังไหลอยู่ ขอบคุณพระ) ขัดแขนอย่างบ้าคลั่ง สบู่ แปรง น้ำ ขัดจนแดง แต่สีนั้นไม่หายไปไหน มันเป็นส่วนหนึ่งของเธอ
เธอมองกระจก
ตาซ้าย — ม่านตาที่เคยเป็นสีน้ำตาลเข้ม ตอนนี้กลายเป็นสีเหลือง ไม่ใช่เหลืองซีดแบบดีซ่าน แต่เป็นเหลืองสดใส เหลืองแบบ... กล้วยสุก
"ไม่... ไม่ ไม่ ไม่ ไม่ ไม่"
กล้วยถอยหลังจนหลังชนผนัง เข่าอ่อน ทรุดลงนั่งกับพื้นห้องน้ำ น้ำตาเริ่มไหล
เหมือนพวกมัน ฉันเริ่มเหมือนพวกมัน
ภาพซอมบี้ผิวเขียวในออฟฟิศแวบขึ้นมาในหัว ผิวที่เปลี่ยนสี ดวงตาที่เปลี่ยน มันเหมือนกัน — แค่ของเธอยังไม่ลุกลามเท่านั้น
แต่... แต่ทำไมฉันยังคิดได้ ยังรู้สึกได้ ยังร้องไห้ได้?
เธอนั่งร้องไห้อยู่กับพื้นห้องน้ำนานเท่าไหร่ไม่รู้ อาจจะสิบนาที อาจจะครึ่งชั่วโมง เวลาไม่มีความหมายอีกต่อไปเมื่อโลกพังทลาย
---
เมื่อน้ำตาแห้ง สิ่งที่แทนที่ไม่ใช่ความสงบ แต่เป็นความหิว
หิวโหยแบบที่ไม่เคยรู้สึกมาก่อน ไม่ใช่หิวธรรมดาที่ท้องร้อง แต่เป็นความหิวที่มาจากลึกข้างใน เหมือนเซลล์ทุกเซลล์ในร่างกายกำลังร้องขออาหาร
กล้วยลุกขึ้น เดินไปที่ครัว มือสั่นๆ เปิดตู้ — มาม่าสองซอง ปลากระป๋องหนึ่งกระป๋อง ข้าวสารเหลืออยู่นิดหน่อย
แต่สายตาเธอหยุดที่กะทะเหล็กหล่อที่วางอยู่มุมครัว กะทะย่า — กะทะที่เธอใช้ทอดกล้วยเมื่อเช้านี้ ยังมีคราบน้ำมันเหลืออยู่ (เพราะเธอลืมล้าง ตามเคย)
มีอะไรบางอย่างดึงดูดเธอเข้าหากะทะ เหมือนแม่เหล็ก
กล้วยยื่นมือขวาไปจับด้ามกะทะ
ความรู้สึกอุ่นแผ่ซ่านจากฝ่ามือขึ้นมาตามแขน ไม่ร้อนจนเจ็บ แค่... อุ่นสบาย เหมือนมือย่าจับมือเธอตอนเด็กๆ
"ย่า...?"
กะทะไม่ได้ตอบ (แน่นอนว่ามันเป็นกะทะ) แต่ความรู้สึกอุ่นนั้นไม่หายไป ตราบใดที่เธอยังจับมันอยู่
กล้วยยกกะทะขึ้นมา — หนักแค่ไหนเมื่อเช้าเธอจำได้ หนักจนต้องใช้สองมือยก
แต่ตอนนี้เธอยกได้ด้วยมือเดียว
อะไรวะ?
เธอยกกะทะขึ้นลงสองสามครั้ง เหมือนยกดัมเบลล์ ไม่หนักเลย ราวกับยกจานเปล่า
กล้วยวางกะทะลง แล้วลองทำอย่างอื่น เธอเดินไปที่โต๊ะ หยิบแฟ้มเอกสารหนาที่หอบมาจากออฟฟิศ — แฟ้มที่ปกติเธอต้องใช้สองมือแบก
มือซ้าย มือที่ผิวเปลี่ยนสี บีบแฟ้มเอกสาร
แฟ้มเบี้ยว
"โอ้โห..." กล้วยตาโตมองมือตัวเอง ไม่รู้จะรู้สึกกลัวหรือทึ่ง
เธอลองอีก คราวนี้หยิบกระป๋องปลาที่เปิดฝาไม่ออก — กระป๋องที่เธอต้องใช้ที่เปิดกระป๋องทุกครั้ง มือซ้ายบีบขอบกระป๋อง ฝาป๊อกเปิดออกเองราวกับเปิดกล่องขนม
"ฉันเป็นอะไร..."
