ตอนที่ 11: กรงทอง
วันที่แปดหลังโลกล่มสลาย เช้า
กล้วยรู้ว่ามีปัญหาตั้งแต่ก้าวแรกที่ออกจากคลินิก
กลิ่นซอมบี้ข้างหน้าหนาแน่นจนเหมือนกำแพง ทิศเหนือ — ทิศดอนเมือง — เต็มไปด้วยซอมบี้ระดับ 2 และ 3 กระจายเป็นแนว ไม่ใช่กระจัดกระจายตามธรรมชาติ แต่เรียงเป็น แถว
"เหมือนด่านตรวจ" กล้วยพูดเบา "ซอมบี้ตั้งแนวขวางเส้นทาง"
"ซอมบี้ไม่ตั้งด่านตรวจ" ใบตองพูด ตาแคบลง "แต่อะไรที่ สั่ง ซอมบี้ได้..."
"พญากล้วยตานี" เปิ้ลจบประโยค
กล้วยสูดอากาศอีกครั้ง พยายามหาทางอ้อม ทิศตะวันตก — ซอมบี้หนาแน่นจากย่านจตุจักร (รังของพญากล้วยตานี) ทิศตะวันออก —
กล้วยหยุด
ทิศตะวันออกมีกลิ่นคน กลุ่มใหญ่ ห้าสิบ หกสิบ อาจมากกว่านั้น และปนกับกลิ่นธูป ต้นกล้วยกลายพันธุ์ และสปอร์
"กลุ่มลัทธิ" กล้วยพูด "อีกกลุ่ม ใหญ่กว่าวัดรัชโยธินเยอะ อยู่ทางตะวันออก"
"ข้างหน้ามีซอมบี้ตั้งแนว ข้างหลังเราผ่านมาแล้ว ตะวันตกคือรังพญากล้วยตานี ตะวันออกคือลัทธิ" ใบตองสรุป "ติดกับ"
ปู่นั่งลงบนขอบทางเท้า ขาสั่น เดินมาตั้งแต่เช้ายังไม่ได้พัก เด็กชายจับมือแม่แน่น นิดมองกล้วยด้วยตาที่ถามว่า ทำยังไง
กล้วยคิด กลิ่นซอมบี้ข้างหน้าหนาแน่นเกินกว่าจะฝ่า — แม้มีกะทะเทพ Lv.2 ก็ไม่ใช่กับครอบครัวที่มีคนแก่ขาเจ็บและเด็กเล็ก
"กลุ่มลัทธิ" กล้วยพูด "เราอ้อมผ่านเขตของพวกเขาได้ไหม?"
"ถ้าเขตใหญ่พอ อาจไม่ได้" ใบตองส่ายหัว "แต่ถ้าเราเข้าไปเงียบๆ ตัดผ่าน—"
"หรือเข้าไปขอข้อมูล" เปิ้ลพูด "กลุ่มลัทธิกลุ่มก่อนไม่ได้ทำร้ายเรา แค่... แปลกๆ"
"แต่ถ้ากลุ่มนี้ใหญ่กว่า อาจไม่ต้อนรับแบบเดียวกัน" ใบตองเตือน
กล้วยมองปู่ที่หอบ มองเด็กที่ตาโตกลัว ไม่มีทางเลือกมาก
"เข้าไป" กล้วยตัดสินใจ "ฉันซ่อนแขน ซ่อนตา ถ้าเป็นแค่กลุ่มลัทธิธรรมดา ขอผ่านทาง ถ้าไม่ให้... ค่อยว่ากัน"
---
เขตของกลุ่มลัทธินี้กินพื้นที่ทั้งหมู่บ้านจัดสรร
กล้วยเห็นตั้งแต่ไกล — กำแพงหมู่บ้านถูกเสริมด้วยรถยนต์ซ้อนกัน ลวดหนาม และที่น่าขนลุกที่สุด — ต้นกล้วยกลายพันธุ์ปลูกเรียงรายบนกำแพง ใบสีม่วงอมดำไหวตามลม ปล่อยสปอร์บางๆ เป็นม่าน
"กำแพงสปอร์" ใบตองกระซิบ "ใช้ต้นกล้วยกลายพันธุ์เป็นกำแพงป้องกัน ซอมบี้ไม่เข้า เพราะพญากล้วยตานีสั่ง และสปอร์ทำให้คนที่ผ่านเข้าออกค่อยๆ ติดเชื้อโดยไม่รู้ตัว"
