ตอนที่ 1: สวนทุเรียนจันทบุรีกับแขกไม่ได้รับเชิญ (ที่มาพร้อมหูฟัง)

เสียงนกร้องยามเช้าในเขตอำเภอท่าใหม่ จังหวัดจันทบุรี ควรจะเป็นเสียงที่กล่อมเกลาจิตใจให้สงบ แต่สำหรับที่นี่... ในเขต "สวนหมอนทองพันปี" ของนางสาวเฟ้ง เสียงนกกลับถูกกลบด้วยเสียงประกาศศักดาที่ดังยิ่งกว่าเครื่องพ่นยาฆ่าแมลง

"ดูสิคะทุกคน! ดูความหนามนี้! ดูความพูที่โตวันโตคืนราวกับกินปุ๋ยสกัดจากดาวอังคาร! นี่คือทุเรียนหมอนทองพันปีสูตรออแกนิกที่ข้ามน้ำข้ามทะเลมาจากยุคไดโนเสาร์ ผิวเนียนกริบ ยิ่งกว่าก้นเด็กทารกที่ทาแป้งตรางู!"

นางสาวเฟ้ง ในวัย 25 ปี ยืนตระหง่านอยู่บนเนินดินหน้าต้นทุเรียนยักษ์ เธอสวมเสื้อคอกระเช้าลายดอกชบาแดงสด นุ่งกางเกงเจเจสีเหลืองอ๋อยที่สะท้อนแสงแดดจนแสบตา มือขวาถือโทรศัพท์มือถือที่ติดอยู่บนไม้เซลฟี่ มือซ้ายประคองลูกทุเรียนขนาดมหึมาที่ใหญ่จนเกือบเท่าหัวคน

"มีคนคอมเมนต์ถามมาว่า 'พี่เฟ้งครับ ทุเรียนพี่ใส่สารเร่งสุกหรือเปล่า?' โถ่... ไอ้หนู! ฟังพี่นะ ความหล่อพี่อาจจะสู้ดาราไม่ได้ แต่ความซื่อสัตย์ในอาชีพแม่ค้าทุเรียนของพี่เนี่ย ยิ่งใหญ่กว่าเทือกเขาหิมาลัยอีก! ทุเรียนสวนพี่น่ะเหรอ? ไม่ต้องรอให้สุกหรอก แค่เดินผ่านมันก็ตะโกนบอกแล้วว่า 'กินฉันเถอะเฟ้ง! ฉันกรอบนอกนุ่มในจนเทวดายังต้องลงมาต่อคิว!'"

เธอยิ้มกว้างให้กล้องโทรศัพท์พลางโพสต์ท่าแบกทุเรียนด้วยแขนข้างเดียว โชว์กล้ามแขนที่แข็งแรงจากการแบกเข่งทุเรียนมาตั้งแต่อายุ 15 แม้ตอนนี้เธอจะเพิ่งเบญจเพส แต่ความเก๋าในวงการทุเรียนของเธอนั้นระดับตำนาน

"โอ๊ะ! คุณลุงข้างบ้านไม่ต้องมาแอบมองเลยนะคะ ถึงลุงจะเอาปุ๋ยเคมีมาล่อ ทุเรียนหนูก็ไม่ไปอยู่สวนลุงหรอก เพราะที่นี่เราคุยกับต้นไม้ด้วยหัวใจ! เมื่อกี้ต้นนี้เพิ่งบอกหนูว่า 'เฟ้งจ๋า วันนี้หนูอยากใส่ปุ๋ยน้ำปลาร้าสูตรลับของพี่จังเลย' เห็นไหมล่ะ? ทุเรียนสวนนี้มันมีวิญญาณ!"

