ตอนที่ 21: เสียงในความมืด
วันที่สิบหกหลังโลกล่มสลาย ช่วงเช้า
ถนนลาดยางสายชนบทยาวเหยียด สองข้างเป็นทุ่งนาแห้งที่เชื้อราเปลี่ยนเป็นสีเหลืองซีด ไม่มีต้นกล้วยกลายพันธุ์แม้แต่ต้นเดียว — อย่างน้อยก็ตอนนี้
กล้วยหยุดเดิน หันมองสามคนที่เดินตามข้างหลัง
ใบตองก้มหน้าเดิน แว่นเลื่อนลงมาที่ปลายจมูก สะพายกระเป๋าเป้ที่หนักขึ้นเรื่อยๆ จากอุปกรณ์วิทยาศาสตร์ที่หยิบมาจากวัดร้าง โมโม่กามะเดินอยู่ข้างใบตอง ร่างสูงผอม ผมรุงรังปิดใบหน้าครึ่งหนึ่ง เดินตรง แต่สายตาว่างเปล่า — ไม่ใช่แบบตอนถูกควบคุม แต่เป็นสายตาของคนที่มองโลกแล้วจำอะไรไม่ได้สักอย่าง
และเปิ้ล
เปิ้ลเดินช้าที่สุด ท่อเหล็กในมือขวา มือซ้ายห้อยข้างลำตัว นิ้วก้อยและนิ้วนางไม่ขยับ ผ้าพันแผลรอบข้อมือซ้ายเปื้อนเลือดแห้งสีน้ำตาล แผลเถาซอมบี้ที่สีข้างซ้ายถูกพันไว้แน่นด้วยผ้าฉีกจากเสื้อเชิ้ตของใบตอง
อาหาร Lv.4 เมื่อคืนทำให้แผลสมาน เลือดหยุดไหล เปิ้ลไม่ตายแน่นอน
แต่นิ้วสองนิ้วนั้น — กล้วยเห็นเปิ้ลพยายามกำมือซ้ายตั้งแต่ตื่นมา สามนิ้วขยับ สองนิ้วนิ่ง
"หยุดมองเลยนะพี่กล้วย" เปิ้ลพูด ไม่หันหน้า "ฟิลม์กล้องหมด ไม่ใช่เรื่องน่าถ่าย"
"ไม่ได้มอง"
"มอง ผมรู้สึกได้ ตั้งแต่เมื่อกี้เดินสะดุดหินหนที่สอง"
กล้วยหลบตา "...หิวไหม"
"พี่ — "
"ถามว่าหิวไหม" กล้วยยกกะทะเทพที่แบกไว้บนไหล่ซ้าย "ยังมีเห็ดโคนที่เปิ้ลเก็บเมื่อวาน น้ำมันหมดแล้วแต่ต้มได้ ถ้าหาน้ำ — "
"พี่กล้วย"
เปิ้ลหยุดเดิน หันมามองกล้วยตรงๆ
"ผมกินอาหาร Lv.4 เมื่อคืนแล้ว แผลหายแทบหมด ซี่โครงที่ร้าวยังเจ็บอยู่แต่ไม่ได้เป็นอะไร" เปิ้ลยกมือซ้ายขึ้น กำมือ สามนิ้วกำ สองนิ้วนิ่ง "เส้นเอ็นฉีก พี่กล้วย อาหารกะทะเทพรักษาเชื้อราได้ ไม่ใช่ต่อเส้นเอ็น"
เงียบ
"คือ... ถ้ามีหมอ มีห้องผ่าตัด อาจจะ — " ใบตองเริ่มพูด
"ใบตอง" เปิ้ลส่ายหัว "ไม่มีหมอ ไม่มีห้องผ่าตัด โลกมันพังแล้ว" เปิ้ลยิ้ม — ยิ้มแบบเปิ้ลที่กล้วยรู้จัก กว้างจนตาหยี "ผมยังมีสามนิ้ว ยังถือกล้องได้ ยังถือท่อเหล็กได้ แค่ต้องเปลี่ยนมาจับแบบใหม่"
