ตอนที่ 10: ลายนิ้วมือ
วันที่เจ็ดหลังโลกล่มสลาย บ่ายแก่ๆ
กล้วยเดินนำหน้ากลุ่มตามถนนใหญ่ที่เคยคับคั่งด้วยรถยนต์ ตอนนี้เหลือแต่ซากรถที่ถูกทิ้ง บางคันประตูเปิดค้าง บางคันกระจกแตก ทุกคันมีเรื่องราวที่ไม่มีใครอยากรู้
เขตปลอดภัยดอนเมืองอยู่ข้างหน้าอีกไม่กี่กิโลเมตร แต่ยิ่งเข้าใกล้ ซอมบี้ยิ่งหนาแน่น
"ซ้าย" กล้วยยกมือ "ซอมบี้ระดับ 2 สองตัว ปากซอยฝั่งตรงข้าม เดินผ่านได้ถ้าเงียบ"
ทีมหกคนเดินเรียงแถวหลังกล้วย เปิ้ลเดินรั้งท้ายกับไม้เบสบอล ใบตองเดินข้างนิดที่อุ้มลูก ปู่เดินกะเผลกโดยมีเปิ้ลคอยประคอง
ทุกคนเงียบ ทุกคนเหนื่อย
กล้วยสูดอากาศ ผ่านจมูกข้างซ้าย — ข้างที่ได้กลิ่นซอมบี้ชัดกว่า — ภาพกลิ่นปรากฏในหัวเธอเหมือนแผนที่ ซอมบี้ระดับ 1 กระจัดกระจายตามตึก ไม่มีภัยคุกคาม ระดับ 2 อยู่ในรัศมีที่หลีกเลี่ยงได้ แต่ระดับ 3...
ไม่มีในระยะ แต่กลิ่นพื้นหลังหนักขึ้นเรื่อยๆ
"ยิ่งเข้าใกล้ดอนเมือง ยิ่งเยอะ" กล้วยพูดเบา "เมื่อเช้าที่สู้ สามตัวนั่นอาจเป็นแค่หน่วยลาดตระเวน"
ใบตองเดินขึ้นมาข้างกล้วย "ฉันกังวลเรื่องเดียวกัน ซอมบี้ระดับ 3 ไม่ควรรวมกลุ่มตามธรรมชาติ มันเป็นนักล่าเดี่ยว การที่สามตัวเคลื่อนที่พร้อมกัน..."
"มีอะไรสั่ง"
"พญากล้วยตานี" ใบตองพูดชื่อนั้นเบามาก ราวกับกลัวว่าอากาศจะได้ยิน
กล้วยรู้สึกเชื้อในแขนซ้ายกระตุก — เหมือนทุกครั้งที่ได้ยินชื่อนั้น เชื้อ ตอบสนอง ราวกับหมาที่ได้ยินเสียงนกหวีดของเจ้าของ
"ต้องหยุดพักก่อน" กล้วยพูด ไม่ใช่เพราะเหนื่อย แต่เพราะปู่ของนิดเดินกะเผลกหนักขึ้นทุกก้าว "หาที่ปลอดภัย"
---
ร้านข้างทางในตึกแถวย่านรัชโยธินฝั่งเหนือ ป้ายบนกระจกเขียนว่า "คลินิกสัตว์เลี้ยง หมอนก" มีรูปสุนัขยิ้มและแมวนั่งอยู่บนโลโก้
กล้วยสูดอากาศ "ว่าง ไม่มีกลิ่นซอมบี้ข้างใน"
เปิ้ลงัดประตูกระจกเข้าไป ข้างในเล็ก แต่มิดชิด มีห้องตรวจด้านหลัง ยาสัตว์เรียงบนชั้น น้ำดื่มขวดเล็กๆ ในตู้เย็นที่ดับไปแล้ว
ใบตองเดินเข้าห้องตรวจ — แล้วหยุดชะงัก
"กล้องจุลทรรศน์" เธอหายใจ
กล้องจุลทรรศน์สำหรับสัตวแพทย์วางอยู่บนโต๊ะสแตนเลส ไม่ใช่รุ่นวิจัยระดับสูง แต่ก็พอใช้ได้ ข้างๆ มีสไลด์แก้ว น้ำยาย้อมสี หลอดทดลองเล็กๆ
"ฉันเก็บตัวอย่างเนื้อเยื่อซอมบี้จากเมื่อเช้าไว้" ใบตองรื้อกระเป๋า หยิบถุงพลาสติกที่มีชิ้นเนื้อเล็กๆ สีเหลืองอมเขียวออกมา "เก็บตอนที่กล้วยสู้ มีเศษเนื้อเยื่อกระเด็นมา"
"เธอเก็บ ตอนนั้น?" กล้วยตาโต "ตอนที่ซอมบี้สิบกว่าตัวบุกร้าน?"
