ตอนที่ 4: เปิ้ลกินหมด
กล้วยและใบตองเดินเคียงกันไปตามถนนลาดพร้าว-วังหิน ในขณะที่แสงสุดท้ายของวันสาดสีส้มอมแดงผ่านตึกร้าง ท้องฟ้ากรุงเทพฯ สวยเหมือนเดิม — สวยจนน่าเกลียดใจที่โลกข้างล่างพังทลายไปแล้ว
"ถ้าสรุปแบบง่ายที่สุด" ใบตองพูดระหว่างเดิน สายตาไม่เคยหยุดสังเกตรอบข้าง "เชื้อ Fungus Musaceae-X เป็นเชื้อราที่เข้าครอบงำระบบประสาท ไม่ต่างจาก Ophiocordyceps ที่เข้าครอบงำมด — แต่ตัวนี้ออกแบบมาสำหรับมนุษย์"
"ออกแบบ?" กล้วยเลิกคิ้ว
"ฉันไม่ได้พูดผิด เชื้อนี้สมบูรณ์แบบเกินกว่าจะเป็นธรรมชาติ โครงสร้างยีนมันมีร่องรอยการตัดต่อ CRISPR ชัดเจน ใครสักคนสร้างมันขึ้นมา"
กล้วยกลืนน้ำลาย "เธอบอกว่ามีคนสร้างเชื้อซอมบี้... แล้วปล่อยมัน?"
"ฉันยังไม่ได้พิสูจน์ถึงขั้นนั้น แค่ตั้งสมมติฐาน" ใบตองกอดเสื้อคลุมแล็บแน่นขึ้น "แต่ใช่ ฉันค่อนข้างมั่นใจว่าเชื้อตัวนี้ไม่ได้เกิดขึ้นเอง"
เงียบไปสักครู่ มีแค่เสียงรองเท้าเหยียบบนถนนที่เกลื่อนไปด้วยเศษแก้วและของที่ผู้คนทิ้งไว้ตอนหนีตาย
"แล้วมันมีทางรักษาไหม?" กล้วยถามเบาๆ
ใบตองนิ่งไปสามก้าว "ทางทฤษฎี... ถ้าเราเข้าใจกลไกที่ร่างกายคุณต้านเชื้อ ก็อาจสังเคราะห์สารต้านเชื้อได้ แต่ฉันต้องการอุปกรณ์ แล็บ กล้องจุลทรรศน์ ถังเพาะเลี้ยง —"
"ซึ่งไม่มีเหลือแล้ว"
"ซึ่งไม่มีเหลือแล้ว" ใบตองถอนหายใจ "แต่เขตปลอดภัยอาจมี ถ้าทหารตั้งฐานจริง ต้องมีอุปกรณ์ทางการแพทย์ด้วย"
กล้วยพยักหน้า อย่างน้อยก็มีความหวังลางๆ
จมูกของเธอรับกลิ่นซอมบี้เป็นระยะ — กล้วยดิบหลายตัวอยู่ไกลออกไปตามตรอกและในตึก แต่ไม่มีตัวไหนเข้ามาใกล้ ข้อได้เปรียบของการเป็น "ครึ่งซอมบี้" ที่เธอพยายามไม่คิดมากเกี่ยวกับมัน
---
พวกเธอเดินมาได้ราวสองกิโลเมตร ถึงแยกใหญ่ใกล้ถนนรัชดาภิเษก ตรงนั้นรถชนซ้อนกันเป็นกำแพง รถเมล์คันหนึ่งล้มขวางถนนทั้งเลน
แล้วกล้วยก็ได้ยินเสียงที่ไม่ควรมีอยู่ในวันสิ้นโลก
เสียงเพลงป๊อป
"ไม่ใช่ ไม่ใช่ ตรงนี้แสงไม่ดี! ต้องหามุมที่ golden hour จับหน้าพอดี —"
กล้วยกับใบตองหยุดพร้อมกัน มองหน้ากัน
"คนเหรอ?" ใบตองกระซิบ
"ฟังเหมือนคนบ้า" กล้วยกระซิบกลับ
เสียงมาจากข้างหลังรถเมล์ที่ล้ม กล้วยค่อยๆ เดินอ้อมไป กะทะยกพร้อม
แล้วก็เห็น —
ชายหนุ่มร่างใหญ่ ผมทำสีน้ำตาล ใส่เสื้อยืดสีแดงสดลายกล้วย (ของทุกสิ่งในโลก) นั่งอยู่บนหลังคารถกระบะ สูงจากพื้นราวสองเมตร ข้างตัวมีไม้เบสบอลเปื้อนเลือด (?) กับเป้สะพายหลังใบโต ในมือถือมือถือจ่อหน้ากล้อง
และเขากำลังพูดกับกล้อง
"สวัสดีครับทุกคน! วันนี้เปิ้ลกินหมดพาทัวร์กรุงเทพฯ วันสิ้นโลก! ตรงนี้เป็นแยกรัชดาลาดพร้าว เมื่อวานยังติดไฟแดงอยู่ วันนี้ติดรถชนแทน ฮ่าๆ!"