ไม่มีใครตอบ
กล้วยนั่งลงกลางห้อง มองแขนซ้ายที่เปลี่ยนสี มองมือที่มีพลังแปลกๆ สมองพยายามประมวลผลทุกอย่าง — ซอมบี้บุกเมือง แขนเธอเปลี่ยน ตาเธอเปลี่ยน แต่เธอยังเป็นเธอ
ฉันติดเชื้อ... แต่ฉันไม่ได้กลายร่าง? ทำไม?
คำตอบมาในรูปแบบของกลิ่น — กลิ่นกล้วยทอดจากกะทะเทพที่ยังคงอ่อนๆ อยู่ในอากาศ
เธอยังไม่เข้าใจ แต่ลึกๆ ในสัญชาตญาณ เธอรู้สึกว่ากะทะนั้นมีส่วนเกี่ยวข้อง
---
เสียงนั้นดังขึ้นตอนหัวค่ำ
คะ-รึด คะ-รึด คะ-รึด
เสียงเล็บ — หรืออะไรก็ตามที่แข็งกว่าเล็บ — ครูดผนังด้านนอก
กล้วยที่กำลังนั่งกินปลากระป๋องในความมืด (ไฟยังไม่มา ใช้แสงเทียนจากเทียนที่เก็บไว้ตั้งแต่ไฟดับครั้งก่อน) หยุดเคี้ยว
คะ-รึด คะ-รึด
เสียงมาจากระเบียง
กล้วยวางกระป๋องลงเบาที่สุด ค่อยๆ หันไปมองกระจกบานเลื่อนที่เปิดออกสู่ระเบียง — เธอลืมปิดม่าน
เงาร่างอยู่ด้านนอก ห้อยโหนอยู่บนระเบียงชั้น 6 ราวกับเป็นเรื่องปกติที่คนจะปีนตึกด้วยมือเปล่า
ไม่ — ไม่ใช่คน
ซอมบี้ ผิวเหลืองอมเขียว ตัวนี้ใหญ่กว่าพวกที่เห็นในออฟฟิศ กล้ามเนื้อที่ป่องออกจากเสื้อขาด มีเส้นเถาพันรอบแขนหนาเป็นเชือก ดวงตาขาวโพลนจ้องผ่านกระจกเข้ามา
ซอมบี้กล้วยห่าม ระดับ 2
มันไม่ได้เดินสะเปะสะปะแบบพวกซอมบี้กล้วยดิบ มันมี จุดหมาย มันรู้ว่ามีคนอยู่ข้างใน
"นี่ชั้น 6 นะเว้ย!" กล้วยกรีดเสียง "มึงปีนมาได้ไง?!"
ซอมบี้ไม่ตอบ (แน่นอน) มันยกกำปั้นทุบกระจก
กระจกร้าว
ทุบอีกที
กระจกแตก
เศษกระจกกระจายเข้ามาในห้อง ซอมบี้กล้วยห่ามมุดเข้ามาทางระเบียง ร่างใหญ่ของมันแทบจะติดกรอบกระจก กลิ่นหวานเอียนของกล้วยสุกงอมพุ่งเข้าจมูกจนแสบ
กล้วยถอยหลังจนชนตู้ มองซ้ายมองขวาหาอะไรก็ได้ที่ใช้ป้องกันตัว มีด? ไม่ ห่างไป ไม้กวาด? เปราะเกินไป เก้าอี้? ยกไม่ไหว—
สายตาเธอเหลือบไปเห็นกะทะ
กะทะเหล็กหล่อของย่า วางอยู่มุมครัวห่างจากเธอแค่สามก้าว
ซอมบี้คำราม เสียงมันไม่เหมือนเสียงคำรามของสัตว์ มันเป็นเสียงแหลมเล็กที่มาจากลำคอที่ถูกเชื้อราเปลี่ยนโครงสร้าง มันก้าวเข้ามาอีกก้าว พื้นไม้ลั่นใต้น้ำหนักของมัน
กล้วยกระโดด
เธอไม่รู้ตัวว่าเธอกระโดดไกลแค่ไหน แค่รู้ว่าร่างกายเคลื่อนที่เร็วกว่าที่เคย — เร็วกว่ามาก มือคว้ากะทะได้พอดี นิ้วรัดด้ามแน่น ความอุ่นแผ่ซ่านเข้ามาอีกครั้ง
ซอมบี้พุ่งเข้าหาเธอ ปากอ้ากว้าง มือทั้งสองข้างเอื้อมมาจะคว้า
สัญชาตญาณเข้าครอบงำ
กล้วยยกกะทะขึ้นแล้วฟาดลงไปที่หัวซอมบี้สุดแรง
แค่ง!
