ตอนที่ 3: สาวกะทะ
เช้าวันที่สองของวันสิ้นโลก กล้วยยืนอยู่หน้าประตูคอนโดพร้อมอุปกรณ์เอาตัวรอดที่เก็บได้ — เป้สะพายหลังเก่าๆ ข้างในมีน้ำดื่มสองขวด มาม่าสองซอง ปลากระป๋องหนึ่งกระป๋อง ไฟแช็ก มีดพับ ผ้าพันแผลม้วนหนึ่ง โทรศัพท์ที่แบตเหลือ 23% (ไม่มีสัญญาณ แต่ยังใช้เป็นไฟฉายได้) และเสื้อแจ็คเก็ตหนึ่งตัว
มือขวาถือกะทะเทพ
แขนซ้ายที่ผิวเป็นสีเหลืองอมเขียวพันด้วยผ้าผืนยาว — เธอฉีกผ้าม่านมาพันไว้หลายชั้น ไม่ใช่เพราะมันเจ็บ แต่เพราะไม่อยากมอง
"โอเค กล้วย..." เธอหายใจเข้าลึก "แผนคือ — ลงไปข้างล่าง หาที่ปลอดภัยกว่านี้ หาอาหารเพิ่ม หาคนที่ยังเป็นคนอยู่ อย่าตาย"
เธอนิ่งไปสองวินาที
"แผนห่วยมาก"
แต่ก็ไม่มีแผนไหนดีกว่านี้แล้ว ห้องที่กระจกแตกเป็นช่องโหว่ขนาดใหญ่ ซอมบี้ปีนขึ้นมาได้แล้วตัวหนึ่ง ไม่มีอะไรการันตีว่าตัวต่อไปจะไม่มา อาหารที่เหลือกินได้แค่วันเดียว ไฟดับ น้ำอาจจะหยุดไหลเมื่อไหร่ก็ได้
อยู่ที่นี่ = ตาย ออกไป = อาจจะตาย
กล้วยเลือกตัวเลือกที่มีคำว่า "อาจจะ" อยู่
---
ทางเดินในคอนโดเงียบกริบ แสงจากหน้าต่างปลายทางเดินส่องเข้ามาอ่อนๆ ประตูห้องทุกห้องปิดสนิท บางห้องมีเสียงจากข้างใน — เสียงร้องไห้ เสียงพูดโทรศัพท์ (คุยกับใครในเมื่อไม่มีสัญญาณ?) บางห้องเงียบจนน่าขนลุก
กล้วยเดินผ่านประตูห้อง 608 — ห้องป้าสมศรีที่ขายขนมจีนหน้าคอนโด
เธอหยุด
มือเอื้อมไปจะเคาะประตู — แล้วหยุด
ถ้าป้าเปิดประตูมาแล้วไม่ใช่ป้าแล้วล่ะ?
มือตกลงข้างลำตัว
ขอโทษนะป้า
กล้วยเดินต่อ ลงบันไดทีละชั้น พยายามเหยียบเบาที่สุด กะทะเทพถูกห่อด้วยเสื้อผ้าเพื่อไม่ให้กระทบราวบันไดดังเกินไป
ชั้น 5 — เงียบ
ชั้น 4 — ได้ยินเสียงครูดเบาๆ จากห้องไหนสักห้อง เธอเร่งฝีเท้า
ชั้น 3 — ประตูห้องหนึ่งเปิดค้าง ภายในมืดสนิท กลิ่นหวานเอียนของกล้วยสุกงอมลอยออกมาจางๆ กล้วยกลั้นหายใจเดินผ่าน
ชั้น 2 — มีรอยเลือดเปื้อนพื้น ราวบันไดหัก สัญญาณของการดิ้นรน
ชั้น 1 — ล็อบบี้
กล้วยหยุดที่ขั้นบันไดสุดท้าย มองลงไป
มีซอมบี้อยู่สามตัว
ผิวเขียว ระดับ 1 ซอมบี้กล้วยดิบ ตัวหนึ่งเดินวนอยู่กลางล็อบบี้เหมือนกำลังหาอะไร อีกตัวนั่งหมอบอยู่มุมห้อง หัวก้มลงราวกับหลับ ตัวสุดท้ายยืนหันหน้าเข้ากำแพง นิ่งสนิทเหมือนลืมว่าตัวเองเป็นอะไร
กล้วยกลืนน้ำลาย มือกระชับกะทะ
สามตัว ฉันจัดการตัวเดียวเมื่อคืนก็แทบตาย — แต่ตัวเมื่อคืนเป็นระดับ 2 พวกนี้ระดับ 1 อ่อนกว่า...
