เสียงเครื่องยนต์ใบพัดของเครื่องบินขนส่งขนาดเล็กแผดคำรามแข่งกับเสียงลมพัดแรง เอเดนมองออกไปนอกหน้าต่างวงกลม เห็นผืนน้ำมหาสมุทรแปซิฟิกสีเข้มที่ดูราวกับจะกลืนกินทุกสิ่งอย่างลงสู่ก้นบึ้ง และท่ามกลางความอ้างว้างนั้น เกาะอิโวะจิมะ (Iwo Jima) ก็ปรากฏขึ้น
มันไม่ใช่เกาะในฝันของนักท่องเที่ยวทั่วไป ไม่มีหาดทรายสีขาว หรือทิวมะพร้าวพริ้วไหว มีเพียงยอดเขาซูริบาจิที่ตั้งตระหง่านเหมือนยักษ์หินที่หลับใหล และชายหาดสีดำสนิทที่เกิดจากเถ้าถ่านภูเขาไฟ
"ยินดีต้อนรับสู่เกาะอิโวะจิมะครับทุกท่าน!" เสียงแจ่มใสของ คุณทานากะ ไกด์นำทางวัยกลางคนที่มีความรู้เรื่องประวัติศาสตร์อย่างลึกซึ้ง ดังขึ้นกลบเสียงเครื่องยนต์เล็กน้อย "เรากำลังมุ่งหน้าสู่สถานที่ที่ประวัติศาสตร์ได้จารึกไว้ด้วยเลือดและความกล้าหาญ เตรียมตัวให้พร้อมสำหรับการเดินทางที่น่าตื่นเต้นนี้นะครับ!"
ความกระตือรือร้นของคุณทานากะแพร่กระจายไปยังนักท่องเที่ยวทั้ง 6 คนทันที เคนจิ พนักงานบริษัทจากโอซาก้า เริ่มปรับกล้องถ่ายรูปพลางยิ้มกว้าง "นานๆ ทีจะได้มาเที่ยวที่แปลกๆ แบบนี้ ตื่นเต้นจังเลยครับ!" มิโดริ ครูสอนภาษาอังกฤษวัยกลางคนพยักหน้าเห็นด้วย "ใช่ค่ะ เคยอ่านแต่ในหนังสือประวัติศาสตร์ พอจะได้มาเห็นของจริงแบบนี้ รู้สึกขนลุกเลย"
เครื่องบินค่อยๆ ร่อนลงจอดบนรันเวย์เก่าที่ผ่านการปรับปรุงใหม่ เมื่อประตูเครื่องเปิดออก กลิ่นกำมะถันจางๆ ที่ลอยมาแตะจมูกพร้อมกับไอร้อนที่ระเหยขึ้นมาจากพื้นดิน ทำให้นักท่องเที่ยวทุกคนรับรู้ถึงความเป็นเกาะภูเขาไฟในทันที
คุณทานากะพาทุกคนเดินไปยังจุดชมวิวแห่งแรกที่อยู่ไม่ไกลจากรันเวย์ "ที่นี่คือบริเวณที่กองทัพสหรัฐฯ ยกพลขึ้นบกเมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ ค.ศ.1945" เขาเริ่มเล่าประวัติศาสตร์ด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยอารมณ์ "ทหารนับหมื่นนายต้องเผชิญกับการระดมยิงจากทั้งทางอากาศและทางทะเล แต่ทหารญี่ปุ่นที่ป้อมปราการบนยอดเขาซูริบาจิก็ต้านทานอย่างสุดความสามารถ"
สายตาของทุกคนจับจ้องไปที่ยอดเขาซูริบาจิที่ตั้งตระหง่านอยู่เบื้องหน้า ยูริ นักศึกษาสาวรุ่นน้อง ถ่ายรูปมุมต่างๆ ด้วยความตื่นเต้น "ดูสิคะคุณทานากะ ตรงนั้นมีถ้ำเล็กๆ อยู่ด้วย!"
"ใช่ครับคุณยูริ ที่นี่มีอุโมงค์และถ้ำยาวรวมกว่า 18 กิโลเมตรที่ทหารญี่ปุ่นขุดไว้เพื่อป้องกันตัวและโจมตีศัตรู" คุณทานากะอธิบายเพิ่มเติม "พวกคุณจะได้เข้าไปสัมผัสบรรยากาศภายในอุโมงค์แน่นอนครับ"
ทาเคชิ อดีตทหารวัยเกษียณ ยืนสงบนิ่งอยู่ข้างหลัง เขาไม่ได้พูดอะไรมาก แต่สายตาของเขาที่จับจ้องไปที่เขาซูริบาจิอย่างไม่ละสายตา บ่งบอกถึงความรู้สึกที่ยากจะอธิบาย
คุณทานากะพาเดินทางต่อไปยังชายหาดทรายสีดำ ทรายที่นี่ร้อนและหยาบ เอเดนก้มลงหยิบปลอกกระสุนเก่าที่ขึ้นสนิมเขรอะขึ้นมาดู "นี่คือร่องรอยของการต่อสู้ที่รุนแรง" ฮารุกะ ช่างภาพสาว หามุมถ่ายภาพปลอกกระสุนอย่างมืออาชีพ
"ที่นี่มีซากเรือรบ รถถัง และอาวุธยุทโธปกรณ์ต่างๆ ที่ถูกทิ้งไว้ตั้งแต่สมัยสงคราม" คุณทานากะบอก "บางส่วนถูกทำลายไปแล้ว แต่บางส่วนยังคงอยู่เพื่อเป็นเครื่องเตือนใจถึงความโหดร้ายของสงคราม"
เมื่อตะวันเริ่มลับขอบฟ้า ความตื่นเต้นของทุกคนค่อยๆ จางลง บรรยากาศของเกาะอิโวะจิมะที่เคยดูน่ากลัว กลายเป็นสถานที่ที่เต็มไปด้วยเรื่องราวและความหมาย การเดินทางในครั้งนี้จะไม่ใช่แค่การท่องเที่ยวธรรมดา แต่จะเป็นการเดินทางย้อนกลับไปสู่ประวัติศาสตร์ และการเรียนรู้ถึงความกล้าหาญและความเสียสละของมนุษย์
ความคิดเห็น
ยังไม่มีความคิดเห็น