เสียงเหล็กหล่อกระทบกะโหลกดังสนั่นห้อง ซอมบี้กระเด็นไปชนผนัง ร่างใหญ่ล้มคว่ำ ปูนผนังร่วง
กล้วยหอบหายใจ มือสั่นจนกะทะสั่นตาม
แต่ซอมบี้ลุกขึ้น
"ไม่จริง..."
มันลุกขึ้นราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น หัวบุบไปนิดเดียว เถาที่พันตัวขยับรัดแน่นขึ้นเหมือนปกป้องร่าง มันหันมาจ้องกล้วย คำรามเสียงดังขึ้น
กล้วยกลืนน้ำลาย
ตีอีก
เธอไม่รู้ว่าเสียงนั้นมาจากในหัวเธอเองหรือมาจากไหน แค่รู้ว่ามันบอกให้เธอ ตี
กล้วยกระชับกะทะ ตั้งท่า
ซอมบี้พุ่งเข้ามาอีกครั้ง
กล้วยหลบไปข้าง — ร่างกายเคลื่อนไหวเหมือนมีคนกดปุ่มเร่งความเร็ว เธอหมุนตัว ใช้แรงเหวี่ยงทั้งหมด ฟาดกะทะเข้าที่ขมับซอมบี้เต็มแรง
ครั้งนี้ต่างออกไป
ตรงจุดที่กะทะกระทบ แสงวาบสีส้มอ่อนๆ ลุกขึ้นเป็นเสี้ยววินาที — เหมือนประกายไฟ ไม่ใช่ แสงมันมาจากตัวกะทะเอง จากลวดลายอักษรโบราณที่ก้นกะทะที่เรืองแสงวูบขึ้นมาแล้วดับ
ซอมบี้กรีดเสียงแหลม เสียงที่ต่างจากคำรามเมื่อกี้ — มันเจ็บ มันเจ็บจริงๆ
มันล้มลง ตรงที่กะทะตี ผิวหนังไหม้เป็นรอยวงกลม ไม่งอกใหม่ ไม่ฟื้นตัว เถาที่พันรอบหัวเหี่ยวลง ร่างกระตุกสองสามครั้งแล้วนิ่งสนิท
ห้องเงียบกริบ
เหลือแค่เสียงหอบของกล้วยกับเสียงหยดน้ำจากก๊อกในห้องน้ำ
เธอมองกะทะในมือ มองรอยไหม้บนซอมบี้ มองกลับมาที่กะทะอีกครั้ง
"ย่า..." เธอกระซิบ เสียงแหบ "กะทะนี้... มันทำอะไรเนี่ย?"
กะทะเย็นลงในมือเธอ ไม่มีแสงอักษรอีกแล้ว มันกลับเป็นแค่กะทะเหล็กหล่อเก่าๆ ธรรมดา
แต่กล้วยรู้แล้วว่ามันไม่ธรรมดา
---
กล้วยใช้เวลาที่เหลือของคืนนั้นขดตัวอยู่มุมห้อง หลังพิงผนัง กะทะวางอยู่ข้างตัว ไม่ปล่อยมือจากด้ามกะทะเลย — ความอุ่นจากมันเป็นสิ่งเดียวที่ทำให้เธอไม่บ้า
ร่างซอมบี้ยังนอนอยู่กลางห้อง เธอไม่มีแรงลากมันไปไหน ได้แต่เอาผ้าห่มคลุมไว้เพราะไม่อยากมอง
ลมเย็นพัดเข้ามาทางกระจกที่แตก กล้วยสั่นแต่ไม่ย้ายที่ เธอไม่กล้าเข้าไปใกล้ระเบียง
สรุป...