แต่สามตัวนะ!
เธอมองหาทางออกอื่น ประตูหลังอาคาร? ไม่ ห้องนิรภัยล็อกจากข้างนอก ทางเดียวคือผ่านล็อบบี้ไปออกประตูหน้า
กล้วยหายใจเข้าลึก กำกะทะแน่น แล้วก้าวลงจากบันได
รองเท้าผ้าใบ (เปลี่ยนจากรองเท้าส้นเตี้ยเมื่อวานแล้ว) แตะพื้นล็อบบี้เบาที่สุด
ซอมบี้ตัวที่เดินวนหยุดเดิน
มันหันมา
กล้วยแข็งทื่อ มือบีบกะทะจนข้อนิ้วขาว
ดวงตาขาวโพลนของซอมบี้จ้องมาที่เธอ จมูกที่เหลือสูดอากาศ หัวเอียง
แล้ว —
มันหันกลับไปเดินวนต่อ
...อะไร?
กล้วยกะพริบตา ไม่กล้าเชื่อ เหมือนเมื่อวานที่วิ่งบนถนน — ซอมบี้มอง แต่ไม่โจมตี
เธอก้าวอีกก้าว เบาๆ ระมัดระวัง ผ่านซอมบี้ตัวแรกห่างแค่สามเมตร มันไม่แม้แต่จะเหลือบมามอง
ซอมบี้ตัวที่นั่งหมอบอยู่มุมห้องยกหัวขึ้น ดมอากาศ จมูกกระตุก แล้วก็กลับไปนั่งหมอบเหมือนเดิม
ตัวที่ยืนหันหน้าเข้ากำแพงไม่ขยับเลย
กล้วยเดินผ่านพวกมันทั้งสามตัว ช้าๆ ทีละก้าว หัวใจเต้นรัวจนแทบจะดังออกมาเป็นเสียง
ไม่มีตัวไหนโจมตี
เธอถึงประตูล็อบบี้ ดันเปิด แสงแดดพุ่งเข้าหน้า อากาศร้อนชื้นของกรุงเทพฯ โถมเข้ามา ผสมกับกลิ่นควันไฟ กลิ่นยาง และกลิ่นหวานเอียนจางๆ ที่ลอยอยู่ในอากาศทั้งเมือง
กล้วยยืนอยู่หน้าคอนโด มองถนนที่เคยคุ้นเคย
ร้านกาแฟตรงข้าม — กระจกแตก เก้าอี้ล้มระเนระนาด ไม่มีคน
ร้านเซเว่นมุมซอย — ประตูเปิดค้าง ข้างในถูกกวาดจนเกือบเกลี้ยง
ถนนหน้าคอนโด — รถจอดทิ้งหลายคัน บางคันประตูเปิดค้าง กุญแจยังเสียบอยู่ มีซอมบี้กล้วยดิบเดินเตร่อยู่ไกลๆ สี่ห้าตัว
พวกมันไม่สนใจฉัน...
