ตอนที่ 27: มาจบให้ข้าด้วย
ป่ากล้วยยักษ์ที่เคยเป็นสวนจตุจักรไม่เหมือนเมื่อเช้า
ตอนที่ทีมบุกเข้ามาครั้งแรกเมื่อวานนี้ ป่านี้ มีชีวิต ทุกอย่างเคลื่อนไหว ทุกอย่างหายใจ สปอร์ทองหนาจนมองไม่เห็นทาง ซอมบี้ยืนเรียงเหมือนทหารรอคำสั่ง เถาวัลย์สานพันดินเหมือนเส้นเลือดของสิ่งมีชีวิตยักษ์ใหญ่
แต่ตอนนี้
ป่า นิ่ง
ซอมบี้ทุกตัว — ตัวที่ยืนสองข้างทาง ตัวที่เคยจ้องด้วยดวงตาเหลืองอมเขียว ตัวที่เคยพร้อมจะฉีกทุกอย่างเป็นชิ้นๆ — นอนราบกับพื้น ผิวที่เคยเหลืองอมเขียวจางลงจนเกือบเป็นสีเนื้อ หน้าอกกระเพื่อมช้าๆ เหมือนคนหลับลึก
สปอร์ย้อนกลับได้ผล
กล้วยเดินนำ กะทะเทพในมือซ้าย ตะหลิวเทพในมือขวา ไฟศักดิ์สิทธิ์ Lv.5 สีขาวบริสุทธิ์ลุกคลุ้มจากเครื่องครัวทั้งสองชิ้น สว่างจนมองเห็นทางชัดเจน ไม่ต้องรอให้ตาปรับกับความมืดเหมือนครั้งก่อน
"เงียบจัง" เปิ้ลพูดเบา มือขวาจับท่อเหล็ก มือซ้ายจับกล้อง — สามนิ้วพอดี "เมื่อวานมาตรงนี้ได้ยินเสียงซอมบี้หายใจรอบด้าน"
"สปอร์ย้อนกลับปิด kill switch ในตัวซอมบี้ทุกตัว" ใบตองเดินข้างหลัง แสงจากกะทะเทพส่องแว่นจนวาว "เชื้อราในร่างพวกเขาหยุดทำงาน แต่ต้นกล้วยกลายพันธุ์..."
เธอชี้ไปที่ต้นกล้วยข้างทาง — ยังยืนต้น ใบม่วงอมดำยังกางอยู่ แต่ดูเหี่ยวกว่าเดิม สปอร์ที่เคยพ่นออกจากลำต้นบางลงจนแทบมองไม่เห็น
"ยังไม่ตาย" ใบตองสรุป "แต่กำลังอ่อนแรง เหมือนร่างกายที่เส้นเลือดถูกตัด เลือดยังไหลแต่ช้าลงเรื่อยๆ"
"เพราะซอมบี้ไม่ส่งพลังงานกลับหาต้นแม่แล้ว" โมโม่กามะพูด เสียงเขาเปลี่ยนไป — ไม่ใช่เสียงสั่นๆ หวาดกลัวเหมือนวันแรกที่ตื่น เป็นเสียงของคนที่ จำ ได้มากขึ้น "ซอมบี้ทุกตัวเป็นเหมือน... ใบไม้ ส่งอาหารกลับหาราก ตอนนี้ใบร่วงหมด ต้นก็..."
เขาไม่พูดต่อ แต่ทุกคนเข้าใจ
กล้วยเดินต่อ เข่าซ้ายยังเจ็บแปลบทุกก้าว แต่ร่างกายรู้สึกเบากว่าเมื่อวาน เบากว่ายี่สิบสองวันที่ผ่านมา เชื้อในแขนซ้ายยังอยู่ — จาง นิ่ง เหมือนแผลเป็น — แต่ไม่ดิ้น ไม่ลาม ไม่กระซิบในหัวอีกแล้ว
ความเงียบในหัวเป็นสิ่งที่เธอไม่เคยรู้สึกมาตั้งแต่วันแรก
---
ทางเดินเข้าสู่ลานใจกลางรังเปลี่ยนไปจากเดิมอย่างเห็นได้ชัด
เถาวัลย์ที่เคยพุ่งออกมาโจมตีตอนนี้ห้อยตัวอ่อนปวกเปียก บางเส้นแห้งเป็นสีน้ำตาล บางเส้นยังเขียวแต่ไม่ขยับ รากใต้ดินที่เคยเต้นเป็นจังหวะเหมือนหัวใจ ตอนนี้เต้นช้าลง ช้ามาก เหมือนหัวใจที่กำลังจะหยุด
"ไม่มีอะไรขวาง" เปิ้ลพูด "เมื่อวานเถาพุ่งมาไม่หยุด วันนี้..."