เปิ้ลแกว่งท่อเหล็กด้วยมือขวา หมุนข้อมือรอบเดียว แล้วรับด้วยมือซ้าย — สามนิ้วรัดท่อแน่น นิ้วก้อยกับนิ้วนางห้อยอยู่ข้างท่อเหมือนตุ้มน้ำหนัก
"เห็นไหม ใช้ได้"
กล้วยกัดริมฝีปาก
ถ้าเมื่อคืนฉันไม่ต้องแบกโมโม่กามะ เปิ้ลไม่ต้องรับซอมบี้ระดับ 3 แทน
ถ้าฉัน —
"อย่าคิดว่าเป็นความผิดพี่ด้วยนะ" เปิ้ลพูดเหมือนอ่านใจได้ "ผมเลือกเอง ผมวิ่งเข้าไปเอง ไม่มีใครสั่ง"
"...โง่"
"ขอบคุณครับ ผมรับคำชมนี้"
กล้วยหัวเราะ — เสียงแหบเล็กน้อย ไม่ค่อยเหมือนหัวเราะ แต่ก็ดีกว่าเงียบ
---
พวกเขาเดินอีกสองชั่วโมง
ถนนลาดยางค่อยๆ เปลี่ยนเป็นถนนสองเลน สองข้างเป็นบ้านเรือนร้าง สวนผลไม้ที่ต้นเหี่ยวเฉา ร้านค้าริมทางที่ประตูเปิดค้าง ไม่มีคนสักคน
ไม่มีซอมบี้สักตัว
"แปลก" ใบตองพูด "ตั้งแต่ออกจากป่า ไม่เจอซอมบี้เลย"
กล้วยดมกลิ่น — กลิ่นจางมาก ซอมบี้ระดับต่ำๆ กระจัดกระจาย ไกลออกไปทางทิศเหนือ ไม่มีตัวไหนเข้ามาใกล้
"มีซอมบี้ แต่มันหนีไปหมด" กล้วยขมวดคิ้ว "เหมือนถูกสั่งให้ถอย"
"พญากล้วยตานีสั่ง?" ใบตองถาม
"ไม่รู้ แต่เมื่อคืนซอมบี้ก็หยุดไล่ที่ขอบป่า..." กล้วยกัดริมฝีปาก "อาจจะปล่อยให้เราไป"
"ทำไมล่ะ"
"ก็นั่นสิ ทำไม"
เงียบ ลมร้อนพัดผ่าน ฝุ่นฟุ้ง
"กับดัก" เปิ้ลพูดสั้นๆ
"อาจจะ" ใบตองพยักหน้า "พญากล้วยตานีรู้ว่าเราต้องกลับกรุงเทพฯ เอากล้วยตานีจากรังของมัน ปล่อยให้กลับแล้วรอดักที่รัง — สมเหตุสมผล"
"แปลว่าเรากำลังเดินเข้ากับดักที่รู้อยู่แล้วว่าเป็นกับดัก" เปิ้ลยิ้ม "เหมือนสารคดีที่เคยถ่ายเรื่องแมงมุม เหยื่อเห็นใยแมงมุมแต่ยังบินเข้าไป"
"เราไม่ใช่แมลง เปิ้ล"
"ใช่ เราเป็นทีมที่มีเชฟถือกะทะวิเศษ นักวิทย์ถือแว่น ยูทูบเบอร์มือหัก กับลุงนิรนามที่จำชื่อตัวเองไม่ได้"
โมโม่กามะที่เดินอยู่ข้างๆ เงยหน้าขึ้นเมื่อได้ยินคำว่า "ลุง"
"ข้า... ไม่ใช่ลุง" โมโม่กามะพูดเบา เสียงแหบพร่า เหมือนคนไม่ได้ใช้เสียงมานาน "ข้าคิดว่า... ข้าไม่ได้แก่ขนาดนั้น"
สามคนหันมามอง นี่เป็นครั้งแรกที่โมโม่กามะพูดประโยคที่ไม่เกี่ยวกับ "เสียง" หรือ "ผู้หญิงคนนั้น" ตั้งแต่ฟื้น
"โอเค ไม่ใช่ลุง" เปิ้ลพยักหน้า "แล้วจะให้เรียกอะไร?"