เฟ้งยังคงพล่ามต่อไปน้ำไหลไฟดับ เธอพูดตั้งแต่เรื่องราคาตลาดโลก ไปจนถึงเรื่องที่เธอเคยฝันว่าได้ไปนั่งแกะทุเรียนให้มนุษย์ต่างดาวกินบนดวงจันทร์ จนคนดูในไลฟ์สดเริ่มคอมเมนต์รัวๆ ว่า 'พี่เฟ้งครับ พูดน้อยลงหน่อย ผมอยากฟังเสียงนกบ้าง' บ้างก็ว่า 'พอก่อนพี่ ผมรำคาญจนหูดับแล้ว'

แต่เฟ้งไม่สน เธอคือราชีนีแห่งน้ำลายไหลหลาก

"รำคาญเหรอคะ? อุ๊ย! นั่นแสดงว่าหูของคุณยังไม่ถึงขั้นเข้าถึงสุนทรียภาพแห่งทุเรียน! ทุเรียนสวนเฟ้งน่ะ ถ้าคนปลูกไม่ขี้โม้ รสชาติมันจะจืดชืดทันที! เอ๊ะ... ว่าแต่ วันนี้อากาศมันแปลกๆ นะ ว่าไหมคะทุกคน?"

เฟ้งหยุดพูดชั่วคราว (ซึ่งถือเป็นปาฏิหาริย์) เธอเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้า ท้องฟ้าเหนือจันทบุรีที่เคยสีฟ้าใสกลับค่อยๆ กลายเป็นสีม่วงอมชมพูประหลาดๆ ก้อนเมฆเริ่มบิดตัวเป็นเกลียวเหมือนสายไหมที่โดนปั่นแรงเกินไป

"สงสัยฝนจะตกม่วงๆ หรือเปล่านะ? หรือว่ารัฐบาลจะประกาศวันหยุดเพิ่ม?" เฟ้งพึมพำพลางแคะหู "แต่กลิ่นนี่มัน... กลิ่นเหมือนมังคุดเน่าแต่อบอวลไปด้วยกลิ่นแก๊สไข่เน่า... กลิ่นมันตุๆ นะคะทุกคน หรือว่าคุณลุงข้างบ้านแอบเอาของเสียมาทิ้ง?"

ทันใดนั้น เสียง ตู้ม! ดังสนั่นหวั่นไหวมาจากชายป่าท้ายสวน พื้นดินสั่นสะเทือนจนลูกทุเรียนบนต้นสั่นกึกๆ เฟ้งรีบหมุนไม้เซลฟี่ไปทางต้นเสียงทันที

"ว้าย! มีคนมาลอบวางระเบิดสวนทุเรียนหนูเหรอคะ? หรือว่าจะเป็นพวกโจรชิงทุเรียนเกรดส่งออก! อย่าหวังเลยนะ ไอ้พวกหัวขโมย! รู้จัก 'เฟ้ง มีดบิน' น้อยไปซะแล้ว!"

เธอคว้ามีดกรีดทุเรียนที่เหน็บอยู่ที่เอวออกมา มีดเล่มนี้วาววับสะท้อนแสงอาทิตย์ (ที่ตอนนี้กลายเป็นแสงม่วง) มันคือมีดที่ผ่านการกรีดทุเรียนมานับหมื่นลูก คมกริบจนสามารถโกนขนขาแมลงวันได้โดยที่มันไม่รู้สึกตัว

เฟ้งวิ่งทะยานไปทางท้ายสวนด้วยความเร็วระดับนักวิ่งทีมชาติ (ที่แบกทุเรียนไปด้วย) เมื่อเธอไปถึงจุดที่ควันพุ่งโขมง เธอต้องชะงักฝีเท้า

สิ่งที่อยู่ตรงหน้าไม่ใช่โจรขโมยทุเรียน แต่เป็นร่างมนุษย์ที่เดินโซเซ ผิวหนังเป็นสีเขียวซีด เสื้อผ้าขาดกะรุ่งกะริ่ง และที่สำคัญ... เจ้านั่นกำลังถือลูกทุเรียนอ่อนลูกหนึ่งอยู่ในมือ แล้วพยายามจะกัดเปลือกทุเรียนหนามแหลมๆ นั่นเข้าไปทั้งลูก!

