ตอนที่ 29: กล้วยทอดเทพ
## หนึ่งสัปดาห์หลังพญากล้วยตานีตาย
ตลาดนัดจตุจักรกลับมามีชีวิตอีกครั้ง
ไม่ใช่ตลาดเดิม ไม่ใช่ร้านเสื้อผ้า ร้านต้นไม้ ร้านของฝาก ตลาดถูกดัดแปลงเป็น ศูนย์ช่วยเหลือ กลางแจ้ง เต็นท์ผ้าใบกระจายทั่วบริเวณ คนเดินขวักไขว่ บางคนแจกน้ำ บางคนแจกเสื้อผ้า บางคนแจกยา
และมุมหนึ่ง — มุมที่คนต่อแถวยาวที่สุด — เป็นครัวกลางแจ้ง
กล้วยยืนหน้าเตา กะทะเทพวางบนเตาแก๊สเชิงพาณิชย์ขนาดใหญ่ที่ขนมาจากโรงอาหารโรงเรียนครูแดง ตะหลิวเทพพาดไว้ข้างๆ ไฟศักดิ์สิทธิ์ Lv.5 ลุกเรืองเบาๆ สีขาวอมทอง ไม่ร้อนจนเกินไป แค่อุ่นพอดี
"ข้าวผัดเสร็จอีกกะทะ!" กล้วยตะโกน ตักข้าวผัดลงจานทีละจาน "มารับได้เลยค่ะ!"
คนในแถวก้าวเข้ามาทีละคน รับจาน พูดขอบคุณ บางคนร้องไห้ตอนกินคำแรก ไม่ใช่เพราะอร่อย — เพราะเป็นอาหารจานแรกที่ได้กินในฐานะ คน ไม่ใช่ซอมบี้
"พี่กล้วย! ไข่หมดแล้ว!" เปิ้ลตะโกนจากข้างหลัง มือขวาหิ้วกล่องโฟม มือซ้ายหิ้วถุงพลาสติก สามนิ้วพอดี "แต่ได้ผักเพิ่มมา! ค่ายทหารเพชรบุรีส่งรถมาเมื่อเช้า ข้าวสาร ผัก น้ำมัน เต็มคัน!"
"ดีเลย! เอาผักมาล้าง ทำข้าวผัดผักแทน"
เปิ้ลวิ่งไปล้างผัก กล้องห้อมคอตลอด ถ่ายทุกอย่างไม่ว่าจะทำอะไร เขาถ่ายมาไม่หยุดตั้งแต่วันแรก และตอนนี้ก็ยังไม่หยุด
"เปิ้ลกินหมดรายงานสด!" เขาพูดเข้ากล้องระหว่างล้างผัก "วันที่เจ็ดหลังพญากล้วยตานีตาย เมืองฟื้นเร็วกว่าที่คิด ไฟฟ้ากลับมาบางส่วนแล้ว ทหารจากค่ายเพชรบุรีและนครราชสีมาเริ่มเข้ามาช่วย ข่าวจากต่างจังหวัดยืนยันว่าต้นกล้วยกลายพันธุ์ตายหมดทั่วประเทศ!"
