ตอนที่ 17: ผู้พิทักษ์ครัว
วันที่สิบสี่หลังโลกล่มสลาย ช่วงเช้า
กล้วยตื่นจากฝันเห็นย่า
ย่ายืนอยู่ในครัวเก่า ครัวที่กล้วยโตมา กลิ่นข้าวสวยหุงสุกใหม่ กลิ่นน้ำมันร้อนในกะทะ กลิ่นกระเทียมเจียว ย่าหันมาจากเตา กะทะเหล็กหล่อในมือ — กะทะใบเดียวกัน
"กล้วย" ย่าพูด "ใกล้แล้ว"
"ใกล้อะไรคะย่า"
"ใกล้บ้าน"
แล้วย่าก็หายไป
กล้วยลืมตา ป่ามืดอยู่รอบ ไฟศักดิ์สิทธิ์จากกะทะเทพลุกอ่อนๆ ข้างตัว ใบตองนอนข้างซ้าย เปิ้ลนั่งหลับพิงกำแพงหิน ปืนวางตัก ปากอ้า — เฝ้ายามจนหลับไป
ซี่โครงยังเจ็บ แผลที่สีข้างตึง แต่ดีกว่าเมื่อวาน — อาหารจากกะทะเทพ Lv.3 รักษาบาดแผลภายนอกได้ระดับหนึ่ง ไม่ใช่แค่เชื้อ
กล้วยลุกนั่ง หยิบกะทะเทพ
กะทะสั่นในมือ — ไม่ใช่สั่นกลัว เป็นสั่น ตื่นเต้น อักษรโบราณเรืองแสงจ้า ชี้ทิศเดิม ทิศตะวันตก
ใกล้แล้วจริงๆ
กลิ่นตะหลิวเทพยังอยู่ — แรงขึ้นกว่าเมื่อวาน กลิ่นโลหะร้อน กลิ่นเครื่องครัวศักดิ์สิทธิ์ที่ตื่นอยู่ตลอดเวลา
กลิ่นของ คนเฝ้า ก็แรงขึ้น กลิ่นที่ทำให้เชื้อในตัวกล้วยหดตัวด้วยสัญชาตญาณ
แต่ยังไม่ถึง ยังมีอะไรกั้นอยู่ระหว่างทาง
"ตื่นแล้ว?" เปิ้ลลืมตา ยืดตัว กดซี่โครงเจ็บ "ผมหลับไปนานไหม"
"ไม่รู้ แต่เฝ้าได้ดี" กล้วยพูดเบา "ไม่มีอะไรมา"
"ไฟศักดิ์สิทธิ์ไล่ซอมบี้ออก" เปิ้ลมองกะทะ "ตอนหลับรู้สึกว่าซอมบี้เดินมาใกล้แล้วถอยไป หลายครั้ง"
ใบตองลุกขึ้น ถูตา จัดแว่น "เช้าแล้ว? ไม่รู้เลย ป่ามืดตลอดเวลา"
"ดูเวลาจากนาฬิกาเปิ้ล" กล้วยมองข้อมือเปิ้ล
"หกโมงเช้า" เปิ้ลอ่าน "เดินต่อเลย?"