กล้วยตัดสินใจทดสอบ
เธอเดินออกไปกลางถนน ไม่ได้หลบ ไม่ได้ย่อง แค่เดินปกติ กะทะถือไว้ในมือพร้อมสู้ถ้าจำเป็น
ซอมบี้กล้วยดิบตัวหนึ่งเดินผ่านเธอห่างไม่ถึงเมตร ใกล้จนได้กลิ่นเหม็นเน่าของมัน มันเหลือบมามอง ดมอากาศ แล้วเดินต่อไปเฉยๆ
เหมือนเธอเป็นต้นเสาไฟฟ้า เป็นตู้ไปรษณีย์ เป็นอะไรก็ตามที่ไม่น่าสนใจ
"พวกมันคิดว่าฉันเป็น... พวกเดียวกัน?" กล้วยกระซิบ สายตามองแขนซ้ายที่พันผ้า
นั่นสมเหตุสมผล — ถ้าเธอติดเชื้อ ถ้าร่างกายเธอเริ่มเปลี่ยน ก็เป็นไปได้ว่าพวกซอมบี้รับรู้ว่าเธอมีเชื้อเดียวกัน ไม่ใช่ "เหยื่อ"
ความรู้สึกที่ตามมาซับซ้อน — โล่งใจที่ไม่ถูกโจมตี แต่ขยะแขยงที่เหตุผลคือเธอ "เป็นพวกเดียวกัน" กับสิ่งที่ไม่ใช่คน
อย่าคิดมาก กล้วย ตอนนี้มันเป็นข้อได้เปรียบ ใช้มันให้เป็นประโยชน์
---
กล้วยเดินผ่านถนนลาดพร้าว สายตามองซ้ายมองขวาตลอดเวลา ซอมบี้กล้วยดิบมีอยู่ทั่วไป บางตัวเดินวน บางตัวยืนนิ่ง บางตัวทำอะไรแปลกๆ — ตัวหนึ่งยืนหน้าตึกอพาร์ตเมนต์ หัวก้มมองพื้น เหมือนกำลังจำอะไรบางอย่าง
มันเคยอยู่ที่นี่...? มันพยายามกลับบ้าน?
กล้วยรีบเดินผ่าน ไม่อยากคิดเรื่องนั้น
เธอตรงไปที่ร้านเซเว่น — ของถูกกวาดไปเยอะ แต่ยังเหลืออาหารกระป๋องบางส่วนที่ตกหล่นใต้ชั้น ขนมปังแพ็คหนึ่ง น้ำดื่มอีกสามขวด เธอยัดทุกอย่างลงเป้
ระหว่างที่คุกเข่าหยิบของใต้ชั้นวาง เธอได้กลิ่นบางอย่าง
ไม่ใช่กลิ่นเหม็นเน่าของซอมบี้ ไม่ใช่กลิ่นหวานเอียนของเชื้อรา
เป็นกลิ่นกล้วยสุก — กลิ่นเดียวกับที่ฟุ้งจากตัวซอมบี้ แต่ไกลออกไป เข้มข้นกว่า มาจากทิศทางที่ไม่มีซอมบี้สักตัว
กล้วยเงยหน้าขึ้น จมูกสูดอากาศ
ฉัน... ได้กลิ่นมัน?
ได้กลิ่นชัดเจนราวกับมีคนเอากล้วยงอมมาวางตรงหน้า แต่ร้านเซเว่นว่างเปล่า กลิ่นมาจากข้างนอก จากตรอกด้านหลังร้าน
ไม่ กล้วย อย่าไปสนใจ
แต่จมูกของเธอบอกมากกว่านั้น — ไม่ใช่แค่กลิ่น มันเป็นข้อมูล กลิ่นนี้บอกว่ามีซอมบี้ "เยอะ" อยู่ในตรอกนั้น อาจจะห้าตัว อาจจะสิบ และบางตัว "แรงกว่า" ซอมบี้กล้วยดิบ
ฉันรู้ได้ยังไง?