เขาหัวเราะคนเดียว
กล้วยอ้าปากค้าง
"เขาถ่ายวิดีโอ" ใบตองพูดเสียงเรียบ ราวกับกำลังสังเกตสิ่งมีชีวิตแปลกประหลาดในแล็บ "ในวันสิ้นโลก เขากำลังถ่ายวิดีโอ"
"เขาบ้าชัดๆ"
ชายหนุ่มบนรถกระบะเงยหน้าขึ้น สายตาจับพวกเธอ ใบหน้าสว่างขึ้นราวกับเพิ่งเจอเพื่อนในงานปาร์ตี้
"โอ้! คน! คนจริงๆ!" เขาร้องดีใจ กระโดดลงจากหลังคารถ ร่างสูงใหญ่ลงพื้นเสียงดังตึก "เฮ้ เฮ้! พวกคุณไม่ใช่ซอมบี้ใช่ไหม? ไม่ใช่แน่ๆ ซอมบี้ไม่ถือกะทะ — เว้ยหน้า นั่นกะทะจริงดิ?"
เขาเดินตรงมา ยิ้มกว้าง กล้องยังถ่ายอยู่ ไม่มีทีท่าระแวงแม้แต่น้อย
กล้วยยกกะทะขึ้นกั้นเชิงป้องกัน "หยุดก่อน! อย่าเข้ามาใกล้!"
"โอเค โอเค หยุดแล้วครับ" เขายกมือข้างหนึ่งขึ้น อีกมือยังถือกล้อง "ผมเปิ้ล ยูทูบเบอร์สายรีวิวอาหาร ช่อง 'เปิ้ลกินหมด' ผู้ติดตามห้าแสน — เอ่อ ก่อนสัญญาณจะดับ ตอนนี้ไม่รู้เหลือเท่าไหร่ เพราะ เอ่อ ซอมบี้ไม่ค่อยดูยูทูบ"
กล้วยมองใบตอง ใบตองมองกล้วย
"คุณถ่ายวิดีโออยู่คนเดียวกลางเมืองที่เต็มไปด้วยซอมบี้" ใบตองพูด "ทำไม?"
"เพราะคอนเทนต์ต้องมาก่อนครับ!" เปิ้ลยิ้มราวกับเป็นคำตอบที่สมเหตุสมผลที่สุดในโลก "ไม่ใช่ ๆ จริงๆ แล้ว..." เขาเกาหัว ยิ้มจางลงนิดหนึ่ง "ผมว่าถ้าวันหนึ่งเรื่องนี้จบลง ต้องมีคนบันทึกไว้ว่าเกิดอะไรขึ้น ไม่งั้นใครจะเชื่อล่ะ?"
เสียงเขาเบาลงแค่วินาทีเดียว แล้วก็กลับมาร่าเริงเหมือนเดิม
"แล้วพวกคุณล่ะ? สองสาวผจญภัย? สาวถือกะทะกับสาวใส่เสื้อแล็บ? ดูเหมือนตัวละครในเกมเลย!"