กล้วยพยักหน้า "ทำอาหารเช้าก่อน เปิ้ล หาวัตถุดิบป่าได้ไหม"
---
เปิ้ลหาเจอ — ใบชะพลู สะเดาป่า และเห็ดโคนที่ขึ้นใต้ต้นไม้ใหญ่ที่ยังไม่ถูกเชื้อเปลี่ยน
"ต้นประดู่ต้นนี้ยังสุขภาพดี" เปิ้ลชี้ "รากลึก เปลือกหนา เชื้อเข้าไม่ถึง เห็ดโคนที่ขึ้นใต้มันปลอดภัย"
"เก่งมาก" ใบตองพูดเรียบ ไม่มีน้ำเสียงชื่นชม แต่สายตาบอก
กล้วยทำข้าวต้มเห็ดโคนใส่ใบชะพลู ในกะทะเทพ Lv.3
กะทะสอน — เห็ดโคนป่า มีสารต้านเชื้อราแรงกว่าต้นหอมป่า ใบชะพลูช่วยนำพลังเข้าสู่เส้นเลือด สะเดาป่าขม — ขมฆ่าเชื้อ
"ขมจะกินได้เหรอ" กล้วยพูดกับกะทะ
ขมเล็กน้อย ใส่ตอนท้าย ปริมาณเท่าปลายนิ้ว
กล้วยทำตาม ข้าวต้มเห็ดโคนใส่ใบชะพลู สะเดาป่าปลายนิ้วตอนท้าย ไฟศักดิ์สิทธิ์ลุกอ่อนๆ ตลอดการปรุง
กินคำแรก เชื้อถอยหลังสี่เซนติเมตร
มากกว่าทุกมื้อที่ผ่านมา
"ถอยมาก" กล้วยมองแขนซ้าย ขอบเชื้อกลับไปใกล้ข้อศอก "วัตถุดิบป่าดีจริงๆ"
ใบตองจด "ข้าวต้มเห็ดโคนป่าใส่ใบชะพลูและสะเดาป่า — เชื้อถอย ~4 ซม. มากที่สุดที่เคยวัด ยืนยัน: วัตถุดิบป่าที่ต้านเชื้อราได้ + กะทะเทพ Lv.3 = ผลรักษาสูงสุด"
---
เดินต่อ สองชั่วโมง
ป่าเปลี่ยน
ไม่ใช่ค่อยๆ เปลี่ยน — เปลี่ยน ทันที เหมือนข้ามเส้นมองไม่เห็น
ฝั่งหนึ่ง ป่ากลายพันธุ์ ต้นกล้วยม่วงดำ สปอร์ทอง ซอมบี้เดินวน
อีกฝั่ง...
"ว่างเปล่า" ใบตองกระซิบ
ไม่มีต้นกล้วยกลายพันธุ์ ต้นไม้เดิมของป่ายืนต้นตามปกติ — ต้นสัก ต้นประดู่ ต้นมะค่า ใบเขียวสด ไม่มีสปอร์ในอากาศ แสงอาทิตย์ส่องลงมาผ่านยอดไม้
เหมือนเชื้อราไม่เคยมาถึงตรงนี้
"เป็นไปได้ยังไง" เปิ้ลมองรอบ "ป่าทั้งป่าถูกเชื้อเปลี่ยน แต่ตรงนี้สะอาด"
ใบตองก้มดูดิน เก็บตัวอย่าง ถูระหว่างนิ้ว "ดิน" เธอพูดช้า "ดินตรงนี้มีอะไรบางอย่าง สารบางชนิดที่ฆ่าเชื้อ Fungus Musaceae-X ตั้งแต่ระดับราก"
"สมุนไพรโบราณ?" กล้วยถาม
"อาจจะ ถ้าผู้พิทักษ์ครัวโบราณสร้างเครื่องครัวศักดิ์สิทธิ์จากสมุนไพรที่ฆ่าเชื้อรา พวกเขาอาจปลูกสมุนไพรนั้นรอบสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ สร้าง 'โล่' ป้องกันเชื้อจากดิน"
ผู้พิทักษ์ครัวโบราณ รู้ว่าเชื้อจะกลับมา
เตรียมไว้ทุกอย่าง
กะทะเทพสั่นแรงขึ้น อักษรโบราณเรืองแสงจ้าจนต้องหรี่ตา
ใกล้มาก
"มา" กล้วยเดินเข้าป่าสะอาด