"นักวิจัยไม่ทิ้งตัวอย่าง" ใบตองพูดเรียบๆ "แม้จะกำลังวิ่งหนีตาย"
เปิ้ลหัวเราะ "พี่ใบตองเก็บตัวอย่างซอมบี้ตอนหนีตาย ผมถ่ายวิดีโอตอนหนีตาย เราเป็นทีมที่บ้าพอกัน"
"ฉันต้องใช้เวลาสักชั่วโมง" ใบตองจัดอุปกรณ์บนโต๊ะ "ที่ผ่านมาฉันวิเคราะห์ด้วยตาเปล่ากับความรู้เบื้องต้น ตอนนี้มีกล้องจุลทรรศน์... อาจได้คำตอบที่แท้จริง"
---
กล้วยยืนเฝ้าหน้าคลินิก กะทะเทพพิงข้างขา อักษรโบราณเรืองแสงทองจางๆ ตลอดเวลา — เรืองแสงแม้ไม่ได้ใช้งาน ตั้งแต่เลเวลอัป
นิดนั่งข้างใน กอดลูกชายที่หลับไป ปู่นั่งพิงผนังนวดขา
"พี่กล้วย" นิดพูดเบา
"หืม?"
"เขตปลอดภัยดอนเมือง... มีจริงไหม?"
กล้วยเงียบ เธอไม่รู้ ไม่เคยรู้ ได้ยินแต่ข่าวลือจากคนที่ผ่านมา
"มีหรือไม่มี ฉันจะพาพวกเราไปถึง" กล้วยตอบ "ถ้าไม่มี ก็หาที่อื่น"
นิดพยักหน้า ไม่ได้ถามต่อ บางทีการมีคนบอกว่า "ฉันจะพา" ก็เพียงพอแล้ว
เปิ้ลนั่งข้างกล้วย ถือกล้องแต่ไม่ได้ถ่าย ครั้งแรกในหลายวันที่เขาวางกล้องลง
"กล้วย" เปิ้ลพูดเบา "ตอนที่ไฟศักดิ์สิทธิ์ลุกขึ้นเมื่อเช้า ผมเห็นผิวซอมบี้กลับเป็นปกติ ตรงที่ไฟสัมผัส"
"ใช่"
"นั่นหมายความว่า... ถ้าไฟแรงพอ อาจเปลี่ยนซอมบี้กลับเป็นคนได้?"
กล้วยมองกะทะเทพ ไฟศักดิ์สิทธิ์จางๆ เต้นที่ขอบ "ฉันไม่รู้ ซอมบี้ที่กลายร่างสมบูรณ์แล้ว สมองถูกเชื้อครอบงำ แม้ผิวกลับเป็นปกติ แต่สมอง..."
"แต่ถ้ากะทะเลเวลขึ้นอีก"
"ก็อาจจะ" กล้วยพูดเบา "แต่ทุกครั้งที่เลเวลขึ้น ฉันต้องสู้หนักขึ้น และทุกครั้งที่สู้..."
เปิ้ลเงียบ เขาเข้าใจ วงจรที่ทำให้กล้วยทั้งแข็งแกร่งขึ้นและใกล้ตายขึ้นพร้อมกัน
"ผมจะอยู่ตรงนี้" เปิ้ลพูด "ไม่ว่าจะเกิดอะไร ผมจะถ่ายไว้ให้คนรุ่นหลังดู ว่ามีสาวถือกะทะสู้ซอมบี้ท่ามกลางวันสิ้นโลก"
กล้วยยิ้มบาง "ถ่ายมุมที่ดีหน่อยนะ"
---
ชั่วโมงหนึ่งผ่านไป ท้องฟ้าเริ่มมืด
ใบตองเดินออกจากห้องตรวจ หน้าซีด
กล้วยรู้ทันทีว่ามีอะไรผิดปกติ ไม่ใช่หน้าเหนื่อย หน้า ตกใจ
"ใบตอง?"