โมโม่กามะนิ่ง ขมวดคิ้ว ราวกับพยายามหยิบบางอย่างจากลิ้นชักที่ล็อกไว้
"...ไม่รู้" นายตอบ สีหน้าเจ็บปวด "ข้าจำไม่ได้"
"งั้นเรียกโมโม่กามะไปก่อน" กล้วยพูดเบา "ชื่อเดิมของนาย — ชื่อที่ใบตองอ่านจากเครื่องแต่งกายตอนอยู่ที่วัด"
"โมโม่... กามะ..." นายทวนชื่อ สีหน้าว่างเปล่า "ข้าไม่รู้ว่าเป็นชื่อข้าหรือเปล่า ไม่รู้สึกอะไร เหมือนชื่อคนอื่น"
"ไม่เป็นไร" กล้วยยิ้ม "ค่อยๆ จำ"
---
เที่ยงวัน พวกเขาหยุดพักที่ร้านอาหารร้างริมทาง
ร้านตามสั่งเล็กๆ ป้ายชื่อ "ร้านป้าแจ๋ว" ตัวอักษรสีแดงซีดจาง หลังคาสังกะสีผุบางจุด เตาแก๊สถังเล็กยังมีแก๊สเหลืออยู่นิดหน่อย ในครัวมีซีอิ๊วขาวขวดเดียว น้ำมันพืชก้นขวด กระเทียมแห้งหนึ่งหัว
"น้ำมันเหลือนิดเดียว" กล้วยมองก้นขวดน้ำมัน "แต่พอทำข้าวต้มได้ ถ้าหาน้ำ"
เปิ้ลยกมือขวา "มีบ่อน้ำหลังร้าน เห็นตอนเดินเข้ามา ข้างๆ มีต้นหอมป่าขึ้นอยู่ด้วย"
"จริงเหรอ!" กล้วยลุกขึ้น "ไปเก็บ — "
"ไปแล้ว" เปิ้ลยื่นมือขวาที่กำต้นหอมป่าสามต้น "เก็บระหว่างทางน่ะ เห็นแล้วหยิบเลย"
กล้วยจ้องเปิ้ล
"อะไร? ผมหาวัตถุดิบเป็นนะ อดีตสายเอาตัวรอดในป่า"
ใบตองหัวเราะเบาๆ กล้วยรับต้นหอมป่าจากมือเปิ้ลแล้วเริ่มจัดของบนเคาน์เตอร์
กะทะเทพวางบนเตา อุ่นเครื่อง อักษรโบราณเรืองแสงทองอ่อนๆ ตะหลิวเทพวางข้างกะทะ ไฟศักดิ์สิทธิ์จากสองชิ้นกระพริบตอบรับกัน
วัตถุดิบน้อย แต่สดจากธรรมชาติ ดี
กะทะเทพ "พูด" ผ่านความเข้าใจที่ไหลเข้ามาในหัว กล้วยพยักหน้ารับ
เห็ดโคนที่เหลือจากเมื่อวาน หั่นบาง ต้นหอมป่าซอยละเอียด กระเทียมบุบ น้ำจากบ่อที่เปิ้ลตักมา — ต้มรวมกันในกะทะเทพ น้ำมันหยดเดียวจากก้นขวดผสมกระเทียม
ตะหลิวกวนสามรอบ ตามเข็ม
กล้วยใช้ตะหลิวเทพกวน — สามรอบ ช้าๆ ไฟศักดิ์สิทธิ์สีทองลุกขึ้นจากน้ำต้ม อักษรโบราณลอยขึ้นจากทั้งกะทะและตะหลิว ประสานกันเป็นวงเหนือไอน้ำ