"กล้วย ระวัง" ใบตองจับแขนเธอ "สปอร์เร่งเชื้อในตัวเธอ"
กล้วยพยักหน้า กดกะทะเทพให้ชิดตัว ไฟศักดิ์สิทธิ์จางๆ เต้นที่ขอบ — เธอรู้สึกว่ากะทะกำลังเผาสปอร์ในอากาศรอบตัวเธอ ไม่มากแต่ช่วยได้บ้าง
ประตูหมู่บ้านเปิดก่อนที่พวกเขาจะเคาะ
คนสิบกว่าคนยืนรอ ชุดเหลืองตัดเขียวเหมือนกลุ่มก่อน แต่กลุ่มนี้มีอาวุธ — ไม้ มีด ท่อเหล็ก ไม่ใช่ท่าทีของคนต้อนรับ
"ผู้มาเยือน" ชายร่างสูงยืนกลางกลุ่ม หน้าตาคมเข้ม อายุราวสี่สิบ ผิวแขนขวามีรอยเชื้อจางๆ "พญากล้วยตานีบอกว่าพวกท่านจะมา"
กล้วยแข็ง
พญากล้วยตานี รู้ ?
เชื้อในแขนซ้ายกระตุก — ไม่เจ็บ แต่ ตอบสนอง ราวกับจำได้ ราวกับมีอะไรส่งสัญญาณจากที่ไกลๆ
"ผมชื่อสมชาย" ชายร่างสูงพูด "ผู้นำ 'ค่ายแห่งรุ่งอรุณ' ยินดีต้อนรับ เชิญข้างใน"
ไม่ใช่คำเชิญ เป็นคำสั่ง
---
ค่ายแห่งรุ่งอรุณใหญ่กว่าหมู่บ้านแห่งการตื่นรู้ของพ่อใหญ่เกษมหลายเท่า
บ้านจัดสรรกลายเป็นที่พัก อาหารถูกแจกจ่ายอย่างเป็นระบบ มีเวรยาม มีกฎ สมาชิกเกือบเจ็ดสิบคน ส่วนใหญ่เป็นครอบครัว มีเด็กวิ่งเล่น มีคนแก่นั่งพักผ่อน
ดูเหมือน สังคมที่ใช้ได้ ท่ามกลางวันสิ้นโลก
แต่กล้วยเห็นสิ่งที่คนอื่นไม่เห็น — ต้นกล้วยกลายพันธุ์ปลูกทุกมุม สปอร์บางๆ ลอยในอากาศตลอดเวลา สมาชิกหลายคนมีรอยเชื้อจางๆ ที่แขน ที่คอ ที่ใบหน้า พวกเขาไม่ได้แค่อยู่กับเชื้อ — พวกเขากำลัง กลายร่าง อย่างช้าๆ
"น่ากลัว" ใบตองกระซิบข้างกล้วย "เหมือนฟาร์ม ทุกคนที่นี่กำลังกลายเป็นซอมบี้ แค่ยังไม่รู้ตัว"
สมชายพาทีมเดินผ่านค่าย ผู้คนมองพวกเขาด้วยสายตาผสม — อยากรู้อยากเห็น สงสัย กลัว ไม่มีใครยิ้ม
"พญากล้วยตานีส่งข่าวมาเมื่อคืน" สมชายพูดขณะเดิน "ผ่านเครือข่ายสปอร์ ท่านบอกว่ามีกลุ่มหกคน เดินทางมาจากทิศใต้ มีสาวถือกะทะ"
กล้วยรู้สึกเลือดเย็น
เครือข่ายสปอร์ เชื้อในตัวฉันเชื่อมต่อกับเครือข่ายของพญากล้วยตานี มันรู้ว่าฉันอยู่ที่ไหน
"ท่านบอกให้ต้อนรับ" สมชายหยุดหน้าบ้านหลังใหญ่ที่สุดในหมู่บ้าน "และบอกให้ เก็บ พวกท่านไว้ จนกว่าท่านจะมาเอง"
"มาเอง?" เปิ้ลถาม เสียงตึง
"พญากล้วยตานีจะมาที่นี่" สมชายพูดเรียบ "ภายในสองวัน ท่านต้องการพบ... เธอ"
สายตาสมชายจับไปที่กล้วย
เงียบ
"เรา ไม่ใช่ แขก" ใบตองพูด เสียงแข็ง "เราเป็นนักโทษ"
