ตอนที่ 15: ถนนสู่ตะวันตก
วันที่สิบสองหลังโลกล่มสลาย
สามวันบนถนน สามวันที่กล้วยเรียนรู้ว่าโลกข้างนอกกรุงเทพฯ ไม่ได้ดีกว่า
เช้าวันแรกหลังหนีจากดอนเมือง ทีมสามคนหามอเตอร์ไซค์สองคัน — กล้วยขับคันหนึ่ง ใบตองซ้อน เปิ้ลขับอีกคัน ถุงวัตถุดิบสดรัดไว้ท้ายรถ กะทะเทพห้อยข้างตัวกล้วย อักษรโบราณเรืองแสงทองจางๆ ชี้ไปทิศตะวันตกตลอดเวลา — เข็มทิศที่ไม่เคยพัง
ถนนพหลโยธินทางออกกรุงเทพฯ เต็มไปด้วยซากรถที่ถูกทิ้ง ต้นกล้วยกลายพันธุ์งอกจากรอยแตกของถนน บางจุดต้นสูงจนกิ่งคลุมข้ามเลน หมอกสปอร์บางๆ ลอยอยู่ทุกที่
กล้วยขับอ้อมซาก เลี่ยงสปอร์ ดมกลิ่นซอมบี้นำทาง พลังดมกลิ่นยังเบลอ — ทำงานได้ในระยะสั้น แต่ไม่ไกลเหมือนก่อน ราวกับวิทยุที่สัญญาณอ่อนลงทุกวัน
เชื้อลามเข้าใกล้สมอง ช้าลงจากอาหาร Lv.3 แต่ยังลาม
---
วันที่สองบนถนน พ้นนครปฐม
"นี่คือแหล่งกำเนิดเชื้อ" ใบตองพูด มองสวนกล้วยยักษ์ที่เคยเป็นสวนเกษตรกรรม
สวนกล้วยกลายพันธุ์ — ไม่ใช่สวนเล็กๆ แบบในเมือง เป็นสวนขนาดหลายไร่ที่ต้นกล้วยกลายพันธุ์เต็มทุกตารางเมตร ลำต้นหนาเท่าเสาไฟฟ้า ใบม่วงดำบดบังแสงอาทิตย์ สปอร์หนาจนมองเห็นเป็นหมอกสีทองในอากาศ
"ปุ๋ยชีวภาพ" ใบตองพูดขมปร่า "ดร.ทวีศักดิ์ปล่อยเชื้อผ่านปุ๋ยชีวภาพที่แจกจ่ายให้สวนกล้วยทั่วภาคกลาง ที่นี่คือจุดศูนย์กลาง"
ซอมบี้ในย่านนี้หนาแน่นกว่าในเมืองหลายเท่า — ไม่ใช่แค่ระดับ 1 กับ 2 ระดับ 3 เดินเป็นฝูง ระดับ 4 ปรากฏตัวเป็นครั้งแรก
ซอมบี้กล้วยงอม
ผิวเหลืองมีจุดดำ ตัวบวม ปล่อยแก๊สสปอร์พิษจากรอยแตกบนผิวหนัง กลิ่นหวานเอียนจนคลื่นไส้ ระเบิดได้ถ้าโดนไฟ
"อ้อม!" กล้วยตะโกน เลี้ยวมอเตอร์ไซค์ลงทางดิน ฝุ่นฟุ้ง
ซอมบี้กล้วยงอมตัวหนึ่งหันมา — ช้า แต่ตัวมันปล่อยแก๊สพิษเป็นวงกว้าง แค่อยู่ใกล้ก็อันตราย
กล้วยกลั้นหายใจ กะทะเทพเรืองแสงจ้า ไฟศักดิ์สิทธิ์เผาสปอร์และแก๊สในอากาศรอบตัวเธอ สร้างฟองอากาศสะอาดเล็กๆ ให้สามคนหายใจได้
Lv.3 เผาสปอร์ได้กว้างขึ้น แต่แก๊สพิษจากซอมบี้ระดับ 4 หนากว่า ต้องใช้พลังกะทะมากขึ้น
อ้อมซอมบี้งอมไปได้ กล้วยหายใจออก มือสั่น
"ระดับ 4 ที่แรกที่เจอตัวเป็นๆ" เปิ้ลยกกล้องถ่ายซอมบี้งอมที่อยู่ไกลออกไป "ตั้งชื่อตอนว่า 'ระเบิดเวลา' ดีไหม"
"เลิกถ่ายได้ไหม ตอนที่เราเกือบตาย" ใบตองพูดเสียงสั่น
"ถ้าเลิกถ่ายตอนเกือบตาย จะไม่เหลือฟุตเตจให้ถ่ายเลย"
---
วันที่สามบนถนน ข้ามแม่น้ำแม่กลอง
ก่อนถึงกาญจนบุรีต้องข้ามสะพาน สะพานพังครึ่งเดียว — ซอมบี้ยืนเรียงรายบนสะพานเหมือนเฝ้าด่าน
แต่ไม่ใช่ซอมบี้ธรรมดา
"มองดูสิ" กล้วยกระซิบ
ซอมบี้บนสะพานไม่ได้เดินวนไร้จุดหมาย พวกมัน ยืน เป็นแถว หันหน้าไปทิศตะวันตก ทุกตัวหันไปทิศเดียวกัน
"เหมือนมีอะไรเรียกจากทิศตะวันตก" ใบตองพูดเบา
กล้วยดมกลิ่น — ไม่ใช่กลิ่นพญากล้วยตานี แต่มี บางอย่าง จากทิศตะวันตก กลิ่นแปลก กลิ่นที่ไม่เคยได้ ไม่ใช่กลิ่นซอมบี้ ไม่ใช่กลิ่นคน ไม่ใช่กลิ่นสปอร์
อะไร? อะไรอยู่ข้างหน้า?