เขาหันกล้องไปที่แถวคนยาว
"และเชฟแห่งความหวังของเรา ยังทำอาหารอยู่ทุกวัน ทุกมื้อ ตั้งแต่เช้าจนค่ำ"
---
ใบตองเดินมาตอนบ่าย แว่นตาเลอะคราบสารเคมี เสื้อคลุมแล็บตัวเก่าที่ใส่มาตั้งแต่วันแรกดูสกปรกกว่าเดิม
"รายงานผล" เธอพูดตรง นั่งลงข้างครัว "ฉันตั้งแล็บชั่วคราวที่ห้องวิทย์ของโรงเรียน กล้องจุลทรรศน์ไม่ดีเท่าของจริง แต่พอดูได้"
"ยังไง" กล้วยถาม ไม่หยุดผัดข้าว
"เชื้อ Fungus Musaceae-X ในร่างอดีตซอมบี้ตายหมดทุกราย ร้อยเปอร์เซ็นต์ ร่างกายกำจัดซากเชื้อราเหมือนกำจัดเซลล์ตายปกติ อีกสองสามสัปดาห์จะไม่เหลือร่องรอยเลย"
"ดีข่าว"
"แต่" ใบตองดันแว่นขึ้น "ซากต้นกล้วยกลายพันธุ์ยังมีเชื้อตายอยู่ในเนื้อเยื่อ ไม่มีชีวิตแล้ว ไม่แพร่เชื้อได้ แต่ฉันอยากให้เก็บกวาดเผาให้หมดเพื่อความปลอดภัย ฉันจะเสนอเรื่องนี้กับทหารที่เพิ่งมา"
"โอเค ครูแดงช่วยประสานได้ ครูรู้จักนายทหารที่มาจากเพชรบุรี"
ใบตองพยักหน้า แล้วเงียบไปครู่
"อีกเรื่อง" เธอพูดเบาลง "ฉันตรวจเลือดของเธออีกรอบ"
กล้วยหยุดผัด มองใบตอง
"เชื้อในตัวเธอยังเหมือนเดิม นิ่ง ไม่ทำงาน ไม่ลาม แต่ ไม่ตาย ต่างจากคนอื่นที่เชื้อตายหมด ของเธอเหมือน... เหมือนอยู่ในสภาวะจำศีล"
"เหมือนเชื้อราโบราณที่ถูกสะกดไว้" กล้วยพูด "ที่ผู้พิทักษ์ครัวทำ"
"ใช่ ฉันคิดว่าเชื้อในตัวเธอเป็นส่วนหนึ่งของเธอแล้ว สายเลือดผู้พิทักษ์ครัวไม่ได้ทำลายเชื้อ แค่ควบคุมมัน เหมือน... เหมือนร่างกายเธอทำสนธิสัญญากับเชื้อ" ใบตองหยุดคิด "ฉันยังไม่รู้ว่ามันหมายความว่าอะไรในระยะยาว แต่ตอนนี้ไม่เป็นอันตราย"
กล้วยมองแขนซ้าย ลายเปลือกกล้วยจางๆ บนผิวหนัง เหมือนรอยสักเก่า
"ฉันไม่กลัวมันแล้ว" เธอพูด แล้วกลับไปผัดข้าวต่อ
---
โมโม่กามะช่วยงานในครัวตั้งแต่วันที่สอง
เขาไม่พูดมาก ไม่ยิ้มบ่อย แต่มือของเขา — มือที่เคยถูกมุนินดัดแปลงให้แข็งแกร่งเหนือมนุษย์ — ตอนนี้ใช้หั่นผัก หิ้วหม้อ ยกถังน้ำ ทำงานไม่หยุด
"ลุงไม่ต้องช่วยขนาดนี้ก็ได้นะ" กล้วยบอก
"ข้าอยู่เฉยไม่ได้" โมโม่กามะพูด ไม่หยุดหั่นแครอท "ถ้าอยู่เฉย ความคิดมันวน"
"วนเรื่องอะไร"
เขาหยุดหั่น
"ข้าจำได้มากขึ้นทุกวัน" เขาพูดเบา "จำได้ว่าเคยทำงานในห้องแล็บ ห้องใหญ่ กล้องจุลทรรศน์ราคาแพง จานเพาะเชื้อเป็นร้อย คอมพิวเตอร์เรียงหน้าจอ..."
"ห้องแล็บของมุนิน?"
โมโม่กามะสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อได้ยินชื่อ แต่ไม่หวาดกลัวเท่าเมื่อก่อน
"ไม่แน่ใจ อาจเป็นห้องแล็บก่อนที่จะรู้จักเธอ ข้าเคยเป็นนักวิทยาศาสตร์ที่ดี" เสียงเขาเปลี่ยน เจ็บปวด "ข้าจำได้ว่าเคย ดีใจ เมื่อค้นพบอะไรบางอย่าง เคยตื่นเต้นกับสิ่งที่อยู่ใต้กล้องจุลทรรศน์ ข้าเป็นคนจริงๆ ก่อนที่..."