ทางเดินปรากฏ — ไม่ใช่ทางเดินธรรมชาติ เป็นทางที่ถูกปูด้วยหินเรียบ หินเก่าแก่ตะไคร่จับ แต่ยังคงรูป ทางเดินกว้างพอให้สองคนเดินเคียงกัน
ทางเข้าวัด
สองข้างทาง ต้นไม้ใหญ่ยืนเหมือนทหารเฝ้า มีรอยสลักบนเปลือกต้นไม้ — อักษรโบราณ แบบเดียวกับที่ปรากฏบนกะทะเทพ
"อักษรเดียวกัน" ใบตองหยุดจดแบบอักษร "ผู้พิทักษ์ครัวสลักไว้บนต้นไม้ เหมือนป้ายบอกทาง"
"หรือเหมือนคำเตือน" เปิ้ลมอง
---
วัดร้างกาญจนบุรี
ปรากฏต่อหน้าเหมือนภาพจากนิทานที่ย่าเคยเล่า
ไม่ใช่วัดแบบวัดไทยปกติ เป็นวัดโบราณ — กำแพงหินสูงสามเมตร พังทลายบางส่วนแต่ยังยืน เจดีย์กลางวัดทรุดเอียงแต่ไม่ล้ม หญ้าและเฟิร์นขึ้นปกคลุมทุกพื้นผิว แต่ไม่มีต้นกล้วยกลายพันธุ์แม้แต่ต้นเดียว
สถานที่นี้ปลอดเชื้อจริงๆ
กะทะเทพในมือกล้วย ร้อง — ไม่ใช่สั่น เป็นเสียง หึ่ง ต่ำๆ ที่รู้สึกได้ในกระดูก อักษรโบราณทุกตัวบนกะทะเรืองแสงพร้อมกัน แสงทองสว่างจ้า
และรอบวัด อักษรโบราณที่สลักบนกำแพงหิน บนเสา บนพื้นทาง — ทุกตัว เรืองแสง ตอบรับ
"โอ้" เปิ้ลยกกล้องถ่าย "ทั้งวัดเรืองแสง"
ใบตองดวงตาเป็นประกาย "อักษรตอบสนองกับกะทะเทพ วัดนี้ถูกสร้างโดยกลุ่มเดียวกับที่สร้างกะทะ"
กล้วยเดินเข้าประตูวัด เท้าสัมผัสหินเย็น
รู้สึกเหมือนกลับบ้าน
บ้านที่ไม่เคยรู้จัก แต่สายเลือดจำได้
---
ข้างในวิหารหลัก
ผนังสี่ด้านเต็มไปด้วยรูปสลักหินที่ยังคงสภาพ — หลายร้อยปีผ่านไปแต่เส้นสายยังคม ยังอ่านออก
ใบตองเดินไปที่ผนังด้านแรก หายใจเร็ว
"นี่คือประวัติศาสตร์ของผู้พิทักษ์ครัว" เธอพูดเบา "ทุกอย่างอยู่ที่นี่"
---
ผนังที่ 1 — ต้นกำเนิด
รูปสลักแสดงหมู่บ้านที่ถูกเชื้อราโจมตี คนกลายร่างเป็นสิ่งมีชีวิตกึ่งพืช เถาวัลย์พันร่าง — เหมือนซอมบี้ในปัจจุบัน
"โรคแห่งพืชครั้งแรก" ใบตองอ่านอักษรโบราณข้างรูปสลัก "เกิดขึ้นหลายร้อยปีก่อน เชื้อราลึกลับที่รวมคนเข้ากับพืช"
กลุ่มคนลุกขึ้นสู้ — ไม่ใช่ด้วยดาบหรือหอก แต่ด้วย เครื่องครัว กะทะ ตะหลิว หม้อ ครก
"ผู้พิทักษ์ครัว" กล้วยพูดเบา
"ใช่ ดูสิ" ใบตองชี้รูปสลัก "พวกเขาไม่ใช่นักรบ เป็นชาวบ้าน เป็นคนทำอาหาร ทำนา ปลูกข้าว พวกเขาค้นพบว่าสมุนไพรบางชนิดฆ่าเชื้อราได้ นำสมุนไพรนั้นหลอมรวมกับเหล็กผ่านพิธีกรรม สร้างเครื่องครัวศักดิ์สิทธิ์"
---
ผนังที่ 2 — การสร้างเครื่องครัวศักดิ์สิทธิ์