กะทะเทพสั่นในมือ อักษรโบราณเรืองแสงจ้าขึ้น
ตะหลิวเทพ?
สัญชาตญาณจากกะทะตอบ — ใช่ ใกล้แล้ว
"ข้ามสะพานทำไม่ได้ ต้องหาทางอื่น" เปิ้ลมอง
"ลงน้ำ" กล้วยพูด "มอเตอร์ไซค์ทิ้งไว้ฝั่งนี้ จากนี้เดิน"
"ข้ามแม่น้ำว่ายน้ำ?" ใบตองมองลง "ฉันว่ายน้ำไม่เก่ง"
"ฉันแบก" กล้วยพูดเรียบ
"แบกฉันกับกะทะข้ามแม่น้ำ?"
"พลังซอมบี้มีไว้ใช้" กล้วยมองแขนซ้าย เชื้อลามเลยข้อศอกขึ้นไปนิดหน่อย หลังจากกินอาหาร Lv.3 ทุกมื้อเชื้อค่อนข้างคงที่ — ไม่ลามเร็ว แต่ก็ไม่ถอยเท่าตอนกินคำแรก
Lv.3 ทำลายเชื้อได้ แต่เชื้อก็ลามทุกวัน ถ้าไม่กินอาหารสดจากกะทะ เชื้อจะลามเร็วขึ้น ถ้าใช้พลังซอมบี้ เชื้อลามทันที
ต้องจบเกมนี้ก่อนที่วัตถุดิบจะหมด
"จะใช้พลังอีกแล้ว" ใบตองจับแขนกล้วย "เชื้อจะลาม"
"รู้ แต่ไม่มีทางเลือก ข้ามแม่น้ำนี้ไป กาญจนบุรีอยู่อีกไม่กี่ชั่วโมง"
กล้วยใช้พลังซอมบี้ ลงแม่น้ำ แบกใบตองและกะทะเทพข้ามไป น้ำเย็นเฉียบทำให้เชื้อช้าลงชั่วคราว เปิ้ลว่ายตามมาเอง — ร่างใหญ่แข็งแรง ถุงอาหารกันน้ำรัดแน่น
ข้ามได้ เชื้อลามขึ้นอีก 2-3 เซนติเมตร ข้ามกลางต้นแขน
สิบห้าวัน ให้หรือเอา
---
ฝั่งตะวันตก ป่ากาญจนบุรี
ภูมิทัศน์เปลี่ยน กรุงเทพฯ เป็นเมืองร้าง ที่นี่เป็น ป่า ร้าง
ต้นไม้ใหญ่ผสมกับต้นกล้วยกลายพันธุ์ แต่ต่างจากในเมือง ต้นกล้วยกลายพันธุ์ที่นี่ ใหญ่กว่า — ลำต้นหนา ใบม่วงดำกว้างจนบังท้องฟ้า สปอร์หนาเป็นหมอกทอง
"ป่ากลายพันธุ์" ใบตองกระซิบ ดวงตาสะท้อนความตกใจและความสนใจทางวิทยาศาสตร์พร้อมกัน "เชื้อเปลี่ยนระบบนิเวศทั้งป่า"
ซอมบี้ในป่าแตกต่างจากในเมือง — ไม่ใช่คนในเมืองที่กลายร่าง เป็นชาวบ้าน ชาวสวน มีซอมบี้ที่ยังใส่เสื้อเกษตรกร มีซอมบี้ที่ยังถือจอบ เถาจากร่างพันกับเครื่องมือทำสวนที่ยังจับไว้
แม้เป็นซอมบี้แล้ว ร่างกายยังจำสิ่งที่ทำทุกวันได้
กล้วยเดินนำ กะทะเทพเรืองแสง ไฟศักดิ์สิทธิ์เผาสปอร์รอบตัว สร้างทางสะอาดให้ทีมเดินผ่าน ซอมบี้กล้วยดิบหลีกทาง ซอมบี้กล้วยห่ามมองจากระยะไกลแต่ไม่เข้ามา — ไฟศักดิ์สิทธิ์ Lv.3 ทำให้ซอมบี้ระดับต่ำหวาดกลัว
"ตรงนี้" กล้วยหยุด
ทุ่งโล่งเล็กๆ ในป่า ล้อมรอบด้วยต้นกล้วยกลายพันธุ์ แสงอาทิตย์ส่องลงมาเป็นแท่ง อากาศเย็นจากร่มเงา