"หยุดเดี๋ยวนี้นะ! ไอ้หนุ่ม!" เฟ้งตะโกนลั่น "นั่นมันทุเรียนอ่อน! แกจะกินเข้าไปทั้งเปลือกแบบนั้นไม่ได้! มันเสียสถาบันสวนทุเรียนหมอนทองพันปีหมด! แล้วดูสิ... แกเอาฟันกัดเปลือกทุเรียนเหรอ? ฟันแกทำด้วยเพชรหรือไง? หรือว่าเป็นดาราหน้าใหม่มาถ่ายหนังซอมบี้แถวนี้?"

ร่างนั้นหันมาหาเฟ้ง ดวงตาของมันขุ่นมัวไม่มีแวว ตาขาวโพลน มันส่งเสียงขู่ฟ่อในลำคอ กลิ่นเหม็นเปรี้ยวเหมือนทุเรียนที่โดนป้ายสารเคมีสุกๆ ดิบๆ โชยออกมาจากตัวมัน

"อุ๊ยตาย! กลิ่นแกเหม็นมาก! นี่แกไปกินทุเรียนป้ายยาจากสวนไอ้จ้อนมาใช่ไหม? บอกแล้วไงว่าอย่าไปกินของเจ้านั้น! ดูสิ หน้าเขียวหน้าม่วงไปหมดแล้วเนี่ย มานี่มา... เดี๋ยวพี่เฟ้งคนสวยจะสอนให้ว่าการกินทุเรียนที่ถูกต้องมันเป็นยังไง แต่ก่อนอื่น... แกต้องจ่ายค่าเสียหายที่เด็ดทุเรียนอ่อนฉันลงมาด้วย! ลูกนี้เกรดพรีเมียมนะจ๊ะ ถึงจะอ่อนแต่มูลค่าทางจิตใจมันสูง!"

ซอมบี้ตัวนั้นไม่ฟัง (แหงละ มันเป็นซอมบี้) มันกระโจนเข้าหาเฟ้งพร้อมกับเสียงร้อง อือออออ!

เฟ้งเบี่ยงตัวหลบอย่างรวดเร็วพลางหมุนตัวกลับมาสับขาหลอก "ว้าย! จะมากอดพี่เหรอคะ? ไม่ได้นะจ๊ะ พี่เฟ้งมีราคา! ถ้าอยากจะกอด ต้องซื้อหมอนทองอย่างน้อยห้าลูก! แล้วดูเล็บนั่นสิ ดำเชียว ไม่เคยล้างมือเลยใช่ไหม? เดี๋ยวเถอะ... เดี๋ยวจะโดนแม่กรีดให้ลึกถึงเซล์ผิวหนัง!"

ซอมบี้หันกลับมาบุกอีกครั้ง คราวนี้เฟ้งไม่หลบเฉยๆ เธอสะบัดมีดกรีดทุเรียนในมือด้วยท่าทางที่ดูเหมือนระบำแขก แต่รวดเร็วและแม่นยำ

ฉับ! ฉับ!

ไม่ใช่การเชือดคอ แต่เป็นการกรีดเสื้อผ้าของซอมบี้จนขาดหลุดลุ่ย พร้อมกับการใช้สันมีดเคาะไปที่หน้าผากของมันเบาๆ (ในความรู้สึกเฟ้ง) จนมันกระเด็นถอยหลังไป

"เตือนแล้วนะจ๊ะ! อย่ามาทำให้เสื้อคอกระเช้าลายชบาของฉันเปื้อน! เสื้อเล่มนี้ราคาตั้งแปดสิบบาทเชียวนะ! แล้วดูสิ... ทุกคนดูสิคะ!" เฟ้งหันกลับมาคุยกับกล้องไลฟ์สดที่เธอยังถือไว้อยู่ "ไอ้ซอมบี้ตัวนี้มันไม่มีรสนิยมเลยค่ะ ดูท่าทางเดินของมันสิ เหมือนคนปวดท้องเมนส์แต่หาห้องน้ำไม่เจอ แถมกลิ่นตัวยังเหม็นกว่าปุ๋ยคอกที่ฉันหมักไว้หลังบ้านอีก! ถ้าใครคิดจะมาเป็นซอมบี้ในสวนฉัน ต้องหล่อกว่านี้และสะอาดกว่านี้นะคะ!"