"เราจะไปเขตปลอดภัย" กล้วยพูดสั้นๆ "ถ้าไม่มีอะไร เรา—"
จมูกของกล้วยรับกลิ่นบางอย่าง
เธอหยุดกลางประโยค ร่างกายแข็งทื่อ
กลิ่นนี้...
ไม่ใช่กลิ่นซอมบี้กล้วยดิบที่จางๆ เบาๆ ที่เธอได้กลิ่นมาทั้งวัน
กลิ่นนี้เข้มข้นกว่า หนักกว่า หวานจนเอียน — เหมือนกล้วยที่สุกจนเริ่มเน่า มีกลิ่นดินผสมอยู่ กลิ่นของการเน่าสลายที่ยังมีชีวิต
และมันมาเร็ว
"หลบ" กล้วยพูดเบาแต่เสียงสั่น
"อะไร—" เปิ้ลเริ่มถาม
"หลบ!!"
กล้วยคว้าแขนใบตองดึงมาข้างหลัง กะทะยกขึ้นกั้นหน้า
มันปรากฏจากซอยข้างถนน
ซอมบี้สามตัว — แต่ไม่ใช่ซอมบี้กล้วยดิบผิวเขียวอ่อนแอที่เธอเจอมาทั้งวัน
สองตัวเป็นซอมบี้กล้วยห่าม ระดับ 2 ผิวเหลืองอมเขียว ร่างกายใหญ่กว่ากล้วยดิบ แขนหนา กล้ามเนื้อบวมผิดรูป ดวงตาขุ่นเหลือง สัญชาตญาณล่าเริ่มทำงาน — มันไม่ได้เดินวนเหมือนกล้วยดิบ มันมุ่งตรงมา
และอีกหนึ่งตัว —
กล้วยสูดลมหายใจ
ตัวนั้นผิวเหลืองจัด สีสุกเข้ม ร่างกายใหญ่โตกว่าคนปกติเกือบเท่าตัว ผิวหนังตึงราวกับจะปริ มีเส้นเถาบางๆ เริ่มงอกจากข้อมือ กลิ่นหวานเอียนฟุ้งออกมาเป็นคลื่น
ซอมบี้กล้วยสุก ระดับ 3
ไม่ ไม่ ไม่! ฉันยังไม่เคยเจอระดับ 3!
"นั่นอะไร!" เปิ้ลร้อง กล้องหันไปที่ซอมบี้ทันที — สัญชาตญาณยูทูบเบอร์เหนือสัญชาตญาณเอาตัวรอด
ซอมบี้กล้วยห่ามสองตัวกรีดเสียงแหลม พุ่งเข้ามา
แต่มันไม่ได้พุ่งมาที่กล้วย
มันพุ่งไปที่ใบตองกับเปิ้ล — คนที่ "เป็นมนุษย์เต็มตัว"
"ใบตอง!" กล้วยกระโดดเข้าขวาง กะทะเหวี่ยงฟาดซอมบี้ห่ามตัวแรก เสียงดังกังวาน แรงกว่าตอนตีกล้วยดิบ อักษรที่กะทะวาบแสง ซอมบี้ถูกฟาดกระเด็นไปสองเมตร
แต่มันไม่ล้ม
มันลุกขึ้น ผิวตรงที่ถูกตีมีรอยไหม้ แต่ยังยืนได้ ยังเดินได้
ระดับ 2 ทนกว่าระดับ 1 เยอะ!