"พักก่อน ทำอาหาร" กล้วยวางกะทะลง
---
กล้วยทำผัดกะหล่ำปลีไข่ในกะทะเทพ Lv.3
วัตถุดิบสดจากค่ายดอนเมืองเหลือไม่มาก — กะหล่ำปลีลูกสุดท้าย ไข่เหลือสี่ฟอง เนื้อหมูหมด ข้าวสารเหลืออีกสองสามมื้อ
หลังจากนี้ ต้องหาวัตถุดิบในป่า
กะทะเทพสอน — ไข่ต้องเจียวก่อน ใส่กะหล่ำทีหลัง น้ำปลานิดเดียว ไฟแรงจนน้ำมันสั่น ทุกขั้นตอนมีเหตุผลที่กะทะอธิบายผ่านสัญชาตญาณ
ไข่เจียวก่อนเพราะโปรตีนจากไข่ดูดซับพลังศักดิ์สิทธิ์ได้ดีที่สุด กะหล่ำปลีเป็นตัวนำพลังกระจายทั่วร่าง
กล้วยกินคำแรก เชื้อถอยลงสองเซนติเมตร
ใบตองกินคำแรก "อร่อย" พูดเบา "อร่อยจริงๆ แม้โลกจะพัง"
เปิ้ลกินหมดจานในสามสิบวินาที "ทำอีก"
"วัตถุดิบเหลือน้อย" กล้วยส่ายหัว
"ฉันรู้" เปิ้ลพูดเบาลง วางจาน "แค่อยากลืมไปชั่วขณะว่าเรากำลังนั่งกินข้าวกลางป่าซอมบี้"
เงียบ แมลงในป่าส่งเสียง — ยังมีแมลงอยู่ แปลว่าเชื้อยังไม่เปลี่ยนระบบนิเวศทั้งหมด
"กล้วย" ใบตองพูดขึ้น "ฉันต้องบอกเรื่องหนึ่ง"
"อะไร"
"ข้อมูลจากห้องพยาบาลดอนเมือง ที่ยังไม่ได้เล่า" ใบตองถอดแว่นเช็ด "ตอนที่ฉันวิเคราะห์ยีนลายเซ็นสองคนในเชื้อ ฉันพบอะไรอีกอย่าง"
กล้วยรอ
"kill switch" ใบตองพูดช้า "ฉันยังหาตัว kill switch ไม่เจอ แต่ฉันพบ ร่องรอย ว่ามันมี — ยีนบางตัวถูกออกแบบให้ตอบสนองต่อสารเคมีเฉพาะ ถ้าหาสารตัวนั้นเจอ ฉีดเข้าเชื้อ เชื้อจะหยุดทำงานทันที"
"สารเคมีอะไร" เปิ้ลถาม
"ยังไม่รู้ แต่โครงสร้างสารเคมีที่ต้องการ... มันคล้ายกับสารที่พบในสมุนไพรโบราณบางชนิด" ใบตองมองกล้วย "สมุนไพรที่ผู้พิทักษ์ครัวใช้สร้างเครื่องครัวศักดิ์สิทธิ์"
สมุนไพรโบราณ
กะทะเทพสร้างจากเหล็กที่ผ่านพิธีกรรมศักดิ์สิทธิ์ผสมสมุนไพรโบราณ
"ตะหลิวเทพ" กล้วยพูด "ถ้ากะทะเทพมีสมุนไพรโบราณผสมอยู่ ตะหลิวเทพก็มี ถ้ารวมกัน — สารเคมีจากสมุนไพรในเครื่องครัวทั้งสองชิ้นอาจเป็น kill switch ของเชื้อ"
ใบตองพยักหน้าช้าๆ "ยังเป็นทฤษฎี แต่... ตรงกับตำนาน 'อาหารแห่งการชำระ' ไม่ใช่แค่ตำนาน เป็นวิทยาศาสตร์ที่ถูกห่อด้วยตำนาน"
"อาหารที่ปรุงในเครื่องครัวที่มีสมุนไพร kill switch ผสมอยู่" เปิ้ลทวน "เสิร์ฟให้คนกิน เชื้อในตัวคนหยุดทำงาน?"