กลิ่นหอมแรง แรงกว่าปกติ — กลิ่นเห็ดโคนป่าหอมดิน กลิ่นต้นหอมป่าเผ็ดร้อน ผสมกับกลิ่นไฟศักดิ์สิทธิ์ที่อบอุ่นเหมือนกองไฟในฤดูหนาว
สปอร์ในอากาศรอบร้าน — ที่ไม่รู้ว่ามีอยู่ — ถูกเผาจนสะอาด
"เสร็จแล้ว" กล้วยตักข้าวต้มใส่ชามที่หาได้จากในร้าน สี่ชาม "กินเลย ร้อนๆ"
เปิ้ลรับชามด้วยมือขวา ซดคำแรก — แล้วหลับตา
"...อร่อย" เปิ้ลพูดเบา "อร่อยจนอยากร้องไห้"
"ร้องก็ร้องสิ ไม่มีกล้องถ่าย" กล้วยยิ้ม
"ไม่ร้อง" เปิ้ลสูดจมูก "ยูทูบเบอร์ห้ามร้องไห้หน้ากล้อง... โอเค กล้องไม่ได้เปิดอยู่ แต่ก็ไม่ร้อง"
ใบตองกินเงียบๆ ตามองเปิ้ล — มองมือซ้ายของเปิ้ลที่วางบนตัก สองนิ้วที่ไม่ขยับ
โมโม่กามะยกชามขึ้นจิบ ช้าๆ ระมัดระวัง ราวกับกลัวว่าชามจะแตก
คำแรก — นายหยุด
"ข้า... เคยกินของแบบนี้" โมโม่กามะพูด เสียงสั่นเล็กน้อย "ไม่ใช่แบบนี้ทุกอย่าง แต่... มีใครทำให้กิน ข้า... จำใบหน้าไม่ได้ แต่จำกลิ่นได้"
สามคนหยุดกิน
"จำกลิ่นอะไรได้?" ใบตองถามเบา
โมโม่กามะหลับตา "กลิ่น... ห้องแล็บ สารเคมี แต่มีกลิ่นอาหารด้วย ข้าว... ไข่... ข้ากินที่โต๊ะทำงาน มีคนเอามาวางให้"
"ใคร?"
"...ไม่รู้" นายเปิดตา สีหน้าสับสน "จำได้แค่ว่ามีคนดีกับข้า ก่อนที่ เสียงจะมา"
กล้วยวางช้อนลง "เสียง?"
โมโม่กามะนิ่งไปนาน จนกล้วยคิดว่านายจะไม่พูดอีก
"เสียง... ผู้หญิง" นายพูดในที่สุด เสียงต่ำจนแทบไม่ได้ยิน "เย็น ไม่เคยโกรธ ไม่เคยตะโกน สั่งเหมือนสั่ง ของ ไม่ใช่สั่ง คน"
"สั่งอะไร?"
"เฝ้า" โมโม่กามะมองมือตัวเอง มือที่เคยถือตะหลิวเทพ "สั่งให้เฝ้าตะหลิว สั่งให้ฆ่าทุกคนที่เข้าใกล้ ข้าทำตาม... ข้าทำตามทุกอย่าง เหมือนร่างกายไม่ใช่ของข้า"
เปิ้ลวางชามลง "จำได้ไหมว่าเริ่มโดนควบคุมตอนไหน"
"ไม่ได้" โมโม่กามะส่ายหัว "ข้าจำได้แค่... ก่อน กับ ระหว่าง ไม่มีตรงกลาง วันหนึ่งข้าเป็นข้า วันต่อมาข้าเป็น... ของ ของเธอ"
"เธอ?"