สัญชาตญาณ — สัญชาตญาณใหม่ที่ไม่เคยมีมาก่อน เหมือนมีเรดาร์ติดอยู่ในจมูก
กล้วยถอยออกจากร้านเงียบๆ หลีกเลี่ยงตรอกนั้นไปอีกทาง
ความสามารถใหม่... ฉันได้กลิ่นพวกมัน
เธอเพิ่มรายการในหัว:
หนึ่ง — แข็งแรงและเร็วกว่าปกติ
สอง — ซอมบี้ระดับต่ำไม่สนใจฉัน
สาม — ได้กลิ่นซอมบี้ในระยะไกล รู้จำนวน รู้ระดับ
ทั้งหมดนี้คือพลังจากเชื้อ... เชื้อที่กำลังเปลี่ยนฉัน
เธอมองแขนซ้ายที่พันผ้าอยู่ ความรู้สึกสองขั้ว — พลังเหล่านี้ช่วยชีวิตเธอได้ แต่ทุกอย่างที่ได้มาหมายความว่าเธอเป็นมนุษย์น้อยลงทุกวัน
---
กล้วยเดินเรื่อยไปตามถนน ไม่มีจุดหมายที่ชัดเจน รู้แค่ว่าต้องออกจากย่านนี้ คอนโดเธออยู่ในพื้นที่ที่ซอมบี้หนาแน่น — ใจกลางเมืองเป็นพื้นที่ที่แย่ที่สุดเพราะคนเยอะ
ต้องออกไปชานเมือง ที่ที่คนน้อยกว่า ซอมบี้ก็น้อยกว่า
ระหว่างเดินผ่านแยกใหญ่ เธอเห็นอะไรที่ทำให้หยุดชะงัก
ซอมบี้กล้วยดิบตัวหนึ่ง — ผู้หญิงร่างเล็ก ใส่ชุดนักเรียน ผิวเขียวซีด ผมยาวปรกหน้า — ยืนอยู่หน้าร้านไอศกรีมที่ปิดแล้ว มือกดอยู่ที่กระจกหน้าร้าน ทำท่าเหมือนกำลังจะเปิดประตูเข้าไป ซ้ำแล้วซ้ำเล่า
กด ดัน กด ดัน
มันจำได้ มันจำอะไรบางอย่างได้ — ว่าเคยเข้าร้านนี้ เคยกินไอศกรีมที่นี่ เคยเป็นเด็กนักเรียนที่แวะกินไอศกรีมหลังเลิกเรียน
กล้วยยืนมองจนน้ำตาคลอ
มันเป็นคน มันเคยเป็นคน
เธอรีบเดินจากไป ไม่อยากมองอีก ไม่อยากคิดว่าถ้าเธอกินกล้วยหอมเมื่อเช้าวานนี้โดยไม่ได้ใช้กะทะย่าทอด เธออาจจะยืนอยู่ตรงนั้น กดประตูร้านซ้ำแล้วซ้ำเล่าโดยไม่รู้ว่าตัวเองเป็นใคร
กล้วยมองกะทะในมือขวา
"ย่าช่วยชีวิตหนูจริงๆ..."
ความอุ่นแผ่จากกะทะเข้าฝ่ามือ เบาๆ แทบไม่รู้สึก แต่มันอยู่ตรงนั้น
---
ประมาณบ่ายแก่ๆ กล้วยเดินมาถึงย่านวังทองหลาง ห่างจากคอนโดราวสี่กิโลเมตร ถนนเงียบขึ้น ซอมบี้น้อยลง แต่ไม่ใช่ว่าไม่มี — เห็นเป็นระยะ เดินเตร่อยู่ไกลๆ
เธอตัดสินใจหยุดพักที่ร้านก๋วยเตี๋ยวริมถนนที่ถูกทิ้งร้าง หลังคาสังกะสียังครบ ประตูม้วนปิดได้ ดูปลอดภัยพอจะนั่งพักสักครู่
กล้วยดึงประตูม้วนลง ปิดไม่สนิทแต่พอบังสายตา นั่งลงหลังเคาน์เตอร์ วางกะทะข้างตัว
ท้องร้อง
เธอหยิบมาม่าออกมา มองมัน มองกะทะ
ถ้ากะทะมีพลังฆ่าซอมบี้ได้... ถ้ามันทำให้กล้วยทอดอร่อยผิดปกติเมื่อเช้าวาน... ถ้ามันเป็นอะไรมากกว่าแค่กะทะ...
อาหารที่ทำจากกะทะนี้จะเป็นยังไง?