ใบตองนั่งลงกลางห้อง ถอดแว่นออกเช็ด มือสั่น
ทุกคนมอง แม้แต่ปู่ก็ลืมตาจากที่นั่งหลับ
"เชื้อนี้..." ใบตองเริ่ม เสียงสั่น "ไม่ใช่ธรรมชาติ"
เงียบ
"ฉันสงสัยมาตั้งแต่ต้น ตั้งแต่ที่มหาวิทยาลัย ตอนที่ดูโครงสร้างเชื้อด้วยตาเปล่า มีอะไรผิดปกติ แต่ไม่มีเครื่องมือยืนยัน" ใบตองใส่แว่นกลับ มือยังสั่น "ตอนนี้มีกล้องจุลทรรศน์แล้ว แม้จะเป็นแค่รุ่นธรรมดา แต่ก็เพียงพอที่จะเห็น ลายนิ้วมือ"
"ลายนิ้วมือ?" เปิ้ลถาม
"ลายนิ้วมือของมนุษย์" ใบตองลุกขึ้น เดินไปที่กล้องจุลทรรศน์ "มาดู ฉันจะอธิบาย"
กล้วยตามเข้าไป มองเข้าไปในกล้อง เห็นภาพที่ไม่เข้าใจ — เส้นใยบางๆ สานกันเป็นตาข่าย จุดสีเข้มกระจายเป็นรูปแบบ
"สิ่งที่เห็นคือเส้นใยเชื้อรา Fungus Musaceae-X" ใบตองชี้ "ในธรรมชาติ เส้นใยเชื้อราจะแตกกิ่งก้านแบบสุ่ม ไม่มีรูปแบบ แต่ดู — เส้นใยพวกนี้แตกกิ่งเป็นมุม 60 องศาสม่ำเสมอ ทุกเส้น สมมาตรสมบูรณ์แบบ"
"แปลว่า?"
"ธรรมชาติไม่สร้างอะไรสมมาตรขนาดนี้" ใบตองพูด "แต่ พันธุวิศวกรรม ทำได้ เทคนิค CRISPR-Cas9 สามารถตัดต่อยีนของเชื้อราให้เส้นใยเติบโตตามรูปแบบที่กำหนด"
ใบตองเปลี่ยนสไลด์ "อันนี้ชัดกว่า ดูตรงจุดสีเข้ม"
กล้วยมอง เห็นจุดเล็กๆ เรียงกันเป็นแถว
"นั่นคือ ยีนมาร์กเกอร์" ใบตองอธิบาย เสียงเริ่มนิ่งขึ้น — เข้าสู่โหมดนักวิทยาศาสตร์ "เหมือนลายเซ็นของนักวิจัย นักพันธุวิศวกรรมจะใส่ยีนมาร์กเกอร์เข้าไปในสิ่งมีชีวิตที่ตัดแต่งพันธุกรรม เพื่อให้รู้ว่าสิ่งมีชีวิตนั้นเป็น 'ผลงาน' ของใคร เหมือนศิลปินเซ็นชื่อบนภาพวาด"
"ใครเซ็นชื่อบนเชื้อนี้?" กล้วยถามเบา
"ยังบอกไม่ได้ว่าใคร" ใบตองส่ายหัว "ต้องมีฐานข้อมูลยีนซึ่งตอนนี้เข้าถึงไม่ได้ แต่บอกได้ว่า — คนที่ทำเรื่องนี้เป็นนักวิทยาศาสตร์ระดับสูง ไม่ใช่นักศึกษาเล่นๆ ไม่ใช่อุบัติเหตุในห้องแล็บ เชื้อนี้ถูกออกแบบ ถูกสร้าง ถูกปล่อย"
ใบตองถอดแว่นอีกครั้ง คราวนี้ไม่ได้เช็ด แค่ถือไว้ มือสั่นจนแว่นกระทบกัน
"Fungus Musaceae-X ถูกตั้งใจออกแบบให้แพร่ผ่านกล้วย — ผลไม้ที่คนไทยกินมากที่สุด เชื้อถูกออกแบบให้ครอบงำสมอง ทำลายเจตจำนงของมนุษย์ แต่เก็บร่างกายไว้ให้ยังเคลื่อนไหวได้" เธอหยุด กลืนน้ำลาย "สิ่งที่เกิดขึ้นทั้งหมด — ซอมบี้ทุกตัว คนที่ตาย ครอบครัวที่แตก เมืองที่ล่มสลาย — มีคนตั้งใจให้เกิด"
เงียบ
เปิ้ลวางกล้อง ใบหน้าเขาเปลี่ยน จากเปิ้ลที่ร่าเริงมองโลกในแง่ดี กลายเป็นคนที่กำลังพยายามกลืนความจริงที่ใหญ่เกินคำ
นิดกอดลูกแน่นขึ้น ปู่มองพื้น
กล้วยยืนนิ่ง มองแขนซ้ายตัวเอง ผิวเหลืองอมเขียวที่เธอคุ้นเคยจนเกือบลืมว่ามันไม่ใช่ปกติ
มีคนทำสิ่งนี้กับฉัน ไม่ใช่โชคร้าย ไม่ใช่ธรรมชาติ มีคนตั้งใจ
"พญากล้วยตานี" กล้วยพูด
ใบตองพยักหน้า "สันนิษฐานที่ดีที่สุดตอนนี้ จากที่พ่อใหญ่เกษมบอก พญากล้วยตานีเป็นอดีตมนุษย์ที่กลายร่าง ยังมีสติปัญญา ยังพูดได้ ยังมีแผน ถ้าเป็นนักวิทยาศาสตร์ที่สร้างเชื้อแล้วฉีดเข้าตัวเอง..."
"บ้า" เปิ้ลพูด เสียงแหบ "บ้าสิ้นดี ทำไม ทำไมต้อง—"
"คนบ้าไม่ต้องการเหตุผลที่คนปกติเข้าใจ" ใบตองพูดเรียบ "แต่จากที่เขาบอกกลุ่มลัทธิว่า 'วิวัฒนาการ' ... เขาอาจเชื่อว่ากำลังทำสิ่งที่ดีสำหรับมนุษยชาติ"
"ดี?!" เปิ้ลลุกขึ้น "คนตายเป็นพัน! เป็นหมื่น!"
"ฉันไม่ได้เห็นด้วย" ใบตองยกมือ "ฉันบอกว่า เขา อาจเชื่อแบบนั้น คนที่อันตรายที่สุดไม่ใช่คนที่รู้ว่าตัวเองชั่ว แต่เป็นคนที่เชื่อว่าตัวเองดี ในขณะที่ทำสิ่งเลวร้าย"
กล้วยนั่งลง หลังพิงผนัง กะทะเทพในตัก อักษรโบราณเรืองแสงนิ่ง ไม่สว่างไม่มืด ราวกับกะทะก็กำลังคิด
"ถ้าเชื้อถูกสร้างขึ้น" กล้วยพูดช้าๆ "แปลว่ามีจุดอ่อนที่คนสร้างรู้"
ใบตองมองกล้วย ตาเปล่งประกาย "ถูกต้อง ทุกสิ่งที่ถูกสร้างด้วยพันธุวิศวกรรมมี สวิตช์ปิด — kill switch นักวิจัยใส่ไว้เป็นมาตรการความปลอดภัย ถ้าหาสวิตช์นั้นเจอ..."
"รักษาได้ทุกคน" กล้วยต่อ
"ทฤษฎี" ใบตองเตือน "ยังไม่รู้ว่า kill switch อยู่ไหน ต้องมีข้อมูลเพิ่ม ต้องมีแล็บจริงๆ ไม่ใช่คลินิกสัตว์เลี้ยง ต้อง—"
"เขตปลอดภัยดอนเมือง" เปิ้ลพูด "ถ้ามีทหาร อาจมีอุปกรณ์ แล็บ หมอ"
"ถ้ามีจริง" นิดพูดจากมุมห้อง เสียงเบาแต่ชัด "ถ้าเขตปลอดภัยมีจริง"
ทุกคนเงียบ
กล้วยลุกขึ้น "มีหรือไม่มี ต้องไปดู แต่ตอนนี้สิ่งที่รู้คือ — เราไม่ได้แค่หนีอีกต่อไป ไม่ใช่แค่เอาตัวรอด มีคนทำเรื่องนี้ และเราต้องหยุดเขา"
ใบตองพยักหน้า "ฉันจดทุกอย่างไว้ หลักฐานทางวิทยาศาสตร์ ตัวอย่างเนื้อเยื่อ รูปจากกล้องจุลทรรศน์ ถ้าหาคนที่เข้าใจได้..."
เปิ้ลหยิบกล้องขึ้น มือเขายังสั่นเล็กน้อย แต่ตาเปลี่ยนไปแล้ว ไม่ใช่ตาของยูทูบเบอร์ที่หาคอนเทนต์ เป็นตาของคนที่รู้ว่าสิ่งที่ถ่ายอยู่เป็นหลักฐานที่อาจเปลี่ยนทุกอย่าง
"ผมจะถ่ายทุกอย่าง" เปิ้ลพูดเบา "ไม่ใช่เพื่อยอดวิว ไม่ใช่เพื่อคอนเทนต์ เพื่อ หลักฐาน สิ่งที่ใบตองค้นพบ ซอมบี้ทุกตัว เชื้อทุกตัวอย่าง กล้วยทุกครั้งที่สู้ ผมจะบันทึกไว้ให้หมด"
เขาหันกล้องมาที่สไลด์ตัวอย่างเชื้อบนกล้องจุลทรรศน์ ถ่ายใกล้ แล้วหันมาที่ใบตอง
"พี่ใบตอง อธิบายอีกรอบหน้ากล้อง"
ใบตองมองเปิ้ล เปิ้ลมองกลับ ไม่ต้องพูดอะไรเพิ่ม
ใบตองหันหน้าเข้ากล้อง จัดแว่น หายใจลึก
"วันที่เจ็ดหลังการระบาดของ Fungus Musaceae-X ฉันชื่อใบตอง อดีตนักศึกษาปริญญาโท สาขาโรคพืช วันนี้ฉันมีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ที่ยืนยันว่าเชื้อที่ทำให้เกิดซอมบี้ — ไม่ใช่โรคธรรมชาติ มันถูก สร้างขึ้น โดยมนุษย์"
---
ค่ำวันนั้น กล้วยทำข้าวต้มปลากระป๋องผสมผักกาดขาวในกะทะเทพ Lv.2 วัตถุดิบสดที่เหลือจากที่หยิบมาจากร้านข้าวแกงเมื่อวาน ไม่มากแล้ว
อักษรโบราณเรืองแสงทอง ไฟศักดิ์สิทธิ์จางๆ เต้นที่ขอบกะทะ กลิ่นข้าวต้มหอมอบอวลทั้งคลินิก สปอร์ในอากาศถูกเผาสลาย
กะทะ "สอน" เธออีกครั้ง — ผักกาดขาวต้องใส่ตอนน้ำซุปเดือดเบาๆ ไม่ใช่เดือดจัด เพราะวิตามินในผักจะจับกับพลังของกะทะได้ดีกว่าในอุณหภูมิที่พอดี
กะทะไม่ได้แค่สอนทำอาหาร มันสอนวิทยาศาสตร์ในแบบของตัวเอง
กล้วยตักข้าวต้มแบ่งให้ทุกคน เชื้อที่แขนจางลงเล็กน้อย — ไม่ถอยหลังมากเท่าโจ๊กเมื่อเช้า อาจเพราะวัตถุดิบสดเหลือน้อย ส่วนที่เป็นปลากระป๋องไม่ได้ผลเท่า
"วัตถุดิบสดหมดแล้ว" ใบตองจด "พรุ่งนี้ต้องหา"
หกคนนั่งกินข้าวต้มในคลินิกสัตว์เลี้ยง ล้อมกะทะเทพที่ให้ทั้งความอบอุ่นและแสงสว่าง ข้างนอกเมืองมืดสนิท ไม่มีไฟฟ้า ไม่มีไฟถนน มีแต่เสียงซอมบี้ไกลๆ ที่ส่งมาตามลม
"ฉันนับวัน" กล้วยพูด ไม่ได้มองใคร มองกะทะ "วันนี้วันที่เจ็ด เหลือเวลาอีกยี่สิบสามวัน อาจน้อยกว่านั้นเพราะใช้พลังซอมบี้เยอะ"
"กล้วย..." ใบตองเริ่ม
"ไม่ได้พูดเพื่อให้สงสาร" กล้วยมองขึ้น "พูดเพราะทุกคนควรรู้ ถ้าวันไหนฉันเริ่มไม่ใช่ตัวเอง... ถ้าเชื้อมันเข้าใกล้สมอง... ทุกคนต้องพร้อม"
"พร้อมทำอะไร?" นิดถามเบา
กล้วยไม่ตอบ แต่ทุกคนเข้าใจ
"จะไม่มีวันนั้น" ใบตองพูดแน่วแน่ "เราจะหาทางรักษา กะทะเทพยังเลเวลขึ้นได้อีก เชื้อมี kill switch ที่รอให้ค้นพบ และเราจะไม่ยอมแพ้"
เปิ้ลยกกล้อง ถ่ายวงกลมหกคนที่นั่งล้อมกะทะเทพ แสงทองจากอักษรโบราณส่องใบหน้าทุกคน
"ตอนนี้ชื่อ..." เขาคิด "'ลายนิ้วมือ'"
ไม่มีใครค้าน
---
กลางดึก กล้วยนั่งเฝ้ายาม ข้างนอกมืดสนิท เสียงซอมบี้ไกลๆ ส่งมาเป็นระยะ
ใบตองเดินมานั่งข้างๆ "นอนไม่หลับ?"
"เธอก็"
"ความคิดไม่ยอมหยุด" ใบตองถอดแว่นขัด นิสัยที่ทำเมื่อคิดหนัก "เชื้อนี้ถูกสร้างอย่างพิถีพิถัน ไม่ใช่งานเร่ง เป็นงานหลายปี อาจเป็นสิบปี คนที่สร้างมัน... ทุ่มเทชีวิตทั้งชีวิตเพื่อสิ่งนี้"
"ทำไม?" กล้วยถาม คำถามที่ง่ายที่สุดแต่ตอบยากที่สุด
"ฉันยังไม่รู้" ใบตองใส่แว่นกลับ "แต่ฉันจะหาคำตอบ นี่คือสิ่งที่ฉันทำได้ กล้วยสู้ซอมบี้ เปิ้ลบันทึกหลักฐาน ฉันหาความจริง"
กล้วยมองใบตอง — สาวผมสั้นซอยสูง แว่นหนา ตัวเล็ก ไม่ใช่คนที่ดูจะรอดในวันสิ้นโลก แต่กลับเป็นคนที่สำคัญที่สุดในทีม
"ใบตอง"
"หืม?"
"ขอบคุณที่ไม่กลัวฉัน ตั้งแต่วันแรก"
ใบตองเงียบ แล้วยิ้มบาง "ฉันเป็นนักวิทยาศาสตร์ ฉันไม่กลัวสิ่งที่เข้าใจได้ และเธอ — เธอเป็นสิ่งที่น่าศึกษาที่สุดในวันสิ้นโลกนี้"
กล้วยหัวเราะเบา เป็นครั้งแรกในวันนี้ "ดีใจที่ฉันเป็นหัวข้อวิจัยที่น่าสนใจ"
"ไม่ใช่แค่หัวข้อวิจัย" ใบตองพูดเบา ไม่ได้มองกล้วย มองท้องฟ้ามืดข้างนอก "เป็นเพื่อน"
เงียบ
ลมพัดเบา พาเอากลิ่นกล้วยสุกจางๆ มาจากที่ไหนสักแห่ง ปนกับกลิ่นข้าวต้มที่ยังอบอวลในคลินิก
กล้วยมองกะทะเทพ อักษรโบราณเรืองแสงทองนิ่ง ราวกับพยักหน้า
ย่า เชื้อนี้ถูกสร้างขึ้น แต่กะทะเทพก็ถูกสร้างขึ้นเหมือนกัน — สร้างขึ้นเพื่อต่อสู้กับมัน
ฉันจะหาคำตอบ ว่าใครเป็นคนสร้างเชื้อนี้
และฉันจะหยุดเขา
ความคิดเห็น
ยังไม่มีความคิดเห็น