ซอมบี้ห่ามตัวที่สองวิ่งเข้ามา กล้วยหมุนตัวหลบ กะทะเหวี่ยงกลับ ตีซ้ำที่หัวตัวแรกจนล้มคราวนี้ แต่ตัวที่สองเข้ามาถึงตัว มือหนาคว้าแขนขวาของเธอ
กล้วยรู้สึกพลังในตัว — พลังเชื้อ — กระตุกตัว
แขนซ้ายที่ติดเชื้อเคลื่อนเร็วกว่าที่สมองสั่ง คว้าข้อมือซอมบี้แล้วบีบ
กร๊อก
เสียงกระดูกหัก ซอมบี้กรีดร้อง กล้วยใช้จังหวะนั้นเหวี่ยงกะทะฟาดหัวมัน สองครั้ง สามครั้ง จนล้ม
หอบ กล้วยหอบ แต่ไม่ใช่เพราะเหนื่อย — เป็นเพราะรู้สึกบางอย่างเปลี่ยนในร่างกาย แขนซ้ายร้อนวูบ สีเหลืองอมเขียวที่จางลงหลังกินมาม่ากะทะเทพกลับเข้มขึ้นอีกนิด
การใช้พลังซอมบี้... ทำให้เชื้อลุกลาม
แต่ไม่มีเวลาคิด
ซอมบี้กล้วยสุกระดับ 3 ก้าวเข้ามา
ช้า แต่หนักแน่น แต่ละก้าวทำให้พื้นสั่นสะเทือน มันสูงกว่ากล้วยเกือบหัวหนึ่ง ลำตัวหนาเหมือนกำแพง ดวงตาเหลืองทองจ้องมาที่เธอ
ตัวนี้... มันมองฉัน
ซอมบี้กล้วยดิบไม่สนใจเธอ ซอมบี้กล้วยห่ามก็ข้ามเธอไปหาคนอื่น แต่ตัวนี้ — ระดับ 3 — มันจ้องมาที่เธอโดยเฉพาะ ราวกับรู้ว่าเธอเป็นภัยคุกคาม
มันอ้าปาก เสียงครางต่ำทุ้มดังก้อง
แล้วมันพุ่งมา
กล้วยยกกะทะรับ
แรงปะทะส่งเธอลอยถอยหลังไปสามก้าว รองเท้าครูดพื้นถนน แขนสั่นสะท้าน กะทะเทพสั่นไหวในมือ อักษรโบราณวาบแสง แต่ซอมบี้ไม่กระเด็น มันยังยืนอยู่ตรงหน้า มือยักษ์คว้ากะทะพยายามดึงออกจากมือเธอ
แข็งแกร่งมาก!
"เฮ้ ไอ้กล้วยเน่า!"
เสียงเปิ้ลดังมาจากด้านข้าง พร้อมเสียง ฟึ้บ! ของไม้เบสบอลฟาดเข้าที่หลังซอมบี้
ไม้เบสบอลกระดอนออกมาสั่นหง่าง เปิ้ลเซถอยหลัง "เจ็บมือว่ะ! ตัวมันแข็งเหมือนไม้!"
แต่มันทำให้ซอมบี้หันเหความสนใจไปชั่ววินาที
กล้วยใช้จังหวะนั้น
เธอกระชับกะทะด้วยสองมือ สูดลมหายใจ — รวมทั้งแรงมนุษย์และแรงซอมบี้ — แล้วเหวี่ยงเต็มแรง
กะทะฟาดเข้าข้างหัวซอมบี้กล้วยสุก
อักษรโบราณเรืองแสงจ้า — สว่างที่สุดเท่าที่เคยเห็น — แสงสีส้มทองวาบออกมาเหมือนเปลวไฟ ซอมบี้กรีดเสียงแหลม รอยไหม้ลึกปรากฏที่ข้างหัว ผิวเหลืองพองเป็นตุ่ม ควันลอยออกมา
มันเซถอย หนึ่งก้าว สองก้าว
แล้วล้มลง ตัวกระตุกสองสามครั้ง แล้วนิ่ง
กล้วยยืนหอบ กะทะในมือยังร้อนจัด อักษรเรืองวาบอยู่อีกสักครู่แล้วค่อยๆ จางลง
เงียบ
"โอ้... โฮ..." เปิ้ลยืนอ้าปากค้าง กล้องยังจ่ออยู่ ถ่ายทุกอย่าง "นั่น... นั่นคืออะไร? นั่นคือกะทะเทพเหรอ?"