ร้านก๋วยเตี๋ยวมีเตาแก๊สถังเล็กที่ยังใช้ได้ มีน้ำดื่มในถังใหญ่ มีเครื่องปรุงเหลืออยู่บ้าง — น้ำปลา น้ำตาล พริกป่น
กล้วยตั้งกะทะเทพบนเตา เปิดแก๊ส จุดไฟ
ไฟลุกขึ้น กะทะเริ่มร้อน
แล้วเธอก็เห็น — อักษรที่ก้นกะทะ ตัวเดิมที่เธอเคยเห็นแต่ไม่เคยสนใจ ตอนนี้เรืองแสงสีส้มอ่อนๆ ภายใต้ความร้อนของไฟ ไม่สว่างจ้าแบบตอนตีซอมบี้ แค่เรืองวาบๆ เหมือนถ่านที่ยังคุอยู่
"อักษรอะไรนะ..." กล้วยก้มมองใกล้ๆ ไม่รู้จักอักษรพวกนี้ ไม่ใช่ภาษาไทย ไม่ใช่ภาษาจีน ไม่ใช่อะไรที่เธอเคยเห็น เหมือนอักษรโบราณที่ควรอยู่ในพิพิธภัณฑ์ ไม่ใช่ก้นกะทะ
เธอเทน้ำลงกะทะ ใส่มาม่า เครื่องปรุง รอจนเดือด
กลิ่นมาม่าลอยขึ้นมา — แต่มันไม่ใช่กลิ่นมาม่าธรรมดา มีอะไรบางอย่างผสมอยู่ กลิ่นหอมที่อธิบายไม่ได้ เหมือนกลิ่นกล้วยทอดเมื่อเช้าวาน กลิ่นที่ทำให้รู้สึกหิวจนท้องร้องดังขึ้นอีก
กล้วยตักใส่ชาม ยกขึ้นซด
ร้อน หอม อร่อย — อร่อยเกินกว่ามาม่าต้มน้ำธรรมดาจะอร่อยได้ เหมือนมีเชฟระดับมิชลินมายืนปรุงรสให้ รสชาติกลมกล่อมสมบูรณ์แบบ
แต่สิ่งที่เกิดขึ้นหลังจากกินหมดชามต่างหากที่ทำให้กล้วยตะลึง
แขนซ้าย — ผิวสีเหลืองอมเขียวที่ลามถึงข้อศอก — ซีดลง
ไม่ได้หายไป แต่มันจางลงอย่างเห็นได้ชัด สีที่เคยเข้มกลับอ่อนลง ลายเปลือกกล้วยเลือนราง เหมือนมีอะไรบางอย่างกำลังต่อสู้กับเชื้อข้างใน
กล้วยมองแขน มองกะทะ มองแขน มองกะทะ
"ย่า..." เธอกระซิบ "กะทะนี้... มันไม่ใช่แค่ฆ่าซอมบี้ได้ อาหารที่ทำจากกะทะนี้... มันรักษาได้ด้วย?"
กะทะไม่ตอบ (เหมือนเดิม) แต่อักษรที่ก้นกะทะยังเรืองวาบอยู่บนเตาร้อนๆ ราวกับพยักหน้า
กล้วยนั่งนิ่ง สมองประมวลผลทุกอย่าง
กะทะย่า — กะทะเก่าที่เธอเคยคิดว่าเป็นแค่ของเก่าไร้ค่า — มันเป็นอาวุธที่ฆ่าซอมบี้ได้ เป็นเครื่องครัวที่ปรุงอาหารรักษาเชื้อได้ มันเป็นเหตุผลที่ย่าสั่งเสียว่าอย่าทิ้ง
ย่ารู้ ย่ารู้มาตลอดว่ากะทะนี้พิเศษ หรือเปล่า?
น้ำตาแห้งๆ แสบตา กล้วยขยี้ตาแล้วลุกขึ้น
เธอมีเป้าหมายใหม่แล้ว
ฉันต้องหาวัตถุดิบให้ได้มากกว่านี้ ทำอาหารจากกะทะนี้ให้ได้มากที่สุด ถ้ามันชะลอเชื้อได้ ถ้ามันรักษาได้ ฉันอาจจะ—
เสียงกระจกแตกดังมาจากภายนอก
กล้วยหยุดคิด มือคว้ากะทะ
เสียงฝีเท้าวิ่ง — ไม่ใช่ฝีเท้าซอมบี้ ซอมบี้ไม่วิ่งแบบนี้ นี่คือเสียงรองเท้าของ คน ที่กำลังวิ่งหนีอะไรบางอย่าง
"ช่วยด้วย! ใครก็ได้ช่วยด้วย!"
เสียงผู้หญิง กรีดร้อง ใกล้เข้ามา
กล้วยมองประตูม้วนที่ปิดอยู่ มือสั่น
ฉันเพิ่งรอดมาจากคืนนรก ฉันยังไม่พร้อม ฉัน—
"ช่วย—!"
เสียงร้องขาดไปกลางคัน ตามด้วยเสียงล้มกลิ้ง
กล้วยกัดฟัน
บ้าชะมัด
เธอดึงประตูม้วนขึ้น
ข้างนอก — หญิงสาวคนหนึ่งล้มอยู่กลางถนน เข่าถลอก แว่นตาหลุดกลิ้งไปใกล้ๆ ผมสั้นซอยสูง ใส่เสื้อคลุมแล็บเก่าๆ เป้สะพายหลังใบใหญ่ ในมือกำขวดแก้วใบหนึ่งเป็นอาวุธ
หลังเธอมีซอมบี้กล้วยดิบสี่ตัวกำลังเดินเข้ามา ไม่ได้วิ่ง แค่เดินเร็ว แต่พอเร็วที่จะตามคนที่เข่าถลอกทัน
"อย่าเข้ามา! อย่า—!" สาวแว่นกรีดร้อง ขว้างขวดแก้วไปที่ซอมบี้ตัวหน้า ขวดแตกกระจาย ซอมบี้สะดุดแต่ไม่หยุด
กล้วยไม่ได้คิด
เธอวิ่งออกไป
ความเร็วที่ไม่ใช่ของมนุษย์ปกติพาเธอพุ่งไปถึงซอมบี้ตัวแรกในพริบตา กะทะเหวี่ยงเต็มแรง ฟาดข้างหัว ซอมบี้ล้มกลิ้ง ตัวที่สองเอื้อมมือมาคว้า กล้วยก้มหลบแล้วเหวี่ยงกะทะขึ้นฟาดใต้คาง
สองตัวล้ม เหลืออีกสอง
แต่ซอมบี้กล้วยดิบอ่อนแอ — ตีเดียวก็ล้ม ตามที่เธอเริ่มเข้าใจ ไม่เหมือนตัวระดับ 2 เมื่อคืนที่ต้องตีสองครั้ง
ตัวที่สาม กล้วยพุ่งเข้าไป ตบกะทะเข้ากลางหน้ามัน มันล้มหงายหลัง ตัวสุดท้ายอ้าปากจะกัด กล้วยหมุนตัวเหวี่ยงกะทะเป็นวงกลม ฟาดข้างขมับ
แค่ง!
อักษรที่กะทะวาบแสง จางๆ แต่พอให้ซอมบี้กรีดเสียงแหลมเล็ก ล้มลงนิ่ง
สี่ตัว สี่วินาที
กล้วยหอบ ไม่ได้เหนื่อยเท่าที่ควร — ร่างกายฟื้นตัวเร็วผิดปกติ หัวใจเต้นเร็วแต่ลมหายใจไม่ขาด
"เจ็บไหม?" กล้วยหันไปถามสาวแว่นที่นั่งอ้าปากค้างอยู่กลางถนน
"น—นั่น... นั่นคุณทำอะไร? คุณตีซอมบี้ด้วย... ด้วยกะทะ?"
"เออ..." กล้วยมองกะทะในมือ "ก็... มันเป็นกะทะดี"
สาวแว่นกะพริบตาถี่ๆ มองกล้วย มองกะทะ มองซอมบี้ที่ล้มอยู่ มองกลับมาที่กล้วย
แล้วสายตาเธอเลื่อนไปที่แขนซ้ายของกล้วย — ผ้าพันหลุดออกบางส่วนระหว่างสู้ เผยให้เห็นผิวสีเหลืองอมเขียวข้างใต้
สาวแว่นสะดุ้ง ถอยหลัง
"แ—แขนคุณ!"
กล้วยมองแขนตัวเอง รีบดึงแขนเสื้อลง
"ไม่ ไม่ ฟังก่อน ฉันไม่—"
"คุณติดเชื้อ!" สาวแว่นลุกขึ้นถอยไป "อย่าเข้าใกล้!"
"ฉันเพิ่งช่วยชีวิตเธอเลยนะ!" กล้วยร้อง รู้สึกเจ็บใจจี๊ดในอก "ถ้าฉันจะกัดเธอ ฉันทำไปแล้ว!"