"แขกที่ไม่ได้รับอนุญาตให้ออก" สมชายยิ้มบาง "ลองมองในแง่ดี ที่นี่มีอาหาร มีที่พัก ปลอดภัยจากซอมบี้ หลายคนอยากได้สิ่งที่พวกท่านกำลังจะได้"
"คุกที่มีอาหาร ยังไงก็เป็นคุก" กล้วยพูด
สมชายไม่ตอบ แค่ยกมือสั่ง คนสิบกว่าคนล้อมรอบทีม อาวุธในมือ
กล้วยมองปู่ที่ขาสั่น เด็กชายที่จับมือแม่ สู้ตอนนี้ ไม่ใช่ตัวเลือก
"โอเค" กล้วยพูดเรียบ "เราอยู่ แต่ฉันต้องการข้อมูล"
"ข้อมูลอะไร?"
"ทุกอย่างที่คุณรู้เรื่องพญากล้วยตานี"
สมชายมองกล้วยนาน ตาคมราวกับกำลังประเมิน แล้วพยักหน้า
"ยุติธรรม ท่านก็อยากให้เธอรู้"
---
ห้องนั่งเล่นของบ้านหลังใหญ่ถูกจัดเป็นห้องประชุม โต๊ะไม้ เก้าอี้ แผนที่กรุงเทพฯ ติดผนัง มีจุดทำเครื่องหมายหลายจุด — เขตของกลุ่มลัทธิ เขตซอมบี้หนาแน่น เขตปลอดภัย
กล้วยมองแผนที่ ดอนเมืองถูกวงกลมด้วยปากกาแดง เขียนว่า "กับดัก?"
"เขตปลอดภัยดอนเมือง" สมชายเห็นสายตากล้วย "มีจริง ทหารตั้งไว้จริง แต่..." เขาหยุด
"แต่?" ใบตองถาม
"ผมส่งคนไปสำรวจเมื่อสามวันก่อน สี่คน กลับมาสองคน" สมชายพูดเสียงเปลี่ยน เป็นครั้งแรกที่ดูเหมือนมนุษย์ ไม่ใช่ผู้นำลัทธิ "พวกเขาบอกว่าเขตปลอดภัยมีกำแพง มีทหาร มีอาวุธ แต่ทหารบางคน... เปลี่ยนไป มีรอยเชื้อ ไม่ได้ซ่อน ไม่ได้กลัว เหมือน เลือก ที่จะรับเชื้อ"
กล้วยมองใบตอง ใบตองมองกลับ ตาเปล่งแสงเข้าใจ — ทหารที่ทำงานให้พญากล้วยตานี
"พญากล้วยตานีควบคุมเขตปลอดภัยด้วย?" เปิ้ลถาม
"ไม่รู้แน่ชัด" สมชายส่ายหัว "แต่ท่านมีเครือข่ายกว้างกว่าที่คิด ไม่ใช่แค่ซอมบี้ คน ก็อยู่ในเครือข่ายด้วย คนที่เลือกรับเชื้อโดยสมัครใจ"
"เหมือนพวกคุณ" ใบตองพูดตรง
สมชายมองใบตอง ไม่โกรธ แค่เหนื่อย "เราเลือกทางที่ทำให้มีชีวิตอยู่ โลกข้างนอกมีแต่ซอมบี้ ที่นี่มีอาหาร มีหลังคา มีชุมชน ราคาคือ... ค่อยๆ เปลี่ยน"
"ราคาคือชีวิต" ใบตองพูดเรียบ "เชื้อจะครอบงำสมองไม่ว่ารับช้าหรือเร็ว ผลลัพธ์เหมือนกัน คุณแค่เลือกตายช้าแทนตายเร็ว"
สมชายเงียบ แล้วถอนหายใจ
"พญากล้วยตานีบอกอีกอย่าง" เขาพูดเบา มองกล้วยโดยเฉพาะ "ท่านบอกว่า... เธอเป็นผลงานชิ้นเอก"
กล้วยแข็ง
"ครึ่งคนครึ่งซอมบี้ที่ยังมีสติสมบูรณ์ ท่านบอกว่าเธอเป็นหลักฐานว่ามนุษย์กับพืชอยู่ร่วมกันได้ ไม่ต้องทำลายซึ่งกันและกัน ท่านไม่ต้องการ ทำลาย เธอ ท่านต้องการ เชิญ เธอ"
"เชิญ?" กล้วยหัวเราะแห้ง "จับเราขังแล้วเรียกว่าเชิญ?"