"ถ้าทำได้ในปริมาณมากพอ — ไม่ใช่แค่คนกิน แต่ถ้าสปอร์จากอาหารแพร่ในอากาศเหมือนที่เชื้อแพร่ — ย้อนกลับ ให้เชื้อทั้งหมดหยุดทำงาน"
"ย้อนสปอร์" กล้วยพูดเบา "ปล่อย kill switch ผ่านลมเหมือนที่เชื้อแพร่ผ่านลม ใช้อาวุธของศัตรูกลับมาหามัน"
สามคนนิ่ง ลมพัดผ่าน หมอกสปอร์ในป่าถูกไฟศักดิ์สิทธิ์เผาไหม้เป็นประกาย
"แต่ทั้งหมดนี้ต้องการตะหลิวเทพ" ใบตองพูดจบ
"ใช่" กล้วยลุกขึ้น หยิบกะทะเทพ "ไปหามัน"
---
ช่วงบ่าย ลึกเข้าไปในป่า
อากาศเปลี่ยน — เย็นลง ไม่ใช่เย็นจากร่มเงา เป็นเย็นแบบเดียวกับที่เคยรู้สึกในห้างเดอะมอลล์ ความเย็นที่ทำให้ซอมบี้ช้าลง
แต่ครั้งนี้ซอมบี้ไม่ช้าลง
"แปลก" ใบตองพูด "อุณหภูมิลดลงชัดเจนแต่ซอมบี้ที่นี่ไม่ได้ช้าลง"
"ปรับตัวได้?" เปิ้ลถาม
"อาจจะ ซอมบี้ในป่าอยู่กับความเย็นมานานกว่าในเมือง อาจพัฒนาภูมิต้านทานความเย็น" ใบตองจด "ข้อมูลใหม่ — จุดอ่อนด้านอุณหภูมิอาจใช้ได้แค่กับซอมบี้ที่ไม่เคยเจอความเย็น"
ยิ่งลึกเข้าป่า ยิ่งอันตราย ซอมบี้แข็งแกร่งขึ้น ปรับตัวได้ดีขึ้น
กล้วยเดินต่อ กะทะเทพชี้ทาง อักษรโบราณเรืองแสงจ้าขึ้นเรื่อยๆ
แล้วกล้วยก็หยุด
"ได้กลิ่น" เธอกระซิบ
"ซอมบี้?" เปิ้ลจับไม้เบสบอลแน่น
"ไม่ใช่ กลิ่นนี้..." กล้วยหายใจเข้าลึก ไม่ใช่กลิ่นซอมบี้ ไม่ใช่กลิ่นคน ไม่ใช่กลิ่นสปอร์
เป็นกลิ่น โลหะ ร้อน กลิ่นเหมือนกะทะเทพเวลาอุ่น แต่ต่าง — เหมือนกะทะเทพอีกอัน กลิ่นเครื่องครัวศักดิ์สิทธิ์ที่ ตื่น อยู่
กะทะเทพในมือกล้วยสั่นรุนแรง อักษรโบราณเรืองแสง สว่างจ้า จนแทบลืมตาไม่ขึ้น
รู้สึกมัน กะทะรู้สึกมัน
ตะหลิวเทพอยู่ข้างหน้า
"ใกล้แล้ว" กล้วยพูด หัวใจเต้นแรง "ตะหลิวเทพอยู่ข้างหน้า กะทะรู้สึกได้"
เปิ้ลยิ้ม ใบตองหายใจเร็วขึ้น
แต่แล้วกลิ่นอีกกลิ่นก็มา — จากทิศเดียวกัน กลิ่นที่ทำให้เชื้อในตัวกล้วย กลัว ไม่ใช่กลิ่นพญากล้วยตานี ไม่ใช่กลิ่นซอมบี้ เป็นกลิ่นของคนที่ถูกเปลี่ยนด้วย อย่างอื่น ที่ไม่ใช่ Fungus Musaceae-X
กลิ่นที่ทำให้ทุกเส้นขนบนร่างลุกพอง
มีใครเฝ้าตะหลิวเทพอยู่
และคนนั้นไม่ใช่ซอมบี้ธรรมดา
"ระวัง" กล้วยพูดเบา ยกกะทะเทพขึ้น ไฟศักดิ์สิทธิ์ลุกโชน
สามคนเดินต่อเข้าไปในป่ามืด
แสงจากกะทะเทพเป็นแสงเดียวในป่าที่แม้แสงอาทิตย์ก็ส่องไม่ถึง
---
เหลือเวลาสิบห้าวัน
ตะหลิวเทพอยู่ข้างหน้า
แต่สิ่งที่เฝ้ามัน — ไม่ใช่ซอมบี้
ความคิดเห็น
ยังไม่มีความคิดเห็น