สาวแว่นหยุด หายใจเร็ว ดวงตาหลังแว่นมองกล้วยเขม็ง — ไม่ใช่สายตาตกใจอย่างเดียว มันเป็นสายตาของคนที่กำลัง วิเคราะห์
"คุณติดเชื้อ..." เธอพูดช้าลง "แต่คุณไม่กลายร่าง คุณยังพูดได้ คิดได้ ต่อสู้ได้ ควบคุมตัวเองได้..."
"ใช่ ฉันก็ไม่เข้าใจเหมือนกัน"
"นั่นเป็นไปไม่ได้" สาวแว่นพูดเหมือนกำลังอ่านตำราเรียน "เชื้อ Fungus Musaceae-X มีอัตราครอบงำสมอง 100% ในหนูทดลอง ไม่มีกรณีที่เชื้อเข้าร่างกายแล้วไม่กลายร่าง ยกเว้น..."
เธอหยุดกลางประโยค ดวงตาเบิกกว้าง
"ยกเว้นอะไร?" กล้วยถาม
"ยกเว้นมีอะไรบางอย่างต้านเชื้อ..." สาวแว่นก้าวเข้ามาแทนที่จะถอย ดวงตาเป็นประกาย "คุณกินอะไรก่อนติดเชื้อ? ทำอะไรที่ต่างจากคนอื่น? มีอะไร—"
"เฮ้ เฮ้ เฮ้ เฮ้!" กล้วยยกมือ "ช้าลงหน่อย ก่อนอื่น — เธอเป็นใคร?"
สาวแว่นกะพริบตา เหมือนเพิ่งนึกได้ว่าควรแนะนำตัว
"ใบตอง นักศึกษาปริญญาโท สาขาโรคพืช ม.เกษตร" เธอยื่นมือออกมา แล้วหดกลับ "เอ่อ ไม่ดีกว่า ไม่ใช่เพราะเชื้อนะ แค่... สุขอนามัยในสภาวะโรคระบาด"
กล้วยยิ้มเล็กน้อย — รอยยิ้มแรกในรอบสองวัน
"กล้วย พนักงานบัญชี — เอ่อ อดีต พนักงานบัญชี ตอนนี้สถานะคือ... คนถือกะทะ?"
ใบตองมองกะทะอีกครั้ง "กะทะนั่น... มันมีอักษรที่ไม่ควรอยู่บนกะทะ ตอนที่คุณตีซอมบี้ ฉันเห็นแสง ไม่ใช่ประกายไฟจากการกระทบ มันเรืองจากตัวกะทะเอง"
"เธอเห็นด้วยเหรอ?" กล้วยรู้สึกโล่งใจที่มีคนเห็นเหมือนกัน "ฉันนึกว่าตาฝาด"
"ฉันเป็นนักวิทยาศาสตร์ ฉันไม่เชื่อเรื่อง 'กะทะวิเศษ'" ใบตองกอดอก "แต่ฉันเพิ่งเห็นคุณตบซอมบี้สี่ตัวด้วยกะทะที่มีแสงเรืองจากอักษรโบราณ ดังนั้น... ให้เวลาฉันสักพักในการปรับกรอบความเชื่อ"
เสียงคำรามดังมาจากไกลๆ ทั้งสองหันมอง — ฝูงซอมบี้ไกลออกไป กำลังเคลื่อนที่มาทางนี้ ไม่ใช่มาที่พวกเธอ แค่กำลังเดินผ่าน แต่ก็ไม่ใช่สิ่งที่อยากยืนรอดู
"คุยต่อข้างในดีกว่า" กล้วยพูด
"เห็นด้วย"
---
ในร้านก๋วยเตี๋ยว กล้วยต้มมาม่าอีกห่อในกะทะเทพ แบ่งให้ใบตอง ทั้งสองนั่งกินอย่างเงียบๆ ท่ามกลางเสียงซอมบี้ที่เดินผ่านไปข้างนอก
"อร่อยจัง..." ใบตองงง "ทำไมมาม่าอร่อยแบบนี้?"
