ฝีเท้าของเอเดนหนักอึ้งขณะแบกยูริไว้บนหลัง ความร้อนจากแผ่นหลังของเขาตัดกับอากาศที่เย็นชืดและอับชื้นภายในอุโมงค์ที่มุ่งหน้าสู่ "คลังแสงเก่า" ฮารุกะเดินนำหน้า แสงแฟลชจากกล้องของเธอแวบขึ้นเป็นระยะ เผยให้เห็นผนังอุโมงค์ที่เปลี่ยนจากหินภูเขาไฟเป็นผนังคอนกรีตเสริมเหล็กที่หลุดร่อนจนเห็นโครงสร้างสนิมเขียว
เมื่อพวกเขาก้าวเข้าสู่เขตคลังแสง กลิ่นกำมะถันที่เคยรุนแรงกลับจางหายไป แทนที่ด้วยกลิ่น "จาระบี" และกลิ่น "ดินปืนที่เสื่อมสภาพ" ซึ่งให้ความรู้สึกแห้งผากและแสบจมูก คลังแสงแห่งนี้ไม่ใช่ห้องโถงกว้าง แต่เป็นห้องที่ขุดเข้าไปในชั้นหิน มีลังไม้ผุพังบรรจุปลอกกระสุนปืนใหญ่และระเบิดมือที่ขึ้นสนิมวางเรียงรายจนกลายเป็นเขาวงกตขนาดย่อม
“เคนจิ! คุณมิโดริ!” เอเดนตะโกน เสียงของเขาก้องสะท้อนไปตามผนังคอนกรีต
ไม่มีเสียงตอบรับจากเคนจิ มีเพียงเสียงสะอื้นแผ่วเบาที่ดังมาจากมุมมืดหลังกองลังบรรจุลูกปืนต่อสู้อากาศยานขนาด 25 มม. เมื่อฮารุกะส่องไฟฉายไปที่ต้นเสียง ภาพที่เห็นทำให้ทุกคนหยุดกึก
มิโดริ นั่งคุดคู้กอดเข่าอยู่บนพื้นคอนกรีตที่แตกร้าว เธอโยกตัวไปมาอย่างช้า ๆ ผมเผ้ายุ่งเหยิงและเต็มไปด้วยฝุ่นปูน ใบหน้าของครูสาวที่เคยดูใจดีบัดนี้ขาวซีดจนเกือบโปร่งแสง
“คุณมิโดริ... เกิดอะไรขึ้น?” เอเดนค่อย ๆ วางยูริลงข้างลังไม้ แล้วก้าวเข้าไปหาอย่างระมัดระวัง
มิโดริเงยหน้าขึ้น แววตาของเธอว่างเปล่าราวกับวิญญาณออกจากร่าง แต่สิ่งที่ทำให้เอเดนต้องชะงักคือ มือทั้งสองข้างของเธอ มันชุ่มไปด้วยของเหลวสีแดงคล้ำเหนียวเหนอะ คราบนั้นลามไปถึงข้อมือและเปรอะเปื้อนชายเสื้อคลุมของเธอเป็นทางยาว
“เคนจิหายไปไหน?” ฮารุกะถามเสียงเย็นชา เธอไม่ได้ก้าวเข้าไปปลอบ แต่กลับชูกล้องขึ้นบันทึกภาพคราบบนมือของมิโดริไว้ทันที
“เขา... เขาบอกว่าเห็นใครบางคน...” มิโดริพึมพำเสียงสั่น “เขาบอกว่าเห็น ‘คุณทานากะ’ เดินผ่านช่องระบายอากาศนั่น... แล้วเขาก็วิ่งตามไป... ฉันพยายามรั้งเขาไว้... แต่...”
“แล้วเลือดนี่ล่ะ?” เอเดนชี้ไปที่มือของเธอ
มิโดริก้มมองมือตัวเองเหมือนเพิ่งสังเกตเห็น เธอเริ่มหายใจหอบถี่และร้องไห้ออกมาอย่างเสียสติ “ฉันไม่รู้! หลังจากเคนจิวิ่งออกไป ไฟฉายของเขาก็ตกพื้น... ฉันพยายามคว้ามันไว้ แต่มันกลิ้งเข้าไปในซอกลัง... พอฉันเอื้อมมือไปคลำหา... เลือดอยู่บนพื้น... มันเยอะมาก... เยอะจนน่ากลัว...”
เอเดนฉายไฟไปที่พื้นตามที่เธอบอก บนพื้นคอนกรีตหลังกองลังมี รอยเลือดกองใหญ่ ที่ดูเหมือนถูกจงใจเช็ดลบออกอย่างลนลาน แต่มันกลับไม่มีร่องรอยของการต่อสู้ที่รุนแรง ไม่มีรอยกระสุน หรือร่องรอยอะไรบนผนัง
ตามตรรกะของเอเดน หากเคนจิถูกทำร้ายจนเลือดนองขนาดนี้ เขาไม่ควรจะหายไปอย่างไร้ร่องรอยในเวลาไม่กี่นาที คลังแสงแห่งนี้มีทางเข้าออกหลักเพียงทางเดียว ส่วนช่องระบายอากาศที่มิโดริอ้างถึงนั้นมีขนาดเล็กเกินกว่าที่ผู้ชายตัวใหญ่อย่างเคนจิจะผ่านไปได้
‘หรือว่าเคนจิไม่ได้หายไปไหน... แต่เขายังอยู่ที่นี่ ในมุมมืดสักแห่ง...’
“ดูนี่สิ” ฮารุกะชี้ไฟฉายไปที่ลังไม้ข้าง ๆ มิโดริ บนฝาลังมีรอย ตัว X สีแดง แบบเดียวกับที่เห็นในโรงพยาบาลสนาม
สายตาของทุกคนจับจ้องไปที่มิโดริ... ครูสาวที่บอกว่าตัวเองกลัวเลือดจนจะเป็นลม แต่บัดนี้เธอกลับนั่งอยู่ท่ามกลางคราบเลือดโดยไม่ขยับหนี
“คุณมิโดริ... ในกระเป๋าเสื้อคุณ... มีอะไรอยู่เหรอครับ?” เอเดนถามขึ้นเบา ๆ เมื่อเขาสังเกตเห็นวัตถุทรงยาวที่แหลมคมโผล่พ้นขอบกระเป๋าเสื้อของเธอออกมา ซึ่งเขาเคยเห็นมันตั้งแต่ตอนก่อนแยกกลุ่ม
มิโดริหยุดร้องไห้ทันที เธอจ้องหน้าเอเดนด้วยดวงตาที่เปลี่ยนเป็นแข็งกร้าวก่อนจะหลุบตาลง พูดด้วยน้ำเสียงสั่นเครืออีกครั้ง “มันก็แค่... กรรไกรตัดผ้าค่ะ... ฉันพกไว้ป้องกันตัว...”
บรรยากาศในคลังแสงเริ่มบีบคั้นจนหายใจลำบาก เอเดนรู้ดีว่าตอนนี้พวกเขาเหลือกันเพียง 4 คนที่มองเห็นตัวตน (เอเดน, ฮารุกะ, ยูริ, มิโดริ) ส่วนเคนจิและทาเคชิหายไปในเงามืด...
แต่คำถามคือ "ใคร" ที่แฝงตัวอยู่... กำลังนั่งร้องไห้อยู่ตรงหน้าเขา หรือกำลังยืนถือกล้องอยู่ข้างหลังเขากันแน่?
ความคิดเห็น
ยังไม่มีความคิดเห็น