"ท่านรู้ว่าเธอจะไม่มาถ้าขอดีๆ" สมชายพูดตรง "เธอถือกะทะที่ทำลายเชื้อได้ เธอสู้ซอมบี้ของท่านมาหลายตัว ท่าน รู้ ทุกครั้ง ผ่านเครือข่ายสปอร์"
ทุกครั้งที่ฉันสู้ ทุกครั้งที่ใช้พลังซอมบี้ เชื้อในตัวส่งสัญญาณ พญากล้วยตานีรู้หมด
กล้วยกำมือ เชื้อในแขนซ้ายเต้น — ไม่ใช่เจ็บ เป็นความรู้สึกเหมือนถูก จ้องมอง
"ท่านบอกอีกอย่าง" สมชายพูดเสียงเบาลง "ท่านรู้จักกะทะนั้น ท่านเรียกมันว่า 'เครื่องครัวของผู้พิทักษ์' ท่านบอกว่ามันเก่าแก่กว่าที่คิด และ... ท่านเคยพยายามทำลายมันมาก่อน แต่ทำไม่ได้"
ใบตองจด ด้วยมือที่สั่นเล็กน้อย
"ยังมีอะไรอีก?" กล้วยถาม
"ท่านบอกว่า..." สมชายลังเล "ท่านสร้างเชื้อนี้ขึ้นมาเอง ท่านเป็นนักวิทยาศาสตร์ ท่านเชื่อว่ามนุษย์กำลังทำลายโลก และวิธีเดียวที่จะหยุดคือ เปลี่ยน มนุษย์ให้เป็นส่วนหนึ่งของธรรมชาติ"
"ทำลายมนุษยชาติเพื่อช่วยโลก" ใบตองพูดเรียบ "ตรรกะของคนบ้า"
"ท่านไม่ได้บ้า" สมชายพูดเสียงแข็ง — ศรัทธาในน้ำเสียงชัดเจน "ท่านเป็นคนฉลาดที่สุดที่ผมเคยเจอ ท่านไม่ได้ทำลายมนุษยชาติ ท่าน อัปเกรด มนุษยชาติ"
"อัปเกรดเป็นซอมบี้" เปิ้ลพูดเสียงเจ็บปวด
---
ทีมถูกขังในห้องนอนชั้นสอง หน้าต่างมีลูกกรง ประตูล็อกจากข้างนอก มีเวรยามสองคนผลัดเฝ้า
"สองวัน" ใบตองพูดเบา "พญากล้วยตานีจะมาในสองวัน ถ้าเจอตัว..."
"ฉันไม่อยากรู้ว่าจะเกิดอะไร" กล้วยพูด "ต้องหนีก่อน"
"ไง?" เปิ้ลมองหน้าต่าง "ลูกกรงเหล็ก เวรยามสองคน กำแพงสปอร์รอบหมู่บ้าน สปอร์ที่เร่งเชื้อในตัวกล้วย"
กล้วยมองกะทะเทพ อักษรโบราณเรืองแสงทอง ไฟศักดิ์สิทธิ์เต้นจางๆ
กะทะเผาสปอร์ได้ ไฟศักดิ์สิทธิ์ทำลายเชื้อ
"ลูกกรงเหล็ก" กล้วยพูดเบา "ไม่ใช่ปัญหาสำหรับพลังครึ่งซอมบี้"
"กล้วย ถ้าใช้พลัง เชื้อจะลาม—" ใบตองเริ่ม
"รู้" กล้วยตัดบท "แต่ถ้าไม่หนี พญากล้วยตานีจะมา และฉันมีความรู้สึกว่า... ถ้าเจอตัว เชื้อในตัวจะตอบสนองแรงกว่าที่เคย"
ใบตองเงียบ เธอรู้ว่ากล้วยพูดถูก เชื้อตอบสนองแค่ได้ยินชื่อพญากล้วยตานี ถ้าเจอตัวจริง...
"ตีสาม" กล้วยวางแผน "เวรยามเปลี่ยนกะ ตอนเปลี่ยนจะมีช่วงเวลาว่าง ฉันงัดลูกกรง ทุกคนออกทางหน้าต่างชั้นสอง"
"ปู่ลงจากชั้นสองไม่ได้" นิดพูดเบา
กล้วยมองปู่ ปู่มองกลับ
"ไปเถอะ" ปู่พูดเสียงนิ่ง "ฉันอยู่ที่นี่ได้ ไม่ต้องห่วง"
"ไม่" กล้วยพูดทันที "ไม่ทิ้งใคร"
"กล้วย—" ปู่เริ่ม
"เปิ้ลแบกปู่ได้" กล้วยมองเปิ้ล
เปิ้ลพยักหน้าทันที "ได้ครับ ปู่ไม่หนักหรอก"
ปู่มองเปิ้ล มองกล้วย ตาแดง
---
ตีสาม กล้วยลุกเงียบ
ข้างนอกเสียงเวรยามเปลี่ยนกะ เสียงพูดคุยเบาๆ เสียงเท้าเดินออก เสียงเท้าใหม่ยังไม่มา
ตอนนี้
กล้วยจับลูกกรงเหล็กด้วยแขนซ้าย ปลดปล่อยพลังซอมบี้ — ไม่เยอะ แค่พอ กล้ามเนื้อบวมขึ้น ผิวเหลืองอมเขียวเข้มขึ้น เธอดึง
เหล็กบิดงอ เสียงดังเหมือนกระป๋องถูกบีบ กล้วยกัดฟัน ดึงอีกครั้ง ลูกกรงหลุดจากวงกบ
เชื้อลาม รู้สึกได้ ขึ้นไปอีกเซนติเมตร สองเซนติเมตร
"เร็ว" กล้วยกระซิบ
ใบตองออกก่อน เกาะขอบหน้าต่างแล้วกระโดดลงหลังคาครัวต่อเติมชั้นล่าง เปิ้ลส่งเด็กชายให้ใบตอง แล้วนิด แล้วแบกปู่ลงมา กล้วยออกสุดท้าย กะทะเทพในมือ
หลังคาครัว → กำแพงรั้วบ้าน → ซอยข้างหมู่บ้าน
กล้วยสูดอากาศ สปอร์จากต้นกล้วยกลายพันธุ์หนาในอากาศ เชื้อในตัวเธอกระตุก ตอบสนองต่อสปอร์ราวกับเจอญาติ
เร่ง ต้องผ่านกำแพงสปอร์ให้เร็ว
กล้วยยกกะทะเทพขึ้น ไฟศักดิ์สิทธิ์ลุกขึ้นเอง — ราวกับกะทะรู้ว่าต้องทำอะไร เปลวไฟทองเผาสปอร์ในอากาศรอบทีม อากาศสะอาดขึ้นในรัศมีสองสามเมตร
"อยู่ใกล้กะทะ" กล้วยสั่ง "ไฟเผาสปอร์ได้"
ทีมเดินเรียงแถว กล้วยยกกะทะเทพเป็นคบไฟนำทาง ไฟศักดิ์สิทธิ์สว่างในความมืด สปอร์ลุกเป็นเปลวเล็กๆ แล้วดับรอบตัว
"หยุด!"
