ตอนที่ 13: เขตปลอดภัย
วันที่เก้าหลังโลกล่มสลาย เช้า
ดอนเมืองอยู่ตรงหน้า
กล้วยยืนบนสะพานลอยที่ราวจับหักครึ่ง มองลงไปที่ถนนวิภาวดีรังสิตที่กลายเป็นลานซอมบี้ — แต่ไม่ใช่ตรงนี้ ตรงนี้ ระยะหนึ่งกิโลเมตรข้างหน้า ถนนสะอาด มีแบริเออร์คอนกรีตตั้งเป็นแนว รถหุ้มเกราะสองคันจอดขวาง ลวดหนามขดสามชั้น ป้ายผ้าสีขาวตัวอักษรแดงเขียนว่า "เขตปลอดภัยดอนเมือง กองทัพบก"
"มีจริงด้วย" เปิ้ลกระซิบ ยกกล้องถ่าย
"เห็นทหารไหม" ใบตองถาม
กล้วยหรี่ตา ดมกลิ่น — พลังดมกลิ่นยังเบลอ ไม่คมเหมือนสามวันก่อน แต่ยังพอใช้ได้ในระยะใกล้
คน... ประมาณยี่สิบ... ไม่ ยี่สิบห้า ข้างใน
ซอมบี้...
กล้วยขมวดคิ้ว
ซอมบี้อยู่ด้วย? ข้างในเขตปลอดภัย?
ไม่ใช่หลายตัว แค่สามสี่ตัว แต่กลิ่นแปลก — ไม่เหม็นเน่าเต็มที่แบบซอมบี้ปกติ เหมือนคนที่มีเชื้อแต่ยังไม่กลายร่าง เหมือน... เหมือนกลิ่นของตัวเธอเอง
ครึ่งซอมบี้?
"มีอะไรแปลก" กล้วยพูดเบา "ข้างในมีทั้งคนและซอมบี้ แต่ซอมบี้ไม่ได้โจมตีคน กลิ่นมันเหมือน... เหมือนคนที่เลือกรับเชื้อ"
ใบตองกัดริมฝีปาก "เหมือนที่สมชายพูด ทหารบางคนมีรอยเชื้อ"
"จะเข้าไหม" เปิ้ลถาม
กล้วยมองกลับไปที่ทีม — นิดอุ้มลูกที่หลับพิงไหล่ ปู่นั่งพิงราวสะพานลอย ขาเจ็บหนักขึ้นทุกวัน เปิ้ลหน้าซีดจากอดนอน ใบตองตาแดงก่ำ
แปดวันแล้วที่ไม่มีอาหารสด ข้าวต้มปลากระป๋องมื้อสุดท้ายเมื่อวาน กระเพาะทุกคนร้อง
และฉัน — เชื้อไม่ได้ถอยหลังเลยตั้งแต่วัตถุดิบสดหมด แค่ชะลอ
กล้วยมองแขนซ้าย เชื้อลามจนเกือบถึงไหล่ ตาขวายังเหลืองอ่อนตั้งแต่เมื่อคืน ไม่จางลง
ยี่สิบเอ็ดวัน อาจน้อยกว่านั้น
"เข้า" กล้วยพูด "แต่ระวัง ถ้ามีอะไรผิด วิ่งทันที"
---
ทางเข้าเขตปลอดภัยมีด่านตรวจสองชั้น
ชั้นแรก — ลวดหนามกับแบริเออร์ ทหารสามนายถือปืนเล็กยาวยืนเฝ้า ใส่ชุดลายพราง หมวกเหล็ก ดูเป็นทหารจริง
แต่
กล้วยเห็นทันที — ทหารนายที่ยืนซ้ายสุด แขนขวาที่โผล่จากแขนเสื้อมีรอยเหลืองจางๆ ไม่ชัดเท่ากล้วย แต่มีรอยเชื้อแน่นอน นายยังยิ้ม ยังพูดจา ยังมีสติ
รับเชื้อโดยสมัครใจ เหมือนกลุ่มลัทธิ แค่เป็นทหาร
"หยุด! ใครมา!" ทหารตะโกน
เปิ้ลยกมือขึ้น "ผู้รอดชีวิตครับ! หกคน มีเด็กกับคนแก่ด้วย!"
ทหารมองกัน แล้วเขาที่ดูเป็นหัวหน้าพยักหน้า "เข้ามา แต่ต้องตรวจร่างกายก่อน"
กล้วยดึงแขนเสื้อยาวลงปิดแขนซ้าย ผ้าพันแขนที่ใบตองทำให้พันทับอีกชั้น กะทะเทพถือไว้ในมือขวา เหมือนถือกระทะทำอาหารธรรมดา ไฟศักดิ์สิทธิ์สงบ เหลือแค่แสงทองจางที่มองไม่เห็นในแสงแดด
ซ่อนเชื้อ ซ่อนกะทะ เข้าไปดู แล้วค่อยตัดสินใจ
ชั้นที่สอง — เต็นท์ตรวจร่างกาย พยาบาลสองคนนั่งโต๊ะ มีเครื่องมือตรวจพื้นฐาน วัดไข้ ฟังปอด ดูผิวหนัง
กล้วยหัวใจเต้นแรง
"ถอดเสื้อคลุมด้วยนะคะ" พยาบาลยิ้ม
ถ้าเห็นแขน...
"ขอโทษค่ะ" ใบตองก้าวเข้ามา "เพื่อนหนูแพ้แดด ผิวไหม้หนักมาก ถอดผ้าพันแขนได้แต่—"
"ไม่เป็นไร" พยาบาลส่ายหัว "แค่ดูที่เห็นก็พอ"
พยาบาลวัดไข้กล้วย — 36.2 ต่ำกว่าปกติเล็กน้อย
เพราะเชื้อ อุณหภูมิร่างกายต่ำลง
แต่พยาบาลไม่ได้สงสัย จดบันทึกแล้วปล่อยผ่าน
ทุกคนผ่านด่านตรวจ
---
เขตปลอดภัยดอนเมืองใหญ่กว่าที่คิด
พื้นที่ส่วนหนึ่งของสนามบินถูกดัดแปลงเป็นค่ายผู้อพยพ เต็นท์เรียงราย ผู้คนร้อยกว่าคนเดินไปมา มีจุดแจกอาหาร จุดรักษาพยาบาล เครื่องกำเนิดไฟฟ้าสำรองส่งเสียงฮัมตลอดเวลา
ดูดี ดูเหมือนเขตปลอดภัยจริงๆ
ดูดี เกินไป
"อาหารครับพี่" เสียงทหารหนุ่มหน้ายิ้มแจก — ข้าวกล่องมีไข่ดาว ผักบุ้ง หมูทอด อาหารสด
เปิ้ลรับข้าวกล่อง ดมลึก "หอมจริงๆ ว่ะ"
ลูกชายนิดตื่นขึ้น เห็นข้าวกล่อง ตาเป็นประกาย เด็กไม่ได้กินอะไรร้อนๆ มาสองวัน
นิดรับข้าว ป้อนลูก เด็กกินอย่างตะกละ
กล้วยมองข้าวกล่องในมือ อาหารสด... ถ้าทำในกะทะเทพ...
แต่เธอยังไม่กิน บางอย่างข้างในบอกให้ ระวัง
"ใบตอง" กล้วยกระซิบ "มองทหารที่ยืนตรงนั้น"
ใบตองมองตามสายตากล้วย — ทหารสี่นายยืนเป็นกลุ่มใกล้อาคารผู้โดยสาร ทั้งสี่คนมีรอยเชื้อที่ต้นแขน จางบ้าง เข้มบ้าง แต่มีทุกคน
"แล้วมองตรงนั้น" กล้วยชี้มุมค่าย ไกลจากจุดแจกอาหาร มีเต็นท์ที่ปิดมิดชิด ทหารเฝ้าประตูสองนาย
"ต้นกล้วยกลายพันธุ์" ใบตองหายใจแรง
กล้วยพยักหน้า จมูกเธอได้กลิ่นสปอร์จางๆ จากทิศนั้น ไม่แรงเท่าวัดลัทธิ แต่มี
เขตปลอดภัยมีต้นกล้วยกลายพันธุ์ข้างใน ซ่อนไว้ในเต็นท์
ทำไม?
"ฉันต้องเข้าไปดูใกล้ๆ" กล้วยพูดเบามาก "ใบตอง ดูแลทุกคน ให้ทุกคนกินข้าว ทำเป็นปกติ เปิ้ล ไปกับฉัน"
"ไม่ ฉันไป" ใบตองจับแขนกล้วย "ฉันเป็นนักวิทยาศาสตร์ ถ้ามีอะไรข้างใน ฉันวิเคราะห์ได้เร็วกว่า"
"ถ้ามีอะไรเกิดขึ้น เธอวิ่งไม่ทัน"
"ถ้ามีอะไรเกิดขึ้น เธอ สู้ได้ ฉันสู้ไม่ได้ แต่ฉัน เห็น สิ่งที่เธอไม่เห็น"
กล้วยจ้องใบตอง ใบตองจ้องกลับ ดวงตาหลังแว่นนิ่ง ไม่กลัว ไม่ถอย
"สองคนไป เปิ้ลอยู่กับครอบครัวนิด" กล้วยตัดสินใจ
---
กล้วยกับใบตองเดินอ้อมค่ายอย่างไม่เร่งร้อน ทำเป็นเดินสำรวจ
"มีอาคารทางนั้นด้วย" กล้วยพูดเสียงปกติ ชี้อาคารผู้โดยสารสนามบินที่ถูกดัดแปลง "น่าจะเป็นศูนย์บัญชาการ"
ใบตองมองตาม "มีทหารเยอะตรงนั้น กลิ่นเชื้อล่ะ?"
"ทั่วทุกที่" กล้วยกระซิบ "ไม่ใช่แค่ทหารบางคน เกือบทุกคนในค่ายนี้มีกลิ่นเชื้อ"
ใบตองหยุดเดิน "ผู้อพยพด้วย?"
"จาง แต่มี ราวกับ... ราวกับคนที่สูดสปอร์มาสักพักแล้ว"
ต้นกล้วยกลายพันธุ์ในเต็นท์ ปล่อยสปอร์ช้าๆ ทั่วค่าย คนที่อยู่นานพอก็ค่อยๆ ติดเชื้อ
เหมือนวัดลัทธิ แต่ซับซ้อนกว่า เพราะคนไม่รู้ตัว
"เขตปลอดภัยไม่ใช่เขตปลอดภัย" ใบตองพูดเสียงสั่น "เป็น ฟาร์ม"
กล้วยไม่ตอบ เพราะรู้ว่าใบตองพูดถูก
เต็นท์ปิดมิดชิดอยู่ตรงหน้า ทหารสองนายเฝ้าประตู ทั้งสองมีรอยเชื้อที่แขนเข้มชัด
"ขออนุญาต" กล้วยเดินตรงไป "หาห้องน้ำค่ะ ข้างในมีไหม"
"ไม่มี ห้องน้ำอยู่ทิศเหนือ" ทหารชี้
"ขอบคุณค่ะ" กล้วยยิ้ม เดินผ่านไป
แต่ขณะเดินผ่าน ลมพัดเปิดผ้าเต็นท์แง้มนิดหนึ่ง
กล้วยเห็น
ข้างใน — ต้นกล้วยกลายพันธุ์สามต้น ลำต้นสีเขียวเข้ม ใบสีม่วงอมดำ สูงเกือบชนเพดานเต็นท์ หมอกสปอร์บางๆ ลอยในอากาศ
แต่ไม่ใช่แค่ต้นกล้วย
มีจอมอนิเตอร์ โต๊ะทำงาน อุปกรณ์วิทยาศาสตร์ และ — เครื่องวัดอัตราการปล่อยสปอร์ที่ต่อท่อไปยังระบบระบายอากาศของค่าย
พวกเขาปล่อยสปอร์เข้าระบบแอร์
คนทั้งค่ายสูดสปอร์ทุกวันโดยไม่รู้ตัว
กล้วยคว้าแขนใบตองเดินเร็วขึ้น ใจเต้น
"ฉันเห็นแล้ว" กล้วยกระซิบ "ต้นกล้วยกลายพันธุ์ต่อท่อเข้าระบบระบายอากาศ ปล่อยสปอร์ทั่วค่าย"
ใบตองซีด "ผู้อพยพทุกคน..."
"กำลังค่อยๆ กลายเป็นซอมบี้ เหมือนกลุ่มลัทธิ แค่ไม่รู้ตัว"
"ต้องบอกทุกคน ต้อง—"
"เงียบ" กล้วยบีบแขนใบตอง "ทหารมีปืน ทหารมีเชื้อ ถ้าเราตะโกนตอนนี้—"
"เอ็ดอะไรกัน"
เสียงทุ้มจากข้างหลัง
กล้วยหันกลับ
ทหารยศร้อยเอกยืนอยู่ ร่างสูง ท่าทางมีอำนาจ ใบหน้าเฉยเมย — แต่แขนทั้งสองข้างมีรอยเชื้อเขียวขึ้นถึงข้อศอก ชัดเจนกว่าทหารคนอื่น
"ร้อยเอกธนวัฒน์" เขาแนะนำตัวเอง "ผู้บังคับกองร้อย เขตปลอดภัยดอนเมือง"
"เราแค่เดินชมค่ายค่ะ" กล้วยพูดเสียงนิ่ง
"ชมค่าย" ร้อยเอกธนวัฒน์ทวนคำ "ตรงนี้เป็นเขตหวงห้าม ป้ายเขียนไว้ชัดเจน"
ป้าย? กล้วยมองกลับ — มีป้าย "เขตหวงห้าม" จริงๆ ที่เธอเดินผ่านไปโดยไม่ทันเห็น
"ขอโทษค่ะ ไม่ทันสังเกต เราเพิ่งมาถึง—"
"ตามมา" ร้อยเอกธนวัฒน์สั่ง ไม่ใช่ขอ สั่ง
---
ห้องในอาคารผู้โดยสารถูกดัดแปลงเป็นห้องสอบสวน
โต๊ะเหล็ก เก้าอี้สองตัว ร้อยเอกธนวัฒน์นั่งตรงข้ามกล้วยกับใบตอง ทหารอีกสองนายยืนเฝ้าประตู
"เปิดผ้าพันแขน" ร้อยเอกธนวัฒน์พูดเรียบ
กล้วยไม่ขยับ
"ตรวจร่างกายตอนเข้าค่ายเธอหลอกพยาบาลได้ แต่ไม่หลอกผม ผมรู้กลิ่นพวกเดียวกัน"
รู้กลิ่น?
เขาก็ได้กลิ่นเหมือนฉัน?
ครึ่งซอมบี้?
กล้วยมองเข้าตาร้อยเอก — ดวงตาปกติ ไม่เหลือง ไม่เรืองแสง แต่มี บางอย่าง ที่คล้ายกัน
"ผมรับเชื้อโดยสมัครใจเมื่อสี่วันก่อน" ร้อยเอกพูด "พญากล้วยตานีให้ทางเลือก — รับเชื้อและเป็นทหารของมัน หรือกลายเป็นอาหารซอมบี้"
"และเขาเลือกรับ" ใบตองพูดเสียงเย็น
"ผมเลือกปกป้องคนในค่าย" ร้อยเอกเอนหลัง "พญากล้วยตานีสัญญาว่าถ้าผมดูแลค่ายให้ มันจะไม่ส่งซอมบี้มา คนร้อยกว่าคนข้างนอก — เด็ก คนแก่ ครอบครัว — ยังมีชีวิตอยู่เพราะผมตกลง"
"แต่เขากำลังเปลี่ยนพวกเขาเป็นซอมบี้ช้าๆ" กล้วยพูดเสียงแข็ง "ต้นกล้วยกลายพันธุ์ในเต็นท์ สปอร์ในระบบแอร์—"
"ผมรู้" ร้อยเอกตัดบท ไม่สะทกสะท้าน "พญากล้วยตานีสั่ง เป็นเงื่อนไข ถ้าผมไม่ทำ มันส่งซอมบี้มากินทุกคนภายในคืนเดียว"
"ทางเลือกที่ไม่ใช่ทางเลือก" ใบตองพูด "เลือกตายเร็วหรือตายช้า"
ร้อยเอกไม่ตอบ ดวงตาเขามองกล้วย — มองแขนที่ซ่อนใต้ผ้าพันแขน
"เธอต่างจากผม" ร้อยเอกพูดเบา "เธอไม่ได้เลือกรับเชื้อ แต่ยังต่อสู้ ผมเห็น — ตาซ้ายเหลือง แต่ยังมีสติ ยังพาคนอื่นมาด้วย"
กล้วยไม่ตอบ
"พญากล้วยตานีรู้ว่าเธอมา" ร้อยเอกเอนตัวไปข้างหน้า "มันส่งข่าวผ่านเครือข่ายสปอร์เมื่อเช้า สั่งให้ผม เก็บ เธอไว้ มันจะมาเอง"
อีกแล้ว เหมือนค่ายลัทธิ
พญากล้วยตานีรู้ทุกที่ที่ฉันไป รู้ก่อนที่ฉันจะถึง
"มาเมื่อไหร่" กล้วยถาม
"คืนนี้" ร้อยเอกตอบ "มันสนใจเธอมาก เรียกว่า... ผลงานชิ้นเอก เหมือนเดิม"
ใบตองคว้าแขนกล้วย บีบ
"ฟังนะ" ร้อยเอกลดเสียง มองทหารที่เฝ้าประตู แล้วมองกล้วย "ผมทำตามคำสั่งพญากล้วยตานีเพราะไม่มีทางเลือก แต่ผมไม่ได้อยากทำ ผมเห็นคนในค่ายนี้ค่อยๆ เปลี่ยน ค่อยๆ มีรอยเชื้อ ค่อยๆ... หายไป"
เขาหยุด กลืนน้ำลาย
"ถ้าเธอหนีได้ หนี อย่าอยู่ถึงคืนนี้"
กล้วยมองร้อยเอก มองดวงตาที่เหนื่อยล้า — ดวงตาของคนที่ทำสิ่งที่ผิดเพื่อเหตุผลที่เข้าใจได้ ดวงตาที่คล้ายกับที่เธอเห็นในกระจกทุกเช้า
"แล้วคนในค่ายล่ะ" กล้วยถาม
ร้อยเอกเงียบ
"ร้อยกว่าคน เด็ก คนแก่ ครอบครัว คนที่เขาบอกว่าปกป้อง — เขาจะปล่อยให้พวกเขากลายเป็นซอมบี้?"
"ผมทำอะไรไม่ได้" ร้อยเอกพูดเบา "เชื้อในตัวผม... มันฟังพญากล้วยตานี ถ้าผมขัดคำสั่ง มันจะเข้าครอบงำ ผมจะกลายเป็นซอมบี้เต็มตัวทันที"
เชื้อในตัวคนที่รับโดยสมัครใจ — พญากล้วยตานีควบคุมได้โดยตรง ต่างจากฉันที่ต่อต้านด้วยสายเลือดผู้พิทักษ์
"ก่อนหนี" ใบตองพูดขึ้น "ขอสิ่งที่ต้องการก่อน"
ร้อยเอกมอง
"อาหารสด" ใบตองนับนิ้ว "วัตถุดิบสดมากที่สุดเท่าที่จะเอาได้ เครื่องปรุง แล็บ — มีอุปกรณ์ทางการแพทย์ไหม"
"มีห้องพยาบาลสนามที่มีอุปกรณ์พื้นฐาน"
"ขอใช้สองชั่วโมง"
ร้อยเอกมองใบตอง นาน "เธอต้องการอะไร"
"หา kill switch" ใบตองตอบเรียบ "เชื้อถูกสร้างขึ้นด้วยพันธุวิศวกรรม ถ้าฉันหาสวิตช์ปิดเจอ รักษาได้ทุกคน รวมถึงเขา รวมถึงคนทั้งค่ายนี้"
ร้อยเอกธนวัฒน์มองใบตอง มองกล้วย มองมือตัวเองที่มีรอยเชื้อ
"สองชั่วโมง" เขาพูด "หลังจากนั้น ผมจะเปิดประตูหลังค่ายให้ แล้วแกล้งทำเป็นไม่เห็น"
---
ใบตองทำงานในห้องพยาบาลสนามราวกับคนบ้า
กล้องจุลทรรศน์ที่นี่ดีกว่าคลินิกสัตว์เลี้ยง มีเครื่องเวียนเหวี่ยงแยกสาร มีน้ำยาเคมีบางตัวที่จำเป็น ไม่ใช่แล็บเต็มรูปแบบ แต่ดีกว่าทุกที่ที่เคยเจอ
เปิ้ลถ่ายวิดีโอทุกอย่าง กล้องจับมือใบตองที่ทำงานไม่หยุด
กล้วยยืนเฝ้าประตู กะทะเทพในมือ ไฟศักดิ์สิทธิ์จ้าขึ้นเล็กน้อย — เหมือนกะทะก็รู้สึกว่าอันตรายใกล้เข้ามา
"กล้วย" เสียงนิดจากข้างหลัง
กล้วยหัน นิดยืนอุ้มลูกที่หลับ ปู่นั่งอยู่บนเตียงพยาบาล
"ฉันรู้" นิดพูดเบา "เขตปลอดภัยไม่ปลอดภัย ใช่ไหม"
กล้วยพยักหน้าช้าๆ
"เห็นตั้งแต่เข้ามา ทหารมีรอยเชื้อ กลิ่นแปลกๆ ในอากาศ" นิดกอดลูกแน่น "ลูกฉัน ปู่ — เราต้องออกจากที่นี่"
"จะออก" กล้วยพูด "อีกไม่กี่ชั่วโมง"
"แล้วคนอื่นล่ะ" นิดถาม — คำถามเดียวกับที่กล้วยถามร้อยเอก "ร้อยกว่าคน"
กล้วยเงียบ
ฉันช่วยไม่ได้ทุกคน ตอนนี้ช่วยไม่ได้ แต่ถ้าใบตองหา kill switch เจอ... ถ้ากะทะเทพเลเวลอัป... ถ้า...
"จะกลับมา" กล้วยพูด ไม่รู้ว่าสัญญาได้จริงหรือเปล่า แต่พูดออกไปแล้ว "จะหาทางรักษาแล้วกลับมา"
นิดมองกล้วย ดวงตาแม่ที่เคยเห็นลูกเกือบตาย ดวงตาที่ไว้ใจคนที่ครึ่งร่างเป็นซอมบี้
"ฉันเชื่อ"
---
ชั่วโมงครึ่งผ่าน
"ได้อะไรบ้าง" กล้วยถามใบตอง
ใบตองถอดแว่น ขยี้ตา "ยังไม่เจอ kill switch แต่เห็นอะไรบางอย่าง"
"อะไร"
"โครงสร้างเชื้อมียีนที่เหมือน ลายเซ็น ของนักวิจัยสองคน ไม่ใช่คนเดียว"
กล้วยขมวดคิ้ว "สองคน?"
"ดร.ทวีศักดิ์น่าจะเป็นคนที่ทำเชื้อ แต่โครงสร้างพื้นฐาน — การออกแบบตัวเชื้อราก่อนจะตัดแต่งพันธุกรรม — มีรอยมือคนอื่น คนที่เก่งกว่า ฉลาดกว่า ซับซ้อนกว่า"
มีคนอื่นอยู่เบื้องหลังพญากล้วยตานี?
"ยังเป็นแค่สมมติฐาน" ใบตองใส่แว่นกลับ "ต้องมีแล็บจริงๆ ถึงจะยืนยัน แต่กล้วย... ถ้าฉันพูดถูก เชื้อนี้ไม่ได้สร้างโดยคนเดียว มีคนออกแบบพิมพ์เขียว แล้วดร.ทวีศักดิ์เป็นคนสร้าง"
ผู้เล่นคนที่สอง
ไม่ใช่แค่พญากล้วยตานี
เสียงนกหวีดดังจากภายนอก
กล้วยพุ่งไปที่หน้าต่าง — ทหารทั้งค่ายวิ่งไปรวมตัวที่ประตูหลัก
"เกิดอะไรขึ้น" เปิ้ลยกกล้อง
กลิ่น — กลิ่นที่กล้วยจำได้ แม้จะเบลอ กลิ่นซอมบี้ หลายร้อยตัว เคลื่อนเข้ามาจากทิศเหนือ
แล้วอีกกลิ่นหนึ่ง — ใหญ่ แรง ทรงพลัง กลิ่นที่ทำให้เชื้อในตัวกล้วย สั่นสะเทือน
พญากล้วยตานี
"มาเร็วกว่ากำหนด" กล้วยกระซิบ "มันมาแล้ว"
ความคิดเห็น
ยังไม่มีความคิดเห็น