"อย่าเรียกมันว่ากะทะเทพ" กล้วยหอบ แม้ว่าเธอเองก็เรียกมันแบบนั้นในใจ
"แต่มันเรืองแสง! กะทะเรืองแสง! แล้วมันตีซอมบี้ตายด้วย! มันเป็นอาวุธในตำนานชัดๆ!"
"ฉันว่านายควรกังวลเรื่องอื่นก่อนนะ" ใบตองเดินมาจากหลังรถเมล์ที่เธอหลบอยู่ ใบหน้าซีดแต่ท่าทียังสงบ "เช่น ที่คุณตะโกนเสียงดังเรียกซอมบี้ทั้งย่าน"
เปิ้ลกะพริบตา "อ๊ะ"
กล้วยสูดอากาศ จมูกรับกลิ่น — กล้วยดิบหลายตัวเริ่มเคลื่อนตัวมาจากทิศทางต่างๆ ยังไกลอยู่ แต่ใกล้เข้ามาเรื่อยๆ
"ต้องไปแล้ว" กล้วยพูด "เดี๋ยวนี้"
---
พวกเขาวิ่ง — กล้วยนำทาง ใช้จมูกหลบซอมบี้ เลี้ยวซ้ายเมื่อได้กลิ่นจากทิศขวา เลี้ยวขวาเมื่อด้านซ้ายมีซอมบี้รวมกลุ่ม ตัดผ่านตรอกที่ว่างเปล่า
เปิ้ลวิ่งตาม ไม้เบสบอลในมือ ร่างกายแข็งแรงวิ่งได้เร็วไม่แพ้กัน มือถือเก็บเข้ากระเป๋าแล้ว — แม้แต่ยูทูบเบอร์ก็ต้องรู้จักกาลเทศะบ้าง
ใบตองวิ่งตามหลังสุด ร่างกายเล็กบาง ไม่แข็งแรงเท่า หอบหนัก กล้วยชะลอฝีเท้ารอเป็นระยะ
สิบนาทีต่อมา พวกเขาถึงปั๊มน้ำมันร้างที่ยังมีหลังคาคลุม ไม่มีกลิ่นซอมบี้ในบริเวณ กล้วยพยักหน้า — ปลอดภัยพอจะหยุดพัก
ทั้งสามคนทรุดตัวลงหลังเสาปั๊ม หอบกันเป็นแถว
"โอเค..." เปิ้ลเป็นคนแรกที่พูด "ผมมีคำถามประมาณร้อยข้อ"
"เราก็มีให้นาย" กล้วยพูด "เช่น ทำไมอยู่คนเดียวบนหลังคารถกลางเมืองซอมบี้?"
เปิ้ลยิ้มเจื่อน "เอ่อ... ผมไม่มีที่ไป? ผมอยู่คอนโดคนเดียว ตอนซอมบี้บุก ผมคว้าไม้เบสบอลกับกล้องหนีออกมา ผมไม่มีครอบครัวให้ตามหา ไม่มีเพื่อนที่ยังติดต่อได้ ก็เลย..."
"ก็เลยถ่ายวิดีโอ" ใบตองสรุปให้
"ถ่ายวิดีโอดีกว่านั่งรอตาย" เปิ้ลยักไหล่ "อย่างน้อยผมก็ทำสิ่งที่ถนัด"
กล้วยมองเขา — หนุ่มร่างใหญ่ผมสีน้ำตาลที่ยิ้มง่าย พูดมาก ดูเหมือนไม่มีอะไรทำให้เศร้า แต่ในดวงตาที่หัวเราะอยู่นั้น กล้วยเห็นอะไรบางอย่าง — ความโดดเดี่ยวแบบเดียวกับที่เธอเคยรู้สึกเมื่อคืนก่อนที่จะเจอใบตอง
เขาอยู่คนเดียว ในวันสิ้นโลก ไม่มีใครสักคน
"เปิ้ล" กล้วยพูด
"ครับ?"
"นายมีแผนจะไปไหน?"