รูปสลักแสดงกระบวนการ — สมุนไพรเจ็ดชนิดถูกบดละเอียด ผสมกับเหล็กหลอม ผ่านไฟศักดิ์สิทธิ์เจ็ดวันเจ็ดคืน ผู้พิทักษ์ครัวเจ็ดคนผลัดกันเฝ้าเตาไฟ
ผลลัพธ์ — กะทะ และ ตะหลิว
"สองชิ้น" ใบตองพูด "ออกแบบมาให้ใช้คู่กัน กะทะคือ 'ภาชนะ' สำหรับรวมพลัง ตะหลิวคือ 'ตัวกวน' สำหรับผสมพลัง เมื่ออยู่ด้วยกัน ปรุงอาหารที่ 'ชำระ' ทุกสิ่ง"
"สองชิ้นถูกแยกเก็บ" กล้วยมองรูปสลักต่อ "ทำไม"
ใบตองอ่านอักษรต่อ สีหน้าเปลี่ยน "เพราะ... เมื่ออยู่ด้วยกัน พลังแรงเกินไป ผู้พิทักษ์ครัวรุ่นแรกใช้เครื่องครัวทั้งสองชิ้นปราบเชื้อราสำเร็จ แต่พลังทำลายทุกอย่างรอบตัวด้วย — ไม่ใช่แค่เชื้อ คนที่ยืนใกล้เกินไปก็ถูก 'ชำระ' เหมือนกัน"
"ชำระ? แปลว่า..." เปิ้ลหยุด
"ตาย" ใบตองพูดเรียบ "พลังที่แรงเกินไปไม่แยกแยะว่าอะไรเป็นเชื้ออะไรเป็นคน ดังนั้นจึงแยกเก็บ ให้ทายาทรุ่นต่อไปเป็นผู้ตัดสินว่าจะรวมกันเมื่อไหร่"
"ทายาท" กล้วยทวน
---
ผนังที่ 3 — สายเลือดผู้พิทักษ์
รูปสลักแสดงครอบครัว สืบเชื้อสายจากผู้พิทักษ์ครัวรุ่นแรก สัญลักษณ์สายเลือดคือ — กล้วยกลืนน้ำลาย — รูปกะทะ บนฝ่ามือ
กล้วยมองฝ่ามือซ้ายของตัวเอง มือที่เป็นเชื้อสีเหลืองอมเขียว
ใบตองจับมือกล้วย พลิกดู "กล้วย" เธอพูดเบา "รูปสลักบอกว่าทายาทผู้พิทักษ์ครัวมีสายเลือดพิเศษ ภูมิต้านทานเชื้อราแห่งพืชโดยธรรมชาติ นั่นคือเหตุผลที่เธอไม่กลายร่างสมบูรณ์"
"ย่า" กล้วยพูดเบาจนแทบไม่ได้ยิน "ย่ารู้ ย่ารู้ทุกอย่าง"
"อย่าทิ้งกะทะนี้เด็ดขาด"
ย่าไม่ได้ให้กะทะเก่าๆ ย่าให้อาวุธ ให้มรดก ให้ชีวิต
"ย่าของเธอเป็นผู้พิทักษ์ครัวรุ่นก่อน" ใบตองพูด "ส่งต่อกะทะเทพและสายเลือดให้เธอ คนสุดท้ายในสายตระกูล"
น้ำตาไหลลงแก้ม กล้วยไม่ได้เช็ด
ย่า ทำไมไม่บอก
ถ้าบอก จะเตรียมตัวได้
แต่ลึกๆ กล้วยรู้ — ย่าบอกไม่ได้ เพราะถ้าบอก กล้วยจะกลัว จะหนี จะทิ้งกะทะ ย่ารู้ว่าวันหนึ่งโรคแห่งพืชจะกลับมา แต่ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่ จึงเตรียมสิ่งเดียวที่ทำได้ — ให้กะทะ ให้สายเลือด ให้คำสั่งเสียสั้นๆ ที่หนักแน่นพอจะตามหลอกหลอนหลานสาวจนเธอไม่ยอมทิ้ง
ย่าเก่งที่สุดเลย
เปิ้ลไม่พูด ไม่ถ่ายวิดีโอ ยืนข้างๆ เงียบ
---
ผนังที่ 4 — อาหารแห่งการชำระ
รูปสลักสุดท้าย แสดงผู้พิทักษ์ครัวยืนถือกะทะในมือซ้าย ตะหลิวในมือขวา ทำอาหาร
วัตถุดิบบนรูปสลัก — สมุนไพร ข้าว ไข่ และ...
"นั่น" ใบตองชี้ หายใจเร็ว "ดูสิ วัตถุดิบในหม้อ"
กล้วยมอง — รูปสลักแสดงวัตถุดิบที่ถูกใส่ลงในกะทะ มีรูปต้นไม้ที่คุ้นตา
"ต้นกล้วย" กล้วยพูด "วัตถุดิบคือ ต้นกล้วย ที่ติดเชื้อ"
"อาหารที่ปรุงจากศัตรู" ใบตองอ่านอักษรข้างรูป "ใช้เชื้อราที่เปลี่ยนรูปแล้วเป็นวัตถุดิบ เปลี่ยนพิษให้เป็นยา — kill switch ไม่ใช่สารเคมีที่ต้อง ฉีด เข้าเชื้อ kill switch คืออาหารที่ ปรุงจากเชื้อราเอง ผ่านเครื่องครัวศักดิ์สิทธิ์ทั้งสองชิ้น"
ต้องใช้กล้วยตานี
ต้องเอากล้วยตานีจากรังของพญา มาทำเป็นวัตถุดิบ
"รูปคนกิน" เปิ้ลชี้ส่วนท้ายของรูปสลัก "คนกินอาหารแล้ว — ดูสิ ร่างที่เคยเป็นพืชค่อยๆ กลับเป็นคน เส้นเถาหายไปทีละเส้น"
"แล้วข้างล่าง" ใบตองก้มดู "ควัน — ควันจากอาหารลอยขึ้นฟ้า กระจายไปทุกทิศ ตกลงบนคนที่อยู่ไกลออกไป เส้นเถาบนตัวพวกเขาหายเหมือนกัน"
"ย้อนสปอร์" กล้วยพูด "ทฤษฎีของเธอถูกต้อง สปอร์จากอาหาร แพร่ผ่านลม รักษาทุกคน ไม่ใช่แค่คนที่กิน"
ใบตองนั่งลงกลางวิหาร ดวงตาเปียก — ไม่ใช่เสียใจ เป็นความโล่งใจ
"มีทาง" เธอกระซิบ "มีทางจริงๆ"
---
กล้วยเดินไปที่แท่นกลางวิหาร แท่นหินที่ควรเป็นที่ตั้งตะหลิวเทพ
แท่นว่างเปล่า
มีร่อง — ร่องรูปตะหลิว สลักลึกในหิน ที่ที่ตะหลิวเทพเคยวาง อักษรโบราณล้อมรอบร่อง
แต่ตะหลิวไม่อยู่
"ไม่อยู่" กล้วยมองร่องว่าง "ถูกนำออกไปแล้ว"
ใบตองเข้ามาดู ก้มตรวจแท่น "ร่องรอยยังใหม่ ไม่ใช่หายมาหลายร้อยปี มีรอยขีดข่วนบนหินที่ไม่ได้เกิดจากธรรมชาติ" เธอชี้รอยที่ขอบแท่น "มีคนมางัดตะหลิวออกจากแท่น ใช้เครื่องมือบางอย่าง ดูจากสนิม... ไม่เกินสองสามเดือน"
"ก่อนเชื้อระบาด?" เปิ้ลถาม
"ใกล้เคียงกัน อาจก่อนหรือหลังเล็กน้อย"
ใครบางคนรู้เรื่องตะหลิวเทพ มาก่อนเรา เอาตะหลิวไป
กล้วยหายใจเข้าลึก ดมกลิ่น
กลิ่นตะหลิวเทพ — ยังอยู่ ไม่ได้หายไป ยังอยู่ในป่านี้ ไม่ไกล
กลิ่นของ คนเฝ้า — อยู่ทิศเดียวกัน
คนที่เอาตะหลิวไป ยังอยู่ในป่านี้
"ตะหลิวไม่ได้ถูกนำออกจากป่า" กล้วยพูด "คนที่เอาไปยังอยู่ที่นี่ กลิ่นตะหลิวเทพยังอยู่ในระยะดมกลิ่นของฉัน"
"ทิศไหน" เปิ้ลถาม
"ตะวันตกเฉียงเหนือ ไม่ไกล อาจไม่เกินครึ่งชั่วโมงเดิน"
แต่กลิ่นของคนเฝ้า...
"คนที่เฝ้าตะหลิว" กล้วยพูดช้า "ไม่ใช่ซอมบี้ธรรมดา ไม่ใช่คนธรรมดา กลิ่นของเขาเป็นกลิ่นที่เชื้อในตัวฉันกลัว กลิ่นที่ ไม่ใช่ Fungus Musaceae-X แต่เป็นเชื้อราชนิดอื่น"
"เชื้อราชนิดอื่น?" ใบตองหน้าซีด "ไม่ใช่สายพันธุ์เดียวกับที่ระบาด?"
"ไม่ใช่ มีกลิ่นต่างกัน เชื้อในตัวฉันไม่แค่รู้จักมัน — มัน กลัว มัน"
เงียบ
"แปลว่ามีคนอื่นที่เกี่ยวข้องกับเชื้อรา" ใบตองพูดช้า "ไม่ใช่พญากล้วยตานี ไม่ใช่ซอมบี้ เป็นคนที่ใช้เชื้อราอีกชนิดหนึ่ง"
ยีนลายเซ็นสองคน กล้วยจำคำใบตองจากดอนเมือง ดร.ทวีศักดิ์เป็นคนสร้างเชื้อ แต่มีคนออกแบบพิมพ์เขียว
คนที่ออกแบบพิมพ์เขียว — อาจเป็นคนเดียวกับที่ส่งคนมาเฝ้าตะหลิวเทพ?
"ไม่ว่าจะเป็นใคร" เปิ้ลจับไม้เบสบอล — ไม้หัก ไม่เหลือใช้แล้ว จับปืนแทน กระสุนเหลือสองนัด "ต้องเอาตะหลิวกลับมา"
กล้วยพยักหน้า มองรูปสลักบนผนังครั้งสุดท้าย — ผู้พิทักษ์ครัวถือกะทะข้างซ้าย ตะหลิวข้างขวา
ย่า มอบกะทะให้ฉัน
ฉันต้องหาตะหลิวเอง
กล้วยยกกะทะเทพ ไฟศักดิ์สิทธิ์ลุกโชน อักษรโบราณบนกะทะและรอบวิหารเรืองแสงตอบรับพร้อมกัน ราวกับวัดทั้งหลังส่งกำลังใจ
"ไปหาตะหลิวเทพ" กล้วยพูด "ไม่ว่าใครจะเฝ้ามัน"
สามคนเดินออกจากวิหาร ผ่านประตูหินเก่า ทิ้งวัดร้างที่เรืองแสงทองไว้เบื้องหลัง
กะทะเทพชี้ทาง — ตะวันตกเฉียงเหนือ
กลิ่นตะหลิวเทพดึงเธอไปข้างหน้า
กลิ่นของ สิ่งที่เฝ้ามัน ทำให้ทุกเซลล์ในร่างกายตะโกนให้หนี
แต่กล้วยเดินต่อ
ผู้พิทักษ์ครัวไม่หนี
---
เหลือเวลาสิบสี่วัน
ตะหลิวเทพถูกนำออกจากวัด มีใครเฝ้ามันอยู่
และคนนั้น — ใช้เชื้อราที่แม้แต่ Fungus Musaceae-X ก็กลัว
ความคิดเห็น
ยังไม่มีความคิดเห็น