"ทำจากกะทะนี่" กล้วยชี้ "ทุกอย่างที่ทำจากมันอร่อยผิดปกติ แล้วก็... ฉันว่ามันชะลอเชื้อในตัวฉันด้วย สีที่แขนจางลงหลังกินอาหารจากกะทะ"
ใบตองวางตะเกียบ สายตาเป็นประกายที่กล้วยเริ่มจำได้ — สายตาของนักวิทยาศาสตร์ที่เจอปริศนา
"ฟังนะ" ใบตองพูดเสียงจริงจัง "ฉันต้องเล่าอะไรให้ฟัง ฉันหนีมาจากมหาวิทยาลัย ก่อนที่แล็บจะล่ม ฉันกำลังวิจัยเชื้อตัวนี้อยู่ Fungus Musaceae-X — เชื้อราที่แพร่ผ่านกล้วย"
"กล้วย?" กล้วยหยุดซด
"กล้วยหอม กล้วยน้ำว้า กล้วยไข่ กล้วยทุกชนิด เชื้อนี้อาศัยอยู่ในเนื้อเยื่อกล้วย แพร่เข้าสู่ร่างกายคนผ่านทางเดินอาหาร หรือผ่านการสัมผัสเชื้อโดยตรงจากซอมบี้"
กล้วย — สาวชื่อกล้วย ที่กินกล้วยทอดเมื่อเช้าวาน — นั่งนิ่งไปสามวินาที
"กล้วย..." เธอพูดเบาๆ "ฉันกินกล้วยทอดเมื่อเช้าวาน"
"นั่นแหละ ช่องทางที่คุณติดเชื้อ" ใบตองพยักหน้า "แต่ถ้าคุณยังไม่กลายร่างหลังจากผ่านมาเกือบสองวัน แสดงว่ามีอะไรบางอย่างต้านเชื้ออยู่ ฉันต้องศึกษา ถ้าฉันเข้าใจกลไกการต้านทานของคุณ ฉันอาจจะ—"
"หาทางรักษาได้?"
"อาจจะ" ใบตองพูดตรง "ฉันไม่อยากให้หวังมาก แต่คุณเป็น anomaly — ข้อยกเว้นที่ไม่ควรมีอยู่ ถ้าฉันเข้าใจว่าทำไมคุณถึงยังไม่กลายร่าง มันอาจเป็นกุญแจสำคัญ"
กล้วยมองใบตอง มองกะทะ มองแขนซ้ายที่ผิวจางลงหลังกินมาม่า
เธอไม่ได้อยู่คนเดียวอีกต่อไปแล้ว
"โอเค ใบตอง" กล้วยพูด "ฉันมีกะทะวิเศษ เธอมีสมอง เรื่องยาวมาก เดี๋ยวเล่าให้ฟังระหว่างทาง — แต่ตอนนี้เราต้องออกจากเมืองก่อน ที่นี่ซอมบี้เยอะเกินไป"
ใบตองพยักหน้า "เห็นด้วย มีข่าวลือเรื่องเขตปลอดภัยที่ทหารตั้งไว้ — ฉันได้ยินจากวิทยุก่อนสัญญาณตัด"
"เขตปลอดภัยเหรอ?"
"ฉันไม่รู้ว่าจริงแค่ไหน แต่ดีกว่าเดินวนอยู่ในเมืองที่เต็มไปด้วยซอมบี้"
กล้วยลุกขึ้น ยกกะทะ
"งั้นไปกัน สาวกะทะกับสาวแว่นบุกเมืองซอมบี้"
ใบตองถอดแว่นมาเช็ดแล้วใส่กลับ "สาวกะทะ... ฉันจะทำเป็นไม่ได้ยิน"
กล้วยยิ้ม — ครั้งที่สองในวันนี้
ทั้งสองคนก้าวออกจากร้าน เข้าสู่ถนนที่เงียบงันของกรุงเทพฯ ที่ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป
กล้วยถือกะทะ ใบตองถือความรู้ ทั้งคู่ไม่รู้ว่าเส้นทางข้างหน้าจะพาไปที่ไหน
แต่อย่างน้อย — ไม่ได้เดินคนเดียว
ความคิดเห็น
ยังไม่มีความคิดเห็น