เขาเกาหัว "ตอนแรกว่าจะไปห้างๆ หนึ่ง หาของกิน แต่ตอนนี้ไม่รู้เหมือนกัน"
"เราจะไปเขตปลอดภัยที่ทหารตั้ง" กล้วยพูด "มีข่าวลือว่ามีอยู่ที่ไหนสักแห่งชานเมือง ไม่รู้จริงแค่ไหน แต่ดีกว่าอยู่ที่นี่"
เปิ้ลมองกล้วย มองใบตอง มองกลับมาที่กล้วย
"ผมตามไปด้วยได้ไหม?" เขาถามเสียงเบาลง จริงจังเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เจอกัน "ผมสู้ได้นะ ไม่เก่งเท่ากะทะเทพ แต่ไม้เบสบอลผมก็ไม่เลว แล้วก็... ผมแบกของเก่ง ทำอาหาร ตั้งเต็นท์ เคยทำคอนเทนต์สายเอาตัวรอดด้วย"
กล้วยมองใบตอง
ใบตองยักไหล่ "คนเพิ่ม กำลังเพิ่ม ฉันโหวตให้"
กล้วยหันกลับไปมองเปิ้ล "ตกลง แต่มีกฎข้อเดียว"
"ครับ?"
"ห้ามถ่ายหน้าฉันตอนนอนหลับ"
เปิ้ลยิ้มกว้าง — ยิ้มจริงๆ ครั้งแรก ไม่ใช่ยิ้มหน้ากล้อง "ดีลครับ!"
---
พวกเขาพักที่ปั๊มน้ำมันอีกครู่ กล้วยตั้งกะทะเทพบนกองอิฐ จุดไฟด้วยไฟแช็ก เอาน้ำปลากระป๋องมาผัดกับข้าวที่เปิ้ลมีติดเป้ (เขาเก็บมาจากร้านข้าวแกงร้าง)
เปิ้ลนั่งมองกะทะเทพด้วยดวงตาเป็นประกาย "อักษร! เห็นไหมครับ? ตอนมันร้อนมีอักษรเรืองแสง!"
"เราเห็น" ใบตองพูด "ฉันยังถอดรหัสไม่ได้ ไม่ใช่อักษรที่ฉันเคยเห็นในตำราไหน"
"เจ๋งมาก" เปิ้ลหยิบมือถือขึ้นมาถ่ายรูปกะทะ "ตอนนี้ไม่มีเน็ตอัปโหลด แต่ผมเก็บไว้ก่อน วันหนึ่งจะได้ลง"
"นายยังคิดเรื่องอัปโหลดอยู่เหรอ" กล้วยพูด แต่ไม่ได้ห้าม
"ถ้าวันหนึ่งเรื่องนี้จบ คนต้องรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น" เปิ้ลพูดเสียงเบา "ไม่ใช่แค่ว่าซอมบี้บุก แต่ว่ามีคนสู้ มีสาวถือกะทะตบซอมบี้ มีนักวิทยาศาสตร์สาวพยายามหาทางรักษา มีพวกเราที่ไม่ยอมตาย นั่นต้องถูกบันทึกไว้"
เงียบไปครู่
กล้วยมองเปิ้ล — มองจริงๆ เป็นครั้งแรก
เขาไม่ได้บ้า เขาแค่... มีวิธีสู้กับวันสิ้นโลกแบบของตัวเอง
"ข้าวสุกแล้ว" กล้วยตักใส่จาน (จริงๆ คือฝาถังน้ำ) แบ่งสามส่วน
เปิ้ลตักคำแรก ดวงตาเบิกกว้าง
"โอ้โห! อร่อย! อร่อยมาก!" เขาร้อง นิสัยยูทูบเบอร์กลับมาทันที "ข้าวผัดปลากระป๋อง! ทำจากของที่เก็บได้ข้างทาง! แต่อร่อยเหมือนร้านห้าดาว! กะทะนี้มันอะไรกันเนี่ย!"