ขณะที่เฟ้งกำลังพล่ามใส่กล้องอย่างเมามัน เธอก็สังเกตเห็นอะไรบางอย่างบนท้องฟ้าม่วงๆ นั่น

วัตถุทรงกลมขนาดมหึมา สีม่วงเข้ม มีหัวเป็นแฉกๆ คล้ายขั้วมังคุด กำลังค่อยๆ เคลื่อนตัวผ่านม่านเมฆลงมา กลิ่นมังคุดเน่าทวีความรุนแรงขึ้นจนเฟ้งเริ่มจาม

"นั่นมัน... ส้มโอขนาดยักษ์เหรอ? หรือว่าจะเป็นยานอวกาศทรงมังคุด?" เฟ้งเบิกตากว้าง "โอ้มายก๊อด! มนุษย์ต่างดาวบุกสวนทุเรียนฉันจริงๆ เหรอเนี่ย? อุ๊ย! ตื่นเต้นจังเลยค่ะทุกคน! สงสัยข่าวที่ฉันโม้ไว้ใน TikTok ว่าทุเรียนสวนนี้ส่งออกไปนอกโลกจะเป็นเรื่องจริงขึ้นมาซะแล้ว!"

ซอมบี้ตัวเดิมพยายามจะลุกขึ้นมาอีกครั้ง แต่คราวนี้ท้องฟ้ากลับยิงลำแสงสีม่วงลงมาโดนร่างของมันเต็มๆ ร่างของซอมบี้ค่อยๆ ลอยขึ้นฟ้าไปพร้อมกับเสียงร้องโหยหวน

"อ้าว! โดนอุ้มไปซะแล้ว" เฟ้งมองตาม "สงสัยพวกเอเลี่ยนจะอยากลองกินซอมบี้รสทุเรียนป้ายยา... เฮ้! ไอ้พวกบนจานบินนั่นน่ะ! ถ้าจะเอาไปก็เอาไปให้หมดนะ อย่าทิ้งเศษขยะไว้ในสวนฉัน! แล้วถ้าจะสั่งทุเรียนล่วงหน้า ก็ทักแชทเพจ 'เฟ้งทุเรียนสะท้านภพ' มาได้เลยนะจ๊ะ! รับโอนทุกสกุลเงิน รวมถึงเหรียญคริปโตดาวอังคารด้วย!"

เฟ้งยืนเท้าเอวมองยานรูปมังคุดที่ลอยเด่นอยู่เหนือสวนทุเรียนของเธอด้วยสายตาไม่เกรงกลัว ในหัวของเธอไม่ได้คิดเรื่องความตายหรือจุดจบของโลกเลยสักนิด

สิ่งที่เธอคิดมีเพียงอย่างเดียว... 'ถ้าเอเลี่ยนพวกนี้ซื้อทุเรียนฉันสักพันลูก ฉันจะได้อัปเกรดมือถือรุ่นใหม่มาถ่าย TikTok ได้ชัดกว่านี้ไหมนะ?'

แต่เธอไม่รู้เลยว่า... นี่คือจุดเริ่มต้นของมหันตภัยที่จะเปลี่ยนชีวิตแม่ค้าทุเรียนอย่างเธอไปตลอดกาล และโลกทั้งใบกำลังจะกลายเป็นสนามประลองที่อบอวลไปด้วยกลิ่นทุเรียนและเสียงตอแยของเธอ!

6,280 ตัวอักษร

ความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น

แชร์: