ตอนที่ 14: อักษรแห่งผู้พิทักษ์
วันที่เก้าหลังโลกล่มสลาย เย็น
พญากล้วยตานีมาแล้ว
กล้วยรู้สึกมันก่อนที่จะเห็น — เชื้อในตัวเธอ สั่นสะเทือน ไม่ใช่เจ็บปวด ไม่ใช่กลัว เป็นการ ตอบสนอง ราวกับเชื้อกำลังโค้งคำนับเขาของมัน
"ต้องไปแล้ว ตอนนี้" กล้วยคว้ากะทะเทพ
ห้องพยาบาลสนามวุ่นวาย ใบตองกวาดเอกสารและสไลด์ตัวอย่างที่วิเคราะห์ค้างอยู่ลงกระเป๋า เปิ้ลยกกล้องพร้อมไม้เบสบอล นิดกอดลูกชายแน่น ปู่ลุกจากเตียงพยาบาล
"ร้อยเอก!" กล้วยตะโกนออกประตู
ร้อยเอกธนวัฒน์วิ่งมา ใบหน้าซีด — เขารู้สึกได้เหมือนกัน เชื้อในตัวเขาที่ต่อตรงกับพญากล้วยตานีกำลังกระตุก ราวกับเจ้าเขากำลังดึงสายจูง
"มาเร็วกว่าที่คิด" ร้อยเอกพูดเร็ว "ประตูหลังค่าย ฝั่งรันเวย์ ผมเปิดให้ แต่ต้อง เร็ว เชื้อในตัวผม... ผมไม่รู้ว่าจะขัดคำสั่งได้อีกนานแค่ไหน"
กล้วยมอง มือร้อยเอกสั่น แขนที่มีรอยเชื้อเขียวข้างหนึ่งกระตุกเป็นจังหวะ
พญากล้วยตานีกำลังเข้าควบคุมเขา
"เปิ้ล" กล้วยหัน "ขโมยอาหารสดจากจุดแจกอาหาร มากที่สุดเท่าที่เอาได้"
"รับทราบ!" เปิ้ลวิ่งออกไป
"นิด" กล้วยมองครอบครัว "เอาลูกกับปู่ไปซ่อนในเต็นท์ผู้อพยพ เจือปนกับคนอื่น อย่าให้ใครรู้ว่ามากับฉัน"
นิดเปิดปาก
"ฉันดึงดูดพญากล้วยตานี ไม่ใช่พวกเธอ ถ้าฉันไป มันจะตามฉัน ไม่ใช่ตามพวกเธอ"
"แต่—"
"ฟังนะ" กล้วยจับไหล่นิด "ปู่เดินไกลไม่ไหว ลูกเธอยังเล็ก ถ้าไปกับฉัน... ฉันจะปกป้องพวกเธอไม่ได้ระหว่างวิ่งหนี"
น้ำตานิดไหล แต่เธอพยักหน้า — เพราะรู้ว่ากล้วยพูดถูก
"พี่จะกลับมา" กล้วยพูด ประโยคเดียวกับที่พูดเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อน "สัญญา"
ลูกชายนิดยื่นมือออกมา กำมืออ้วนๆ เปิดออก — ข้างในมีลูกอมที่ทหารแจก "ไว้กินตอนหิว"
กล้วยรับ ยิ้ม กลืนน้ำตา
---
เปิ้ลกลับมาพร้อมถุงผ้าสองถุงตุงเต็ม
"เนื้อหมู ไข่ ผักบุ้ง กะหล่ำปลี ข้าวสาร เกลือ น้ำปลา น้ำมัน" เขายิ้มกว้าง "คว้ามาจากครัวทหาร เลือกแต่ของสด"
"นายไม่ได้ขโมย นายปล้น" ใบตองพูดเรียบ
"เรียกว่ายืม" เปิ้ลยักไหล่ "จะคืนทีหลัง"
เสียงนกหวีดดังอีกครั้ง ตามด้วย เสียง — ไม่ใช่เสียงนกหวีด เป็นเสียงต้นไม้แตก เสียงพื้นคอนกรีตร้าว เสียงที่ดังจากทิศเหนือ ใกล้เข้ามาทุกวินาที
"ไป!" ร้อยเอกธนวัฒน์คว้าปืนจากเอว ยื่นให้เปิ้ล "เอาไป ผมใช้ไม่ได้อีกแล้ว"
มือร้อยเอกกระตุกรุนแรง แขนทั้งสองข้างเขียวเข้มขึ้น รอยเชื้อลามจากข้อศอกขึ้นไปอีกเล็กน้อยต่อหน้าต่อตา
"ไป เดี๋ยวนี้!" ร้อยเอกกรีดเสียง ดวงตาเขาเปลี่ยน — เหลืองแวบหนึ่งก่อนกลับเป็นปกติ "มันกำลังเข้ามาในหัว... ผม..."
กล้วยหยิบกะทะเทพยื่นไปข้างหน้า ไฟศักดิ์สิทธิ์ลุกวาบ — ร้อยเอกถอยกลับสะดุ้ง แต่แสงทองจากกะทะทำให้สีเหลืองในตาเขาจางลงชั่วขณะ
"ขอบคุณ" กล้วยพูด
แล้ววิ่ง
---
ประตูหลังค่ายเปิดอยู่แล้ว — ร้อยเอกสั่งไว้ล่วงหน้า ทหารเฝ้าประตูยืนตัวแข็ง ดวงตาเปลี่ยนเป็นเหลืองทั้งคู่
พญากล้วยตานีเข้าควบคุมทหารที่รับเชื้อแล้ว
ทั้งค่าย กำลังกลายเป็นกองทัพของมัน
กล้วยวิ่งผ่านทหารทั้งสอง ไฟศักดิ์สิทธิ์จากกะทะเทพลุกโชน ทหารถอยหลบ — เชื้อในตัวพวกเขาสั่งให้จับ แต่ร่างกายถอยจากไฟ
เปิ้ลวิ่งตาม ถุงอาหารตุงเต็มบนหลัง ใบตองตามมา
พ้นประตูหลัง ถนนรันเวย์สนามบินเก่ายาวสุดสายตา ซอมบี้ — ซอมบี้ เต็มรันเวย์ กล้วยดิบ กล้วยห่าม กล้วยสุก เรียงแถวจากทิศเหนือ เคลื่อนมาเป็นคลื่น
และหลังซอมบี้ทั้งหมด — เงา
เงาสูง สูงกว่าซอมบี้ทุกตัว ร่างที่ยังอยู่ไกลแต่กล้วยรู้สึกได้ เชื้อในตัวเธอ ดึง ราวกับแม่เหล็ก
พญากล้วยตานี
"ทางซ้าย!" ใบตองชี้ "ข้ามรั้วสนามบินแล้วตัดเข้าซอย!"
กล้วยวิ่งนำ ซอมบี้กล้วยดิบหลีกทาง — ยังรับรู้เธอเป็นพวกเดียวกัน แต่ซอมบี้กล้วยห่ามไม่หลบ ไม่ใช่เพราะโจมตี แต่เพราะ สั่ง มาให้ขวางทาง
กล้วยฟาดกะทะเทพ Lv.2 เข้าซอมบี้กล้วยห่ามที่ขวาง ไฟศักดิ์สิทธิ์ลุกวาบ ซอมบี้กระเด็น ผิวในจุดสัมผัสกลับเป็นปกติก่อนร่างจะล้ม
อีกตัว อีกตัว อีกตัว มาไม่หยุด
เปิ้ลเหวี่ยงไม้เบสบอล ตบซอมบี้กล้วยดิบสองตัวกระเด็น "หนีไปเรื่อยก็ไม่จบ!"
"ฉันรู้!" กล้วยกระซิบ ร่างเธอเริ่มร้อน — ไม่ใช่จากไฟศักดิ์สิทธิ์ จากข้างใน เชื้อในตัวเธอตอบสนองต่อความใกล้ของพญากล้วยตานี เร่งตัว
ต้องใช้พลังซอมบี้ ถ้าไม่ใช้ วิ่งไม่ทัน
แต่ถ้าใช้ เชื้อลาม
ไม่มีทางเลือก
กล้วยปลดปล่อย
พลังซอมบี้ระเบิดจากร่าง — ความเร็วเหนือมนุษย์ ความแข็งแกร่ง ดวงตาซ้ายเหลืองจ้า ตาขวาเหลืองเข้มขึ้น เชื้อที่แขนซ้ายลามข้ามไหล่ ไปถึงคอ
ยี่สิบวัน สิบแปดวัน อาจน้อยกว่านั้น
เธอคว้าใบตองด้วยแขนซ้ายที่แข็งแกร่ง อุ้มวิ่ง กะทะเทพในมือขวา ไฟศักดิ์สิทธิ์ลุกเป็นเปลว ฟาดทุกซอมบี้ที่ขวางทาง
เปิ้ลวิ่งตาม ใช้ไม้เบสบอลกันด้านข้าง
---
ข้ามรั้วสนามบิน ตัดเข้าซอยมืด ซอมบี้น้อยลง กล้วยวางใบตองลง ขาสั่น แขนซ้ายเจ็บ เชื้อลามถึงคอ — เธอรู้สึกมันคืบเข้ามาทุกวินาที
คอ จากคอขึ้นไปก็...
"กล้วย แขนเธอ—" ใบตองมองเห็น
"รู้" กล้วยพูดสั้น "เดินต่อ"
ซอมบี้ยังตามมา แต่ช้าลง — พ้นระยะควบคุมโดยตรงของพญากล้วยตานี
สามคนเดินเข้าซอยมืด ห่างจากเขตปลอดภัยออกไปเรื่อยๆ
"หยุด" กล้วยยกมือ
เงียบ ได้กลิ่นซอมบี้จางๆ ระดับ 1 สี่ห้าตัว ห่างออกไปร้อยเมตร ไม่เข้ามาใกล้
"ต้องทำอาหาร" ใบตองจับแขนกล้วย "ตอนนี้ เชื้อลามถึงคอ ถ้าไม่ทำอาหารสดในกะทะเทพตอนนี้—"
"เต็นท์" กล้วยชี้ ร้านขายมือถือร้างข้างทาง ประตูกระจกแตก แต่ข้างในพอบังลมได้
เข้าไป เปิ้ลวางถุงอาหาร
"ทำอาหาร" กล้วยวางกะทะเทพลง "ตอนนี้"
มือเธอสั่น ไม่ใช่จากความเหนื่อย จากเชื้อที่เต้นที่คอ ที่ใกล้สมองมากที่สุดที่เคยเป็น
กะทะเทพร้อนขึ้นทันทีที่กล้วยจับ — ไฟศักดิ์สิทธิ์ลุกจ้า อักษรโบราณเรืองแสงทองสว่าง สว่างกว่าทุกครั้งที่เคยเห็น
ร้อนมาก ร้อนกว่า Lv.2 มาก
กะทะ ส่งเสียง
ไม่ใช่เสียงที่หูได้ยิน เป็นสัญชาตญาณ — ชัดกว่าทุกครั้ง ไม่ใช่แค่ "นำมือ" ไม่ใช่แค่ "สอน" เป็นการ พูด
ทอด
เนื้อ น้ำมัน ไฟแรง
ทอดเนื้อในน้ำมันร้อนจัด ความร้อนจากน้ำมันทอดทำลายเชื้อจากภายใน ไม่ใช่แค่ชะลอ ไม่ใช่แค่ถอย ทำลาย
กล้วยเทน้ำมันลงกะทะ มือไม่สั่นแล้ว — กะทะนำมือเธอ แม่นยำ แน่วแน่
น้ำมันร้อน ไฟศักดิ์สิทธิ์เปลี่ยนสีน้ำมันเป็นทอง
เนื้อหมูลงกะทะ — ครืด เสียงน้ำมันเดือด เสียงที่ดังกว่าเสียงทอดธรรมดา เหมือนเสียงคำราม
กลิ่น — กลิ่นเนื้อทอดในน้ำมันศักดิ์สิทธิ์ หอมจนซอมบี้ข้างนอกถอยห่างออกไปอีก
กล้วยใส่กระเทียม ใส่ผักบุ้ง พลิกเนื้อ กะทะสอนทุกจังหวะ — ตอนไหนต้องพลิก ตอนไหนต้องรอ ตอนไหนต้อง ใส่ใจ
แล้วกะทะก็ เปลี่ยน
---
แสงทอง ระเบิด จากกะทะ
ไม่ใช่ไฟศักดิ์สิทธิ์ธรรมดา เป็นแสงที่ เขียน — อักษรโบราณที่เคยจารึกอยู่ก้นกะทะ ตอนนี้ลอยขึ้นมาในอากาศ เรืองแสงทองสว่างจ้า ตัวอักษรหมุนวนรอบกะทะช้าๆ
"วุ้ย!" เปิ้ลถอยกล้อง ยกถ่าย "นี่คืออะไร?!"
ใบตองเปิดตาโต ดวงตาหลังแว่นจ้องอักษรที่ลอยในอากาศ
กล้วยมองกะทะในมือ — Lv.2 เปลี่ยนไป อักษรโบราณที่เคยเรืองแสงบนผิวกะทะตอนนี้ลอยได้ เหมือนภาพโฮโลแกรม ไฟศักดิ์สิทธิ์ไม่ใช่แค่ลุก มัน ลุกโชน เปลวทองพุ่งสูงขึ้นเท่าแขน ร้อนแต่ไม่ไหม้มือ
Lv.3
กะทะส่งสัญชาตญาณอีกครั้ง — ชัดเจนที่สุดเท่าที่เคยรู้สึก
กิน ให้ทายาทกิน
กล้วยตักเนื้อทอดจากกะทะ ร้อนจนไอขึ้น กินคำแรก —
รสชาติ
รสชาติ ที่ไม่เคยลิ้มรส เนื้อนุ่ม ชุ่มน้ำมันศักดิ์สิทธิ์ กระเทียมหอมจนลืมว่าอยู่กลางวันสิ้นโลก ผักบุ้งกรอบ เกลือพอดี ทุกคำ ร้อน ไม่ใช่แค่อุณหภูมิ ร้อนจนรู้สึกถึงพลังที่ไหลลงไปข้างใน
เชื้อที่คอ ถอย
ไม่ใช่ถอยนิดเดียว ถอย จริงจัง กล้วยรู้สึกเชื้อหดตัวจากคอลงไปที่ไหล่ จากไหล่ถอยลงมาที่ต้นแขน เส้นเลือดสีเขียวที่ผิวหนังจางลง ตาขวาที่เหลืองอ่อนค่อยๆ กลับเป็นสีปกติ
"เชื้อถอยหลัง!" ใบตองมองแขนกล้วย ตาเป็นประกาย "ถอยเกือบ... สิบเซนติเมตร! สิบเซนต์จากคำเดียว!"
กล้วยกินอีกคำ อีกคำ จนหมดจาน เชื้อถอยกลับไปใกล้ข้อศอก ตาขวากลับเป็นปกติ ตาซ้ายยังเหลืองแต่ไม่จ้าเท่าเดิม
Lv.3 ไม่ใช่แค่รักษา ทำลายเชื้อจากข้างใน
"กินด้วย" กล้วยตักใส่จานให้เปิ้ลกับใบตอง "ทุกคนต้องมีแรง"
---
ระหว่างกิน ใบตองไม่ได้กิน — เธอ มอง อักษรโบราณที่ยังลอยรอบกะทะ
"กล้วย" ใบตองพูดช้า "อักษรพวกนี้ ฉันเคยเห็น"
"เห็นที่ไหน"
"ตอนเรียนโท ม.เกษตร วิชาประวัติศาสตร์เกษตรกรรมไทย มีรูปจากแผ่นหินโบราณที่ขุดพบในกาญจนบุรี อาจารย์บอกว่าเป็นอักษรลึกลับที่ถอดรหัสไม่ได้ แต่สัญลักษณ์บางตัว..." ใบตองหยิบกระดาษ เขียนเปรียบเทียบ "สัญลักษณ์นี้แปลว่า 'ไฟ' สัญลักษณ์นี้แปลว่า 'อาหาร' สัญลักษณ์นี้แปลว่า 'ผู้พิทักษ์'"
"เธออ่านได้?" กล้วยถาม
"ไม่ได้ทั้งหมด แต่..." ใบตองจ้องอักษรที่ลอยวนรอบกะทะ นิ้วเลื่อนตามตัวอักษร "ตรงนี้ — กะทะ ... ตะหลิว ... รวม ... ชำระ"
"กะทะกับตะหลิว รวมกัน ชำระ" เปิ้ลทวน ปากเคี้ยวเนื้อทอด "ชำระอะไร"
"ชำระโรค ชำระเชื้อ" ใบตองอ่านต่อ ดวงตาสว่างขึ้นทุกวินาที "และตรงนี้... ตะหลิว ... วัด ... ตะวันตก ... ป่า"
"วัดในป่าทิศตะวันตก" กล้วยพูด "กาญจนบุรี?"
ใบตองพยักหน้าเร็ว "ตรงกับแผ่นหินโบราณที่ขุดพบ! อักษรพวกนี้เป็นข้อความจากผู้พิทักษ์ครัวในยุคโบราณ — กะทะเทพกำลัง บอกเรา ว่าต้องหาตะหลิวเทพ ที่วัดร้างในป่ากาญจนบุรี"
"ตะหลิวเทพ" เปิ้ลทวน "กะทะเทพไม่พอ ต้องมีตะหลิวด้วย?"
"ตำนานผู้พิทักษ์ครัว" กล้วยพูดเบา จำได้ — จำจากความรู้สึกที่กะทะส่งให้ จากฝันเห็นย่า จากทุกอย่างที่เกิดขึ้น "เมื่อกะทะเทพและตะหลิวเทพมาอยู่ด้วยกัน ปรุง 'อาหารแห่งการชำระ' ที่รักษาทุกสิ่ง"
"อาหารแห่งการชำระ..." ใบตองพูดช้า "ถ้ามีจริง มันจะรักษาเชื้อได้ทุกคน ไม่ใช่แค่กล้วย ทุกคน — คนในเขตปลอดภัย คนในค่ายลัทธิ ทุกคน"
"แต่กาญจนบุรี" เปิ้ลพูด "ไกลมาก จากกรุงเทพฯ ไปกาญจน์ เดินทางกี่วัน"
"ถ้าหาพาหนะได้ สองสามวัน" ใบตองคิดเร็ว "ถ้าเดิน... สัปดาห์"
กล้วยมองแขนซ้าย เชื้อถอยไปอยู่ใกล้ข้อศอก อาหารจากกะทะ Lv.3 ทำลายเชื้อจริง แต่เธอรู้ว่ามันกลับมาทุกครั้งที่ใช้พลัง ทุกครั้งที่สูดสปอร์ ทุกวันที่ผ่านไป
วัตถุดิบสดไม่มีทาง กินทุกมื้อ ต้องหาทาง จบ ให้ได้
"ไป" กล้วยตัดสินใจ "ไปกาญจนบุรี"
"กล้วย" ใบตองจับแขนเธอ "เธอรู้ใช่ไหมว่า ถ้าอักษรบอกให้ หาตะหลิว แปลว่าตะหลิวอยู่ที่นั่นจริง แต่ที่นั่นอาจไม่ง่ายเลย วัดร้างในป่ากาญจนบุรี — ซอมบี้ในป่าอาจเป็นคนละระดับกับในเมือง"
"รู้" กล้วยพูด
"และเชื้อในตัวเธอ — แม้ Lv.3 จะทำลายเชื้อได้ แต่ทุกครั้งที่ใช้พลังซอมบี้ เชื้อลาม ถ้าต้องสู้ตลอดทาง..."
"รู้" กล้วยพูดอีกครั้ง เสียงเรียบ "แต่ถ้าไม่ไป ก็มีแค่สองทาง — กลายเป็นซอมบี้ หรือกินอาหารกะทะเทพไปเรื่อยๆ จนวัตถุดิบสดหมดโลก"
ใบตองเงียบ
"แต่ถ้าไป — ถ้าได้ตะหลิวเทพ ถ้าปรุงอาหารแห่งการชำระ — ฉันจะรักษาได้ ไม่ใช่แค่ตัวเอง ทุกคน นิด ลูกนิด ปู่ คนในค่าย ร้อยเอกธนวัฒน์ คนที่เพิ่งติดเชื้อทั่วเมือง"
เปิ้ลยิ้ม "ฟังดูเหมือนเควสหลักเลย"
"นายจะไปด้วยไหม" กล้วยถาม
เปิ้ลยกกล้อง "คนไหนจะพลาดตอนนี้ล่ะ 'เชฟกะทะเทพตามหาตะหลิวเทพ' เรตติ้งแตกแน่"
"ฉันไปด้วย" ใบตองพูดทันที "ตะหลิวเทพอาจมีข้อมูลเรื่อง kill switch เครื่องครัวศักดิ์สิทธิ์ที่สร้างมาด้วยกัน อาจมีกุญแจเปิดสวิตช์ปิดของเชื้อ"
กล้วยมองเพื่อนทั้งสอง แสงทองจากกะทะเทพ Lv.3 ส่องหน้าทุกคน อักษรโบราณยังลอยวนช้าๆ — ข้อความจากผู้พิทักษ์ครัวหลายร้อยปีก่อน ส่งถึงทายาทคนสุดท้าย
ย่า ฉันเข้าใจแล้ว ไม่ใช่แค่กะทะ ฉันต้องหาตะหลิวเทพด้วย
กะทะเป็นโล่ ตะหลิวเป็นดาบ
รวมกัน ถึงจะ ชำระ ได้
"พรุ่งนี้เช้า" กล้วยพูด "หาพาหนะ แล้วมุ่งหน้าตะวันตก"
อักษรโบราณเรืองแสงสว่างขึ้น ราวกับเห็นด้วย
ไฟศักดิ์สิทธิ์ลุกโชนจากกะทะเทพ — ไม่ใช่ไฟที่เผาผลาญ เป็นไฟที่ ชี้ทาง แสงทองส่องลงบนพื้นร้านมือถือร้าง ทอดเงาสามคนไปทางตะวันตก
กาญจนบุรี
ความคิดเห็น
ยังไม่มีความคิดเห็น