"เขาปล่อย" กล้วยพูดเบา "เขาบอกแล้ว มาจบให้ข้าด้วย"
ทีมเดินเข้าสู่ลานกลม
ท้องฟ้าเปิดเป็นช่องกลมเหนือหัว ดาวระยิบระยับบนผ้าใบสีดำ แสงจันทร์ส่องลงมาปะปนกับแสงขาวจากกะทะเทพ
และตรงกลางลาน
ต้นกล้วยตานีต้นแม่ยังอยู่
แต่ เปลี่ยน
ลำต้นที่เคยตรงตอนนี้เอนเอียง เปลือกลำต้นแห้งกรอบบางจุด ใบกล้วยที่เคยเขียวเข้มตอนนี้เหลืองจัด ขอบใบม้วนงอ เครือกล้วยตานีที่เคยห้อยเต็มไปด้วยผล — ตอนนี้เหลือผลอยู่ผลเดียว เป็นผลสุดท้าย สีเหลืองอมน้ำตาล สุกจนเกือบเปื่อย
และพญากล้วยตานี
ร่างที่เคยสูงกว่าสามเมตร ลำตัวที่เคยเป็นลำต้นกล้วยแข็งแกร่ง ใบตองที่เคยเป็นเกราะ — ตอนนี้ เหี่ยว ร่างทรุดลง สูงไม่ถึงสองเมตร ใบตองแห้งกรอบ ร่วงหลุดเป็นแผ่นๆ ดอกกล้วยที่เคยเป็นอาวุธห้อยตัวลง ไม่มีพลัง
แต่ใบหน้า
ใบหน้าของเขาชัดขึ้นกว่าเดิม ไม่ใช่ใบหน้าของ "พญากล้วยตานี" อีกต่อไป
เป็นใบหน้าของ ดร.ทวีศักดิ์
ชายวัยห้าสิบ ผิวตกกระ ตีนกาที่มุมตา ริมฝีปากแห้งแตก ดวงตาที่เคยเขียวเรืองแสง ตอนนี้จางลง — เขียวอ่อนปนน้ำตาล ดวงตาของมนุษย์ที่มองผ่านเปลือกของสัตว์ประหลาด
"มาแล้ว" เขาพูด เสียงไม่ดังจากทุกต้นกล้วยรอบข้างเหมือนก่อน เป็นเสียงจากปากของเขาเอง เสียงแหบ เหนื่อย เสียงของคนที่รอมานาน "เร็วกว่าที่ข้าคิด"
กล้วยหยุดห่างจากต้นแม่สิบก้าว ไฟศักดิ์สิทธิ์สีขาวจากเครื่องครัวส่องลานจนสว่างจ้า
"ข้า..." ดร.ทวีศักดิ์พูด ร่างกายสั่น ใบตองแห้งร่วงอีกแผ่น "ข้ารู้สึกได้ ตั้งแต่ควันของเจ้าลอยมาถึง เครือข่ายของข้า... ขาดทีละเส้น ซอมบี้ทุกตัวที่ข้าควบคุม... หลุด เหมือนเชือกที่ถูกตัด เส้นแล้วเส้นเล่า"
เขาหรี่ตา
"ข้าอยู่คนเดียวแล้ว ไม่มีกองทัพ ไม่มีเครือข่ายสปอร์ ไม่มีซอมบี้ เหลือแค่ต้นนี้..." เขายกมือ — มือที่เป็นกิ่งก้าน สีเขียวเข้ม — ลูบลำต้นกล้วยตานีที่รวมเข้ากับร่าง "กับข้า"
"ลุง..." กล้วยพูดเบา คำที่ไม่เคยเรียกเขา "ลุงบอกให้หนูมาจบ"
ดวงตาของดร.ทวีศักดิ์กะพริบ ขอบตาแดง
"ข้า..." เขาเงียบไปครู่ หายใจหนัก "ข้าบอกตัวเองมาตลอดว่าสิ่งที่ทำคือ 'วิวัฒนาการ' ว่ามนุษย์กับพืชควรเป็นหนึ่งเดียว ว่าลูกสาวของข้าตายเพราะมนุษย์ทำลายธรรมชาติ ว่าข้าทำถูกแล้ว"
เขาหลับตา
