หลังจากส่งใบสมัครงานไปสิบสามฉบับแล้วไร้การตอบรับใดๆ ทั้งสิ้น ถูหรานก็ปล่อยตัวปล่อยใจอย่างเต็มที่
สายเกือบเที่ยง เธอที่เพิ่งอดนอนดูละครซีรีส์จนดึกดื่น สั่งอาหารเดลิเวอรี่มาประทังชีวิต พร้อมกับเปิดเบียร์กระป๋อง ราวกับเป็นการจุดชนวนให้ความยับยั้งชั่งใจมลายหายไป
ดื่มไปสามกระป๋อง เธอก็นอนหงายท้องเหยียดยาวอยู่บนพรม
เมื่อหวนนึกถึงชีวิตที่เสเพลในช่วงหลายวันที่ผ่านมา ความรู้สึกผิดก็เริ่มกัดกินใจ
“สวรรค์! โปรดประทานงานให้ลูกด้วยเถิด!”
เธอคำรามอย่างอ่อนแรง สองวินาทีต่อมาก็รู้สึกขำกับการกระทำที่โง่เขลาของตัวเอง เตะกระป๋องเปล่าที่อยู่ข้างตัว ก่อนจะพลิกตัวตะแคง คว่ำหน้าซบลงบนพรมขนนุ่มแล้วหลับไป
ในภวังค์กึ่งหลับกึ่งตื่น เธอเห็นจงอยปากนกอยู่ห่างจากดวงตาเธอเพียงสองเซนติเมตร สีเทาขาว เรียวยาว ปลายงุ้มลงเป็นขอแหลมคม
ในความคิดของถูหรานพลันปรากฏภาพไก่ทอด
“น่าจะสั่งไก่ทอดนะ… มื้อเที่ยง… กินไก่ทอดก็แล้วกัน…”
ถูหรานพึมพำอย่างไม่ใส่ใจนัก พลิกตัวหันหลังให้กับสิ่งที่เห็น แล้วหลับต่อไป
พรมเนื้อนุ่มกลับรู้สึกระคายผิวกายเล็กน้อย กว่าที่เธอจะข่มตาหลับลงได้ก็แสนยากเย็น
ในความฝัน
“ครืด… แคว่ก… แคว่ก…”
เสียงดังหนวกหู
เธอหลับไม่สนิท
รู้สึกเย็นวาบที่ท้องอย่างประหลาด
ไม่น่าจะเป็นไปได้นี่นา
ถูหรานคิดอย่างสับสน ในบ้านมีเครื่องทำความร้อน อีกทั้งเธอยังสวมชุดนอนอยู่
เปลือกตาหนักอึ้ง เธอฝืนลืมตาขึ้นเล็กน้อยเพื่อดูว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่
ภาพที่ปรากฏตรงหน้า ทำเอาถูหรานถึงกับเหงื่อเย็นเยียบไปทั้งตัว
หัวไก่ขนาดมหึมา กำลังก้มลงจิกกินที่หน้าท้องของเธออย่างตั้งใจ จงอยปากโค้งงอราวกับตะขอเหล็กเกี่ยวเอาผ้าชิ้นหนึ่งติดไปด้วย เมื่อหัวของมันเอียง ผ้าชิ้นนั้นก็สะบัดเป็นวงโค้งมากระทบใบหน้าเธอ
สติของถูหรานตื่นตัวเต็มที่
ความรู้สึกเย็นเยียบที่ท้องบอกเธอว่า ตอนนี้หน้าท้องของเธอเปลือยเปล่า และจุดที่เจ้าไก่ปีศาจจะจิกกินต่อไปอย่างแน่นอนคือท้องของเธอ
ผ่านร่องผ้าบางๆ จงอยปากเรียวยาวแหลมคมของไก่ปีศาจราวกับไม้เสียบ กำลังเงยขึ้นเล็กน้อย ลำคอก่อให้เกิดส่วนโค้งที่ดูเป็นธรรมชาติ
มันกำลังวอร์มอัพครั้งสุดท้าย ก่อนที่จะลงมือคว้านท้องเหยื่อ
ถูหรานไม่ลังเลแม้แต่น้อย พลิกตัวกลิ้งหลบโดยสัญชาตญาณ ฝุ่นสีเทาเหลืองฟุ้งกระจายอยู่ด้านหลัง พร้อมกับเสียงดังสนั่นราวกับตอกตะปูลงบนพื้นดิน
เธอรอดพ้นจากชะตากรรมที่จะถูกจิกจนพรุนราวกับลูกชิ้นปิ้ง
ความคล่องแคล่วในการเคลื่อนไหวของเธอ ทำเอาถูหรานเองยังอดประหลาดใจไม่ได้
ร่างกายอ่อนแอที่ผ่านการทดสอบสมรรถภาพทางกายในมหาวิทยาลัยมาได้อย่างหวุดหวิดตลอดห้าปี กลับเบาและมีพลังขึ้นมาอย่างไม่น่าเชื่อ
ถูหรานไม่กล้าหันหลังกลับ รีบลุกขึ้นยืนแล้วโกยอ้าววิ่งไปข้างหน้าอย่างสุดกำลัง
ระหว่างวิ่ง เธอก็จิกเล็บลงบนฝ่ามือตัวเองซ้ำๆ
“ถูหราน! ตื่นเร็วเข้า!”