เขาเอามือแตะรอยแผลเป็นที่ขมับซ้าย จุดที่เชื้อราควบคุมเคยฝังตัว
"ก่อนที่เธอจะเอามันไปหมด"
กล้วยวางตะหลิว เดินมานั่งข้างเขา
"ลุงจะจำได้ทุกอย่าง" เธอพูดเบา "ค่อยๆ จำ ไม่ต้องรีบ"
โมโม่กามะมองเธอ ดวงตาที่เคยว่างเปล่าวันแรกที่ตื่น ตอนนี้มี อะไร อยู่ข้างใน ไม่ใช่ความว่างเปล่า ไม่ใช่ความหวาดกลัว เป็นความมุ่งมั่น
"ข้าจะจำ" เขาพูด "ข้าจะจำให้ได้ทุกอย่างเรื่องมุนิน เรื่อง NEO BANANA เรื่องเชื้อราทุกสายพันธุ์ที่เธอสร้าง เพราะถ้าเชื้อ Fungus Musaceae-X เป็นแค่เฟสแรก..."
"ไว้ค่อยคิด" กล้วยพูด "วันนี้หั่นแครอทก่อน"
โมโม่กามะมองเธอ แล้วมองแครอทในมือ
มุมปากยกขึ้นนิดเดียว
"หั่นแบบไหน"
"เฉียง สี่สิบห้าองศา บางๆ จะได้สุกเร็ว"
---
ตอนเย็น หลังเลิกแจกอาหารมื้อสุดท้ายของวัน กล้วยนั่งล้างกะทะเทพ
ไฟศักดิ์สิทธิ์ดับลง กะทะกลายเป็นกะทะเหล็กหล่อธรรมดา เก่า ดำ อักษรโบราณที่ก้นกะทะจางจนแทบมองไม่เห็น กะทะที่ย่ามอบให้
กล้วยล้างน้ำ เช็ดแห้ง ทาน้ำมันบาง วิธีดูแลกะทะเหล็กหล่อที่ย่าสอน ทาน้ำมันทุกครั้งหลังล้าง ไม่ให้ขึ้นสนิม
"ย่า" เธอพูดเบา มองกะทะในมือ "ลูกอยากทำกล้วยทอด"
กะทะไม่ตอบ — Lv.5 พูดเฉพาะตอนมีเชื้อราหรือตอนปรุงอาหารพิเศษ ตอนนี้ไม่มีเชื้อแล้ว กะทะเป็นแค่กะทะ
แต่ อุ่น ในมือ อุ่นเสมอ
กล้วยยิ้ม
เธอมองรอบครัว เห็นหวีกล้วยหอมวางอยู่มุมโต๊ะ คนในค่ายหามาได้จากสวนกล้วยข้างโรงเรียน — กล้วยหอมธรรมดา ไม่ใช่กล้วยกลายพันธุ์ ไม่ใช่กล้วยตานี แค่กล้วยหอม สีเหลืองสวย
กล้วยหอม
สิ่งเดียวกับที่เธอกินเช้าวันแรก เช้าวันที่โลกพัง เช้าที่ทอดกล้วยในกะทะเทพโดยไม่รู้ว่ากะทะนี้จะช่วยชีวิตเธอ
"เปิ้ล ใบตอง ลุงโม" กล้วยเรียก "มากินกล้วยทอดกัน"
---
เสียงน้ำมันร้อน ฉ่า ดังขึ้น
ไม่ใช่เสียงไฟศักดิ์สิทธิ์ เป็นเสียงน้ำมันพืชธรรมดาในกะทะร้อน เสียงของการทำอาหาร เสียงที่คุ้นเคยที่สุดในโลก
กล้วยหั่นกล้วยหอมเป็นแว่น หนาครึ่งเซนติเมตร วางลงในกะทะเทพ
น้ำมันเดือด กล้วยทอดเปลี่ยนสีจากขาวนวลเป็นเหลืองอ่อน เหลืองเข้ม ทอง
กลิ่นกล้วยทอดลอยขึ้น
กลิ่นเดิม กลิ่นเดียวกับเช้าวันแรก กลิ่นเดียวกับที่ย่าทำให้กินตอนเด็ก กลิ่นเดียวกับที่ช่วยชีวิตเธอ
แต่วันนี้ไม่มีเชื้อ ไม่มีซอมบี้ ไม่มีศึก แค่กลิ่นกล้วยทอดในยามเย็น
ไฟศักดิ์สิทธิ์ลุกขึ้นเบาๆ — ไม่ได้ตั้งใจ กะทะเทพตอบรับการทำอาหารโดยอัตโนมัติ แสงสีขาวอมทองอ่อนๆ นุ่มนวล ทำให้กล้วยทอดดูเหมือนทองคำชิ้นเล็กๆ ลอยในน้ำมัน
"โอ้โห" เปิ้ลมองลงไปในกะทะ "กล้วยทอดเรืองแสง เคยเห็นที่ไหน"
"กะทะมันอดไม่ได้" กล้วยหัวเราะ "ทำอาหารทีไรไฟติดทุกที"
เธอพลิกกล้วยทอดด้วยตะหลิวเทพ ท่าเดิม ท่าเดียวกับย่าสอน พลิกผ่านซ้าย หงาย แล้วพลิกกลับ
สุก กรอบนอกนุ่มใน สีทองสวย
ตักขึ้น วางบนจานที่รองด้วยกระดาษทิชชู
"กล้วยทอดเทพ" กล้วยประกาศ "เสิร์ฟแล้ว"
---
สี่คนนั่งล้อมจานกล้วยทอด
เปิ้ลหยิบชิ้นแรก กัด
"อร่อย!" เขาตะโกน ตาเบิกกว้าง "อร่อยกว่ากล้วยทอดทุกร้านที่เคยรีวิว! กรอบนอก นุ่มข้างใน หวานพอดี ไม่มันเกินไป! พี่กล้วย ถ้าเปิดร้านได้รีวิวห้าดาวจากผมเลย!"
"เธอเคยให้ห้าดาวใครบ้าง" ใบตองถาม
"ไม่เคย" เปิ้ลยิ้มกว้าง "นี่ร้านแรก"
ใบตองหยิบชิ้น กัด เคี้ยวช้าๆ
"...อร่อย" เธอพูดเบา "อร่อยจริงๆ"
โมโม่กามะหยิบชิ้น มองกล้วยทอดในมือ
"ข้าจำได้" เขาพูด เสียงสั่นเล็กน้อย "จำได้ว่า... เคยมีคนทอดกล้วยให้กิน ไม่ใช่ในห้องแล็บ ไม่ใช่ตอนถูกควบคุม... ก่อนหน้านั้น ก่อนที่ทุกอย่างจะพัง"
เขากัด
เคี้ยว
กลืน
"อร่อย" เขาพูด คำเดิม แต่น้ำเสียงต่าง หนักกว่า ลึกกว่า เหมือนคำนี้มีน้ำหนักมากกว่าที่เคย
กล้วยหยิบชิ้นสุดท้าย กัด
กรอบ หวาน อุ่น
เหมือนเมื่อยี่สิบสามวันก่อน เช้าวันที่โลกพัง เช้าที่เธอทอดกล้วยในกะทะเทพครั้งแรกโดยไม่รู้ เช้าที่เปลี่ยนชีวิตเธอทั้งหมด
เริ่มต้นด้วยกล้วยทอด เธอคิด จบด้วยกล้วยทอด
---
"ฉันจะเปิดร้าน" กล้วยพูดขึ้น
สามคนหันมา
"ร้านอาหาร เล็กๆ ก็ได้ ร้านข้าวแกง ร้านตามสั่ง อะไรก็ได้ ที่ที่ฉันใช้กะทะเทพทำอาหารให้คนกิน ทุกวัน ไม่ใช่เพราะซอมบี้ ไม่ใช่เพราะเชื้อ แค่เพราะ... อาหารทำให้คนมีความสุข"
เธอมองกะทะเทพ
"ย่าบอกว่า อย่าทิ้งกะทะนี้เด็ดขาด ฉันจะไม่ทิ้ง ฉันจะใช้มันทำอาหารให้คนกินไปเรื่อยๆ จนกว่า... จนกว่ามันจะหมดอายุ" เธอหัวเราะ "กะทะเหล็กหล่อหลายร้อยปีไม่เห็นพังเลย"
"ชื่อร้านอะไร" เปิ้ลถาม
กล้วยคิดครู่
"ร้านกะทะเทพ" เธอยิ้ม
เปิ้ลหัวเราะ "ดี! ชื่อจำง่าย ผมรีวิวให้ ถ่ายวิดีโอให้ ฟรี!"
"ฉันช่วยจัดการเรื่องสุขอนามัยอาหาร" ใบตองพูด "ถ้ามีเวลาจากแล็บ"
"ข้าช่วยหั่นผัก" โมโม่กามะพูด "เฉียง สี่สิบห้าองศา"
กล้วยหัวเราะ เสียงหัวเราะจริงๆ ดัง ไม่กลั้น
เสียงหัวเราะที่ไม่ได้หัวเราะมาตั้งแต่ก่อนวันสิ้นโลก
---
คืนนั้น หลังเก็บล้างจาน กล้วยนั่งอยู่คนเดียวในครัว
กะทะเทพวางบนเตา ตะหลิวเทพวางข้างๆ แสงจากหลอดนีออนที่ซ่อมใหม่ส่องสว่าง ไม่ต้องพึ่งเทียนหรือไฟศักดิ์สิทธิ์ เหมือนกลับมาเป็นคืนธรรมดาในครัวธรรมดา
กล้วยมองแขนซ้าย พลิกดู ลายเปลือกกล้วยจางจนเกือบมองไม่เห็นในแสงนีออน ตาข้างซ้ายที่เคยเรืองแสงในที่มืด — ตอนนี้ไม่เรืองอีกต่อไป แค่สีเข้มกว่าตาขวานิดหน่อย ถ้าไม่บอกก็ไม่มีใครสังเกต
ยังอยู่ข้างใน เธอคิด เชื้อยังอยู่ นิ่ง หลับ แต่อยู่
เธอยกกะทะเทพขึ้น ลูบก้นกะทะ อักษรโบราณจางมาก ต้องเอียงดูในแสงถึงจะเห็นเส้นขอบ
กะทะเก่าๆ ที่เปลี่ยนชีวิตฉัน
ที่เปลี่ยนทุกอย่าง
เธอวางกะทะลง มองออกไปนอกหน้าต่าง
กรุงเทพฯ ในยามค่ำ ไฟเริ่มกลับมาบางจุด ไม่เต็มฟ้าเหมือนเก่า แค่ประปราย ดาวบนฟ้ายังเห็นชัด
ดร.ทวีศักดิ์ขอให้หาลูกสาว ชื่อส้ม
มุนิน ยังอยู่ที่ไหนสักแห่ง
เชื้อนี้เป็นแค่เฟสแรก
กล้วยหายใจเข้าลึก
"ไว้ก่อน" เธอพูดกับตัวเอง "วันนี้ ทำกล้วยทอดก่อน"
เธอลุกขึ้น ปิดไฟ เดินกลับไปห้องนอน
กะทะเทพอยู่บนเตา เย็นลง แต่ยังอุ่นกว่ากะทะปกติ อุ่นเสมอ
รอเช้าพรุ่งนี้ที่จะทำอาหารอีกครั้ง
เช้าพรุ่งนี้ และเช้าถัดไป และเช้าถัดไปอีก
ตราบเท่าที่ยังมีคนหิว ตราบเท่าที่ยังมีกะทะ ตราบเท่าที่ยังมีกล้วยทอด
ความคิดเห็น
ยังไม่มีความคิดเห็น