"แต่ตั้งแต่ควันของเจ้าลอยเข้ามา... ข้า จำ ได้ จำวันที่ปล่อยเชื้อครั้งแรก จำเสียงกรีดร้อง จำดวงตาของคนที่กลายร่าง... ข้าจำใบหน้าของพวกเขาทุกคน"
เสียงเขาแตก
"ข้าจำได้ว่าลูกสาวของข้า... เธอชอบทำกล้วยทอดให้พ่อกิน"
ความเงียบ
เปิ้ลกัดริมฝีปาก ใบตองถอดแว่นเช็ดน้ำตา โมโม่กามะยืนนิ่ง ดวงตาจับจ้องดร.ทวีศักดิ์ — จ้องเหมือนพยายามจำอะไรบางอย่าง
"เด็กผู้หญิงตัวเล็กๆ" ดร.ทวีศักดิ์พูดต่อ "ตอนเก้าขวบ ชอบทอดกล้วยใส่น้ำผึ้ง บอกว่าอร่อยกว่าขนมทุกอย่างในโลก พ่อต้องกินทุกชิ้น ห้ามเหลือ"
น้ำตาไหลลงแก้มที่เป็นเปลือกไม้ ซึมลงร่องของเปลือกลำต้น
"ข้าทำเรื่องบ้าๆ ทั้งหมดนี้... เพราะเชื่อว่าเธอตาย เพราะโกรธ เพราะเจ็บ"
เขาเปิดตา มองกล้วยตรงๆ
"แต่สูตรที่วางบนโต๊ะข้า — สูตรเชื้อ Fungus Musaceae-X — ข้าไม่เคยตั้งคำถามว่ามันมาจากไหน ข้าแค่คว้ามันมาเหมือนคนจมน้ำคว้าฟาง"
"มุนิน" โมโม่กามะพูด ชื่อที่ทำให้ตัวเขาเองสะดุ้ง
ดร.ทวีศักดิ์พยักหน้าช้าๆ
"ข้าไม่รู้จักชื่อนั้น ไม่เคยเห็นหน้า แต่ข้ารู้ว่ามีคนอยู่เบื้องหลัง คนที่วางทุกอย่างให้ข้าเดิน — ความเจ็บปวด ความโกรธ สูตร ทุกอย่าง" เขามองโมโม่กามะ "และข้าสงสัยว่า... ลูกสาวของข้าอาจไม่ได้ตาย"
เสียงสั่น
"ถ้าเป็นจริง... ถ้าเด็กหญิงตัวเล็กๆ ที่ชอบทอดกล้วยใส่น้ำผึ้ง ยังมีชีวิตอยู่ที่ไหนสักแห่ง... แล้วข้าทำสิ่งนี้ทั้งหมด..."
เขาพูดไม่ออก
กล้วยวางกะทะเทพลงบนพื้นดิน ไฟศักดิ์สิทธิ์สีขาวลุกโชน อักษรโบราณลอยเรืองแสง
เธอเดินเข้าไปหาต้นกล้วยตานีต้นแม่
"เจ้าจะทำอะไร" ดร.ทวีศักดิ์ถาม
กล้วยเอื้อมมือขึ้น — มือขวา มือมนุษย์ — จับผลกล้วยตานีผลสุดท้ายที่ห้อยจากเครือ ผลร้อนเหมือนถ่านไฟ เต้นจังหวะช้าๆ เหมือนหัวใจดวงสุดท้ายที่ยังเต้น
เธอเด็ดมัน
ต้นแม่สั่นสะเทือน ใบกล้วยที่เหลือร่วงหล่นทั้งหมด เหลือแค่ลำต้นเปลือยกับดร.ทวีศักดิ์ที่ติดอยู่
"ลุงบอกว่าลูกสาวชอบทำกล้วยทอด" กล้วยพูด เสียงสั่นเล็กน้อย "หนูก็ชอบกล้วยทอดเหมือนกัน ย่าสอน"
เธอเดินกลับมาที่กะทะเทพ
"หนูจะทำกล้วยทอดให้ลุงกิน"
---
ใบตองเข้าใจก่อนใคร
"กล้วย เธอจะ—"
"ปรุงจากศัตรู" กล้วยพยักหน้า "อาหารแห่งการชำระ ปรุงจากเชื้อราเอง ผลกล้วยตานีผลนี้คือหัวใจสุดท้ายของรัง ถ้าปรุงในกะทะเทพ Lv.5..."