เสียงตะโกนจากข้างหลัง ไฟฉายสาดมา เวรยามเห็นแล้ว
"วิ่ง!" กล้วยสั่ง
เปิ้ลแบกปู่วิ่ง นิดอุ้มลูกวิ่ง ใบตองวิ่งข้าง กล้วยวิ่งรั้งท้าย กะทะเทพยกสูง ไฟศักดิ์สิทธิ์ลุกเป็นคบไฟในความมืด
เสียงตะโกนจากค่าย เสียงเท้าวิ่งตาม แต่ไม่มีใครกล้าเข้าใกล้ไฟศักดิ์สิทธิ์ — แม้จะเป็นมนุษย์ สัญชาตญาณบอกว่าไฟนั้นไม่ธรรมดา
กล้วยวิ่งผ่านกำแพงสปอร์ เชื้อในตัวเธอสั่นไหวเมื่อผ่านม่านสปอร์หนาแน่น แต่ไฟศักดิ์สิทธิ์เผาสปอร์ก่อนเข้าปอด
ออก ออกจากเขตลัทธิ ออกสู่ถนนมืดที่มีแต่ซอมบี้
ซอมบี้กล้วยดิบสามตัวเดินอยู่กลางถนน เห็นกลุ่มคนวิ่งมา — แต่กล้วยเดินนำหน้า ซอมบี้ดมกลิ่น แล้วเดินหนี
ยังรับรู้ว่าฉันเป็นพวกเดียวกัน แม้มีไฟศักดิ์สิทธิ์
ทีมวิ่งจนหมดแรง หยุดในซอยเล็กข้างตึกแถวร้าง
หอบ ทุกคนหอบ ปู่ไอ เด็กร้องเบาๆ
กล้วยมองแขนซ้าย เชื้อลามขึ้นอีก — จากเหนือข้อศอกขึ้นไปอีกสามสี่เซนติเมตร
ราคาของการหนี
"ทำอาหาร" กล้วยพูดเหนื่อย "ต้องทำอาหารตอนนี้ ก่อนเชื้อจะลามอีก"
แต่วัตถุดิบสดหมดแล้ว เหลือแค่ข้าวสารเล็กน้อยกับปลากระป๋องสองกระป๋อง
กล้วยทำข้าวต้มปลากระป๋องในกะทะเทพ Lv.2 ในซอยมืด ไฟศักดิ์สิทธิ์เป็นทั้งเตาและแสงสว่าง
อาหารชะลอเชื้อ ไม่ถอยหลังมากเท่าที่หวัง — ของกระป๋องไม่ได้ผลเท่าวัตถุดิบสด
"ต้องหาของสดให้ได้" ใบตองจด "ไม่งั้นเชื้อจะลามเร็วกว่าที่อาหารกะทะรักษาได้"
กล้วยมองท้องฟ้าที่เริ่มสว่าง ทิศเหนือ ทิศดอนเมือง
เขตปลอดภัยที่อาจเป็นกับดัก
พญากล้วยตานีรู้ว่าฉันอยู่ที่ไหน
เชื้อลามขึ้นทุกวัน
วัตถุดิบสดหมด
แต่ฉันยังมีกะทะเทพ ยังมีเพื่อน ยังมีเวลา
ยี่สิบกว่าวัน... อาจน้อยกว่านั้นแล้ว
เปิ้ลยกกล้อง ถ่ายทีมหกคนที่นั่งกินข้าวต้มในซอยมืด ไฟทองจากกะทะเทพส่องใบหน้าเหนื่อยล้าแต่ไม่ยอมแพ้
"ตอนนี้ชื่อ..." เขาคิดนาน "'กรงทอง'"
กล้วยยิ้มเหนื่อย "เราหนีออกจากกรงแล้ว"
"แต่ยังอยู่ในกรงที่ใหญ่กว่า" ใบตองพูดเบา "ทั้งกรุงเทพฯ เป็นกรงของพญากล้วยตานี"
เงียบ ไฟศักดิ์สิทธิ์เต้นที่ขอบกะทะ เหมือนหัวใจที่ยังเต้น
ความคิดเห็น
ยังไม่มีความคิดเห็น