หนึ่ง — ซอมบี้บุกเมือง
สอง — ฉันติดเชื้อแต่ไม่กลายร่างสมบูรณ์
สาม — ฉันแข็งแรงขึ้นแบบอธิบายไม่ได้
สี่ — กะทะย่าฆ่าซอมบี้ได้
ห้า — ฉันอยู่คนเดียว
ข้อห้าทำให้น้ำตาเธอไหลอีกครั้ง
กล้วยกอดกะทะแนบอก เหมือนเด็กกอดตุ๊กตา เหล็กหล่อเย็นเฉียบแต่เธอรู้สึกอุ่น อุ่นจากข้างใน
"ย่า... หนูกลัว" เธอกระซิบ "หนูกลัวมากเลย"
เสียงซอมบี้คำรามดังมาจากข้างนอก ไกลๆ แต่ไม่ไกลพอ
กล้วยกอดกะทะแน่นขึ้น
"แต่หนูยังมีกะทะย่าอยู่ ย่าบอกอย่าทิ้ง... หนูจะไม่ทิ้ง"
คืนแรกของวันสิ้นโลกผ่านไปอย่างยาวนาน
กล้วยหลับไปตอนไหนไม่รู้ แต่ตอนที่เธอหลับ เธอฝันเห็นย่ายืนอยู่ในครัวเก่าๆ ของบ้านไม้หลังนั้น ย่ายิ้มให้เธอ มือเหี่ยวๆ จับกะทะใบเดียวกันนี้ ทำกับข้าวอยู่บนเตาถ่าน
"กล้วยลูก อย่าทิ้งกะทะนี้เด็ดขาดนะ"
"ทำไมอ่ะย่า?"
"เพราะมันจะดูแลลูกเอง"
กล้วยสะดุ้งตื่นตอนฟ้าสาง เหงื่อท่วมตัว
แสงแดดอ่อนๆ ส่องเข้ามาทางกระจกที่แตก ลมเช้าเย็นๆ พัดผ่าน ร่างซอมบี้ใต้ผ้าห่มนิ่งสนิท กลิ่นหวานเอียนเริ่มจางลง กลายเป็นกลิ่นเน่าเหม็น
กล้วยมองแขนซ้ายตัวเอง — สีเหลืองอมเขียวลามขึ้นมาอีกนิด เกือบถึงข้อศอกแล้ว
มันลุกลาม
ความกลัวบีบหัวใจ แต่กล้วยกัดฟัน
เธอลุกขึ้น ยกกะทะ รู้สึกถึงน้ำหนักของมันที่เบาในมือแต่หนักในความหมาย
ฉันอยู่ที่นี่ต่อไปไม่ได้ กระจกแตก ซอมบี้ปีนขึ้นมาได้ อาหารก็เหลือนิดเดียว
ฉันต้องออกไป
กล้วยมองออกไปนอกระเบียง กรุงเทพฯ ภายใต้แสงเช้ายังดูสวยเหมือนเดิม — ยกเว้นควันที่ลอยขึ้นจากหลายจุด เสียงระเบิดไกลๆ และร่างที่เดินเซไปมาบนถนนข้างล่าง
เช้าวันที่สองของวันสิ้นโลก
กล้วยกำกะทะเทพแน่นในมือขวา แขนซ้ายที่กลายเป็นสีเหลืองอมเขียวแกว่งอยู่ข้างลำตัว
"โอเค..." เธอหายใจลึก "โอเคกล้วย เธอรอดมาจากออฟฟิศชั้น 12 ได้ เธอตบซอมบี้ด้วยกะทะได้ เธอ..." เธอมองแขนตัวเอง "เธอเป็นอะไรสักอย่างที่ไม่รู้ว่าคืออะไร"
"แต่เธอยังไม่ตาย และเธอมีกะทะ"
เธอพยักหน้าให้ตัวเอง ราวกับแค่นั้นก็พอ
แล้วเธอก็เปิดประตูออกไป
ความคิดเห็น
ยังไม่มีความคิดเห็น