"ไม่มีสมุนไพร" ใบตองพูด "ไม่มีวัตถุดิบอื่น เราใช้หมดไปแล้วเมื่อเช้า"
กล้วยมองกะทะเทพ
ทายาท กะทะเทพพูดในหัว เสียงอบอุ่น หนักแน่น Lv.5 ไม่ต้องการสมุนไพรเจ็ดชนิด นั่นคือสูตรสำหรับ Lv.4 ที่ต้องอาศัยพลังจากธรรมชาติมาเสริม
Lv.5 คือเครื่องครัวศักดิ์สิทธิ์ที่ครบสมบูรณ์แล้ว พลังอยู่ในเครื่องครัวเอง
เจ้าต้องการแค่สามอย่าง — ผลของศัตรู ไฟของผู้พิทักษ์ และหัวใจของเชฟ
กล้วยยิ้ม
"กะทะบอกว่า Lv.5 ไม่ต้องการสมุนไพร" เธอพูดกับใบตอง "ต้องการแค่ผลกล้วยตานี กะทะ ตะหลิว... กับใจของคนทำอาหาร"
เธอวางกะทะเทพบนดินราบ ไฟศักดิ์สิทธิ์สีขาวลุกขึ้น แรง กว่าที่เคย กะทะ ร้อน ร้อนจนอากาศเหนือกะทะบิดเบี้ยว
ไม่มีน้ำมัน
ไม่ต้องการน้ำมัน กะทะพูด ไฟของเราคือน้ำมัน
กล้วยวางผลกล้วยตานีลงในกะทะ
---
เสียงดัง จี่
ไม่ใช่เสียงน้ำมันร้อน เป็นเสียงของไฟศักดิ์สิทธิ์กัดกินเชื้อรา เสียงกรีดร้องเล็กๆ จากเชื้อที่ยังมีชีวิตในผลกล้วย
ผลกล้วยตานีที่เคยสีเหลืองอมน้ำตาลค่อยๆ เปลี่ยน — เปลือกเข้มขึ้น เข้มจนเป็นสีทองเข้ม กลิ่นหอมลอยขึ้น กลิ่นที่ไม่เหมือนอาหารใด กลิ่นที่คุ้นเคยอย่างบอกไม่ถูก
กลิ่นกล้วยทอด
กลิ่นเดียวกับเช้าวันแรกที่กล้วยทอดกล้วยหอมในกะทะเทพโดยไม่รู้ กลิ่นที่ช่วยชีวิตเธอ กลิ่นที่ทำให้เชื้อไม่กลืนกินเธอทั้งหมดตั้งแต่วันแรก
แต่ ลึก กว่า เข้มข้นกว่า
กล้วยหยิบตะหลิวเทพขึ้น พลิกกล้วยในกะทะ ไฟศักดิ์สิทธิ์จากตะหลิวผสมเข้ากับไฟจากกะทะ สีขาวทั้งคู่ สว่างจนตาแสบ อักษรโบราณจากเครื่องครัวทั้งสองชิ้นลอยขึ้น ประสานเป็นวงกลมเหนือกะทะ หมุนช้าๆ
พลิก ตะหลิวพลิกผลกล้วยในกะทะ ท่าทางเดียวกับที่ย่าสอน ท่าที่ทำมาตั้งแต่เด็ก พลิกผ่านซ้าย หงาย แล้วพลิกกลับ
ดร.ทวีศักดิ์จ้องมองด้วยดวงตาที่ไม่กะพริบ
"กลิ่นนี้..." เขาพูดเบา เสียงสั่น "ข้า... จำได้..."