กล้วยยิ้มเล็กน้อย
ใบตองมองแขนซ้ายของกล้วยขณะที่เธอกิน — ผิวเหลืองอมเขียวจางลงอีกนิด หลังกินอาหารจากกะทะเทพ ใบตองจดอะไรบางอย่างลงในสมุดเล็กที่พกติดตัว
"กล้วย" ใบตองพูดเบาๆ "แขนเธอจางลงอีกแล้ว"
กล้วยมองแขนตัวเอง จริงด้วย สีที่เข้มขึ้นตอนใช้พลังซอมบี้กลับจางลงหลังกินอาหาร
"ใช้พลังแล้วเชื้อลาม กินอาหารจากกะทะแล้วเชื้อจาง..." กล้วยพูดกับตัวเอง
"สมดุลชั่วคราว" ใบตองพยักหน้า "แต่ฉันไม่รู้ว่ามันจะทนได้นานแค่ไหน"
เปิ้ลหยุดกิน มองกล้วย มองแขนเธอ สายตาที่เพิ่งสังเกตเห็นผ้าพันแขนที่หลวมออก เห็นผิวสีแปลกข้างใต้
"พี่กล้วย..." เขาพูดเสียงเบา "พี่เป็น..."
"ครึ่งซอมบี้" กล้วยพูดตรงๆ ไม่อยากอ้อมค้อม "ติดเชื้อแต่ไม่กลายร่าง ยังคิดได้ พูดได้ ตบซอมบี้ได้ แต่... ไม่รู้ว่าจะเป็นแบบนี้ได้อีกนานแค่ไหน"
เปิ้ลนิ่ง — นิ่งแบบที่ไม่เข้ากับนิสัยเขาเลย
แล้วเขาก็พูด
"โอเค"
"โอเค?"
"โอเค ผมโอเค" เปิ้ลพูด ตักข้าวกินต่อ "พี่กล้วยเพิ่งช่วยชีวิตผม ถ้าพี่จะกลายเป็นซอมบี้ พี่ก็เป็นซอมบี้ที่ทำข้าวผัดอร่อยที่สุดในประเทศ ผมโอเค"
กล้วยรู้สึกอะไรบางอย่างจุกในคอ
ใบตองก็ไม่กลัว เปิ้ลก็ไม่กลัว
ฉันไม่ได้อยู่คนเดียว
"ขอบคุณนะ" เธอพูดเบาจนแทบไม่ได้ยิน
"ไม่ต้องขอบคุณครับ!" เปิ้ลร้อง กลับมาเสียงดังเหมือนเดิม "แต่ขอถ่ายหน้าพี่ตอนทำอาหารได้ไหม? ไม่ถ่ายตอนนอนแต่ตอนทำอาหารโอเคนะ?"
"...ได้"
"เย้!"
ใบตองถอนหายใจ "ฉันจะอยู่กับพวกนี้จริงเหรอ..."
---
ค่ำมืดลง ท้องฟ้าเปลี่ยนจากส้มเป็นม่วงเข้ม ดาวเริ่มมองเห็น — ดาวเยอะกว่าปกติเพราะไฟทั้งเมืองดับ กรุงเทพฯ มืดสนิทเป็นครั้งแรกในรอบหลายสิบปี
สามคนนั่งอยู่ในปั๊มน้ำมัน ประตูปิด หน้าต่างบังด้วยชั้นวางของ เปิ้ลเสนอตัวเฝ้ายามกะแรก กล้วยกะที่สอง ใบตองกะที่สาม
ก่อนนอน กล้วยมองกะทะเทพที่วางข้างตัว
วันที่ 1 จบแล้ว
เธอนับในหัว — ถ้าเชื้อใช้เวลา 30 วันกลายร่างสมบูรณ์ตามที่ใบตองบอก เธอเหลือเวลาอีก 28 วัน
28 วันเพื่อหาทางรักษา
กล้วยกอดกะทะ หลับตา
ภาพสุดท้ายก่อนหลับคือรอยยิ้มของย่า
หนูจะไม่แพ้นะย่า
ความคิดเห็น
ยังไม่มีความคิดเห็น