“ถ้าไม่ตื่นแกจะถูกกินแล้วนะเว้ย!”
“ตื่นสิ!”
ถูหรานคิดว่าตัวเองวิ่งเร็วมากแล้ว แต่ก็ยังประเมินพลังของไก่ปีศาจต่ำเกินไป
ลมกรรโชกพัดกระหน่ำ เสียงร้องแหลมสูงประหลาดคล้ายเสียงเด็กร้องไห้ดังมาจากข้างหลัง สั่นสะเทือนแก้วหูจนปวด
หนังศีรษะของถูหรานชาวาบ เธอรู้สึกสังหรณ์ใจว่าเสียงนั้นต้องมาจากเจ้าไก่ประหลาดที่อยู่ข้างหลังอย่างแน่นอน และสิ่งที่ทำให้เธอขนลุกซู่ยิ่งกว่าคือเสียงนั้นใกล้เข้ามาเรื่อยๆ
เมื่อมองไปข้างหน้า นอกจากภูเขาหัวโล้นที่ชันเกือบเป็นแนวตั้งแล้ว ก็ไม่มีสิ่งใดให้หลบซ่อนได้อีก
เธอไม่มีที่ให้หนี
“หวือ!” เสียงดังขึ้น เจ้าไก่ประหลาดบินผ่านเหนือศีรษะเธอ เงาทมึนปกคลุมร่างของเธอทั้งหมด ก่อนจะลงจอดบนเส้นทางข้างหน้า ก่อให้เกิดฝุ่นตลบ
ถูหรานเบรกตัวโก่ง กลืนน้ำลายลงคออย่างเงียบๆ พร้อมกับถอยหลังอย่างไม่ให้มีพิรุธ
ถ้านี่คือความฝัน มันก็สมจริงเกินไปแล้ว
สัตว์ประหลาดตรงหน้า ไม่ได้เป็นเพียงแค่ไก่ปีศาจขนาดใหญ่สองเมตรธรรมดาๆ
รูปร่างของมันคล้ายเหยี่ยวล่าเหยื่อมากกว่า ปีกสีดำขลับเป็นเงางาม รูปร่างเพรียวบางแข็งแรงเต็มไปด้วยสัญชาตญาณนักล่า แต่สิ่งที่แตกต่างจากเหยี่ยวคือ บนหัวของมันมีเขาเรียวยาวแหลมคมราวกับใบมีด งอกออกมาเหมือนแรด
เธอไม่เคยฝันถึงอะไรที่สมจริงขนาดนี้มาก่อน
ขณะที่ถูหรานกำลังพิจารณามัน มันก็เอียงคอมองเธอเช่นกัน
ดูเหมือนมันจะไม่เข้าใจว่าทำไมอาหารมื้อเที่ยงที่ควรจะไร้ลมหายใจไปแล้ว ถึงลุกขึ้นมาวิ่งหนีจากปากของมันได้
สายตาสองคู่ประสานกันกลางอากาศ เพียงเสี้ยววินาที 0.1 วินาที ถูหรานก็หันหลังวิ่งหนีสุดชีวิต
ความคิดเห็น
ยังไม่มีความคิดเห็น