กล้วยทอดต่อ ไม่รีบ ไม่เร่ง ใจเย็น เหมือนย่าเคยสอน ทอดกล้วยต้องใจเย็นนะลูก ร้อนเกินไปไหม้ เย็นเกินไปไม่สุก พอดีๆ ค่อยๆ ทำ
ผลกล้วยตานีเปลี่ยนสีจากทองเข้มเป็นทองสว่าง เปลือกกรอบ เนื้อในนุ่ม กลิ่นหอมแรงขึ้นจนอากาศทั้งลานอบอวล
ต้นกล้วยกลายพันธุ์รอบลาน สั่น ไม่ใช่สั่นจากลม เป็นสั่นจากกลิ่นอาหาร กลิ่นที่เชื้อราทุกเซลล์ กลัว
"เสร็จ" กล้วยพูด
เธอใช้ตะหลิวเทพตักกล้วยทอดขึ้นจากกะทะ ผลกล้วยตานีที่ผ่านไฟศักดิ์สิทธิ์ Lv.5 ไม่ได้ดูเหมือนอาวุธทำลายล้าง ดูเหมือน อาหาร อาหารธรรมดาๆ ชิ้นหนึ่ง กล้วยทอดสีทองบนตะหลิว
กล้วยเดินไปหาดร.ทวีศักดิ์
เขาจ้องมองกล้วยทอดบนตะหลิว ดวงตาเปียกแฉะ
"ลูกสาวของข้า... เธอทอดเหมือนกันเลย" เสียงเขาแตก "ท่าพลิกตะหลิว... เหมือนกันเลย"
"กิน" กล้วยพูดเบา ยื่นตะหลิวให้ถึงปากเขา "กินเถอะลุง"
ดร.ทวีศักดิ์มองกล้วยทอดบนตะหลิว
แล้วมองกล้วย
"ขอบคุณ" เขาพูด
เขาอ้าปาก — ปากที่เป็นเปลือกไม้ครึ่ง มนุษย์ครึ่ง — กัดกล้วยทอดคำแรก
---
ไฟศักดิ์สิทธิ์ ระเบิด
ไม่ใช่ระเบิดที่ทำลาย เป็นระเบิดของ แสง แสงสีขาวบริสุทธิ์พุ่งออกจากร่างของดร.ทวีศักดิ์ จากทุกรอยแตกในเปลือกไม้ จากทุกร่องในลำต้น ราวกับแสงแดดทะลุผ่านม่านเมฆ
อักษรโบราณจากเครื่องครัวทั้งสองชิ้นพุ่งเข้าหาร่างเขา ซึมเข้าไปในเปลือกไม้ ไล่เชื้อราจากภายใน
ดร.ทวีศักดิ์กลืนกล้วยทอด
แล้ว กรีดร้อง
ไม่ใช่เสียงร้องของพญากล้วยตานี ไม่ใช่เสียงร้องของสัตว์ประหลาด — เป็นเสียงร้องของ มนุษย์ เสียงร้องของชายวัยห้าสิบที่เจ็บปวดมาตลอดชีวิต
ร่างของเขา แยก
เปลือกไม้ที่หุ้มร่างแตกร่อน ร่วงเป็นเศษๆ เหมือนเปลือกไข่ที่แตก ใบตองที่เคยเป็นเกราะเป็นขี้เถ้า ดอกกล้วยที่เคยเป็นอาวุธกลายเป็นผุยผง
รากที่ยึดขาเข้ากับพื้นดิน ถอน ออก เส้นแล้วเส้นเล่า ช้าๆ เจ็บปวด
ลำต้นกล้วยตานีต้นแม่ แตก จากฐานขึ้นมาถึงยอด เสียงแตกดังเหมือนกระดูกหัก เนื้อไม้ข้างในเป็นสีขาว — ไฟศักดิ์สิทธิ์ไล่เชื้อราออกจนหมด
ร่างของดร.ทวีศักดิ์ทรุดลงกับพื้น
ไม่ใช่ร่างของพญากล้วยตานีอีกต่อไป
เป็นร่างของชายแก่ ผอมบาง ผมขาวโพลน ผิวที่เคยเป็นเปลือกไม้ตอนนี้เป็นผิวมนุษย์ ซีดขาวจนเกือบโปร่งใส ดวงตาที่เคยเขียวเรืองแสง — น้ำตาลเข้ม ดวงตาของมนุษย์ ดวงตาของพ่อ
"ข้า..." เขาพูด เสียงแผ่ว ร่างกายสั่น "ข้ารู้สึกได้... ลม... ลมเย็น..."
"ลุง!" กล้วยวิ่งเข้าไปรับร่างเขาก่อนที่จะล้มกับพื้น ร่างเขาเบา เบาเหมือนซากใบไม้แห้ง
ดร.ทวีศักดิ์มองหน้ากล้วย
"เจ้า... เจ้าหน้าเหมือนลูกสาวข้า" เขาพูด น้ำตาไหล "ไม่ ไม่เหมือน แต่... ดวงตา ดวงตาเหมือน ดวงตาที่ไม่ยอมแพ้"
"ลุง อย่าพูดเยอะ" กล้วยพูด รู้ว่าไร้ประโยชน์ รู้ว่าร่างนี้ไม่มีทางอยู่ได้ เชื้อราเป็นสิ่งเดียวที่ยึดร่างเขาไว้ เมื่อเชื้อถูกชำระ ร่างก็...
"ฟัง" ดร.ทวีศักดิ์จับมือกล้วย — มือมนุษย์ นิ้วผอมบาง "ระวัง เธอ"
"มุนิน" โมโม่กามะพูด เสียงสั่น
"ข้าไม่รู้จักชื่อนั้น" ดร.ทวีศักดิ์ทำเสียงหอบ "แต่ข้ารู้ว่า... สิ่งที่ข้าทำ เชื้อที่ข้าสร้าง มันเป็นแค่ เฟสแรก เธอมีแผนที่ใหญ่กว่า ใหญ่กว่าข้ามาก"
เขาไอ เลือดซึมมุมปาก
"หาลูกสาวข้าด้วย" เขาพูด เสียงแผ่วลง "ชื่อเธอ..."
เขายิ้ม
รอยยิ้มของพ่อ
"ชื่อเธอ ส้ม ข้าตั้งชื่อเธอว่าส้ม เพราะตอนภรรยาท้อง ภรรยาอยากกินส้ม... เหมือนกับแม่ของเจ้าที่อยากกินกล้วย"
กล้วยตกใจ
เหมือนกับแม่ของเจ้า?
"ข้ารู้จักย่าของเจ้า" ดร.ทวีศักดิ์พูด เสียงเบาลงเรื่อยๆ "เมื่อก่อน... ก่อนจะบ้า ข้าเคยเป็นนักวิจัยที่ดี เคยมาสำรวจสมุนไพรในหมู่บ้านของย่าเจ้า..."
ดวงตาเขาค่อยๆ ปิด
"ย่าเจ้าเตือนข้า" เขาพูด แทบไม่ได้ยิน "เตือนว่า อย่าขุดสิ่งที่ฝังไว้ แต่ข้าไม่ฟัง"
ลมหายใจสุดท้าย
"ข้า... ดีใจที่ได้กินกล้วยทอด... อีกครั้ง..."
---
ดร.ทวีศักดิ์หยุดหายใจ
ร่างของเขาเบาลง เบาลง ราวกับถูกลมพัดผ่าน ผิวหนังจางเป็นสีขาว ซีดจนเกือบโปร่งแสง แล้ว... สลาย เหมือนดอกไม้แห้งที่ถูกลมพัดกระจาย ร่างของเขาแตกเป็นอนุภาคเล็กจิ๋ว ลอยขึ้นท้องฟ้า ผสมเข้ากับควันสีทองจากอาหารแห่งการชำระที่ยังลอยอยู่เหนือเมือง
ต้นกล้วยตานีต้นแม่หักกลาง ล้มลงกับพื้น เสียงดังกึก
แล้วเงียบ
---
เสียงแตกดังขึ้นรอบข้าง — ไม่ใช่เสียงอันตราย เป็นเสียงของต้นกล้วยกลายพันธุ์ทั่วป่า แตก ทีละต้น เปลือกลำต้นแห้งร่อน ใบม่วงดำเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลแล้วร่วง ราก ถอน ตัวเองจากดิน
ป่ากล้วยยักษ์ที่เคยเป็นสวนจตุจักร กำลังตาย
"ต้นแม่ตาย" ใบตองพูดเบา "ต้นอื่นทั้งหมดเป็นแค่กิ่งก้านของต้นแม่ ตัดรากแล้ว..."
ต้นกล้วยกลายพันธุ์ล้มทีละต้น สองต้น สิบต้น ร้อยต้น เสียงดังเหมือนฝนตกหนัก — ฝนของต้นไม้ที่ล้ม
หมอกสปอร์ที่เคยปกคลุมป่า จางหายไปเหมือนไม่เคยมี ท้องฟ้าเปิด ดาวเต็มฟ้า เดือนเสี้ยวส่องแสงเงินลงมาบนลานที่เคยเป็นรังของพญากล้วยตานี
กล้วยนั่งอยู่ตรงที่ดร.ทวีศักดิ์เคยอยู่ มือยังจับกะทะเทพ มืออีกข้างจับตะหลิว
น้ำตาหยดลงบนกะทะ
ซึ่
ไฟศักดิ์สิทธิ์กระเพื่อม เหมือนกะทะเทพก็ร้องไห้เหมือนกัน
"พี่กล้วย" เปิ้ลเดินมานั่งข้างๆ วางมือบนไหล่ "จบแล้ว"
กล้วยสูดลมหายใจเข้าลึก
อากาศสะอาด
สะอาดจริงๆ
ไม่มีสปอร์ ไม่มีกลิ่นเชื้อรา ไม่มีกลิ่นหวานเอียนของซอมบี้ เป็นอากาศที่กล้วยไม่ได้หายใจมายี่สิบสองวัน — อากาศของ โลกที่ไม่มีเชื้อ
"จบแล้ว" กล้วยพูด เสียงสั่น "จริงๆ นะ"
ใบตองนั่งลงข้างซ้าย โมโม่กามะนั่งตรงข้าม
สี่คนนั่งกลางลานที่เคยเป็นรังของพญากล้วยตานี ล้อมรอบด้วยซากต้นกล้วยที่ล้มระเนระนาด ใต้ท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยดาว
"เขาบอกว่าชื่อลูกสาวว่า ส้ม" กล้วยพูดเบา "กล้วย ส้ม... เราชื่อคล้ายกันเลย"
"เขาบอกว่ารู้จักย่าเธอ" ใบตองพูด "น่าสนใจ เชื่อมโยงกันมากกว่าที่คิด"
"และเขาเตือนเรื่อง เธอ" โมโม่กามะพูด เสียงทุ้ม "มุนิน เฟสแรกจบแล้ว แต่..."
เขาเงียบ
ลมพัดผ่าน ลมที่ไม่มีสปอร์ ไม่มีเชื้อ ไม่มีพิษ แค่ลม
"เรื่องของพรุ่งนี้ไว้พรุ่งนี้" เปิ้ลพูด "คืนนี้ เราชนะ"
กล้วยพยักหน้า
เธอมองกะทะเทพในมือ ไฟศักดิ์สิทธิ์ Lv.5 ลุกเรืองเบาๆ อบอุ่น ไม่ร้อนจนเจ็บ แค่อุ่นพอดี
ทำได้ดีมาก ทายาท กะทะเทพพูด ย่าจะภูมิใจ
กล้วยยิ้มผ่านน้ำตา
"ขอบคุณนะ" เธอกระซิบกับกะทะ "ขอบคุณที่อยู่ด้วยตลอด"
เราจะอยู่ด้วยเสมอ
สี่คนนั่งนิ่ง
รอบข้าง ต้นกล้วยกลายพันธุ์ต้นสุดท้ายล้มลง
ป่ากล้วยยักษ์ที่เคยเป็นสวนจตุจักร — ตายสนิท
เหลือแค่สนามหญ้าเปล่า ซากต้นไม้ล้ม และซอมบี้หลายร้อยตัวที่นอนหลับอยู่รอบข้าง — ไม่ ไม่ใช่ซอมบี้แล้ว เป็น คน คนที่ยังหายใจ คนที่จะตื่นขึ้นมา
"เราควรไป" ใบตองพูด "ก่อนที่พวกเขาจะตื่น พวกเขาจะสับสน ต้องมีคนช่วย"
กล้วยลุกขึ้น เข่าซ้ายยังเจ็บ แต่ก้าวที่เดินออกจากลานรู้สึกต่างจากทุกก้าวที่ผ่านมา
เบา
เหมือนเดินบนอากาศ
สี่คนเดินออกจากซากป่ากล้วย ผ่านซอมบี้ที่นอนหลับ ผ่านต้นไม้ที่ล้ม ผ่านเถาวัลย์ที่แห้งเป็นผง
เดินออกสู่ถนนพหลโยธิน
เดินออกสู่กรุงเทพฯ ที่เปลี่ยนไปแล้ว
ท้องฟ้าทิศตะวันออกเริ่มสว่าง ขอบฟ้าเป็นสีส้มอมชมพู
วันใหม่
วันแรกของโลกที่ไม่มีพญากล้วยตานี
ความคิดเห็น
ยังไม่มีความคิดเห็น