"ผู้หญิงคนนั้น"
โมโม่กามะพูดคำนี้แล้วร่างสั่น ไม่ใช่สั่นเพราะหนาว — สั่นเพราะ กลัว กลัวจากก้นบึ้งของจิตใจ แบบที่คนเรากลัวเสียงฟ้าร้องตอนเด็ก กลัวจนร่างกายจำได้แม้สมองจะลืม
"ข้าจำชื่อไม่ได้" นายกุมขมับซ้าย — จุดที่เคยมีเชื้อราควบคุมฝังอยู่ ตอนนี้เหลือแค่แผลเป็นสีชมพูที่ไฟศักดิ์สิทธิ์เผาไว้ "แต่ข้ารู้สึก... ข้ารู้ว่าเธอรู้เรื่องเชื้อรามากกว่าใครในโลก เธอไม่ได้แค่ ศึกษา เชื้อรา เธอ สร้าง มัน เธอสร้างมาหลายตัว ตัวที่ใส่ในหัวข้า... แค่ตัวหนึ่ง"
ใบตองเปิดสมุด จด "เชื้อราหลายสายพันธุ์ ผู้หญิง สร้างเชื้อราหลายตัว" มือเขียนเร็วจนตัวอักษรเอียง
"นายจำอะไรเรื่องเชื้อราได้อีกไหม?" ใบตองถาม
โมโม่กามะหลับตา ขมวดคิ้วแน่น นิ่งนานหลายนาที
"...สูตร" นายพูด "ข้าเคยเห็นสูตร เคยอ่านสูตรของ Fungus Musaceae-X ข้า เข้าใจ มัน ข้ารู้ว่ามันมีจุดอ่อน แต่..." นายกุมหัว "เหมือนดูผ่านกระจกฝ้า เห็นรูปร่างแต่อ่านตัวหนังสือไม่ออก"
"ค่อยๆ จำ" กล้วยพูดเบา "ไม่ต้องรีบ"
"ข้าต้องรีบ" โมโม่กามะเงยหน้าขึ้นมองกล้วย ดวงตามืดสนิท แต่มีแสงมนุษย์อยู่ลึกๆ "เพราะ เธอ จะรู้ เธอจะรู้ว่าข้าเป็นอิสระแล้ว และเธอจะ..."
นายหยุด กลืนน้ำลาย
"เธอจะ?"
"ข้าไม่รู้" โมโม่กามะส่ายหัว "แต่ข้ารู้สึกว่า... เธอไม่ใช่คนที่ยอมเสียของ เธอวางแผนทุกอย่าง ทุกอย่าง ข้าที่ถูกปลดปล่อย... อาจอยู่ในแผนของเธอด้วย"
เงียบ
ลมพัดผ่านร้านร้าง หลังคาสังกะสีสั่นกรอบแกรบ
"ช่างเถอะ" กล้วยยกชามขึ้น "กินข้าวก่อน คิดเรื่องหนักท้องทีหลัง"
---
บ่ายแก่ๆ พวกเขาเดินต่อ
ถนนเริ่มมีรถทิ้งร้างมากขึ้น ป้ายบอกทาง "นครปฐม 47 กม." สนิมจับขอบ บ้านเรือนห่างๆ เริ่มถี่ขึ้น ต้นกล้วยกลายพันธุ์เริ่มปรากฏ — ต้นเล็กๆ ตามรอยแตกของซีเมนต์ สีม่วงจาง ใบยังไม่กาง
"ใกล้เขตเชื้อมากขึ้น" ใบตองสังเกต "ต้นกล้วยกลายพันธุ์ยังเล็ก แสดงว่าเพิ่งงอกไม่นาน เชื้อกำลังแผ่ขยาย"
กล้วยดมกลิ่น — ซอมบี้ไม่กี่ตัว ระดับ 1 ส่วนใหญ่ อยู่ห่างออกไปทางทิศเหนือ ยังไม่มีตัวไหนเข้ามาใกล้
ยังถูกสั่งให้ถอย
ความรู้สึกนั้นทำให้กล้วยหนาวขึ้นมาจากข้างใน
พญากล้วยตานีปล่อยให้พวกเธอกลับ — ราวกับเปิดประตูกรงให้หนูวิ่งเข้าเขาวงกต
"พี่กล้วย" เปิ้ลเดินเทียบข้างมา "คิดเรื่องอะไรอยู่"
"คิดว่า... ยังไงเราก็ต้องกลับกรุงเทพฯ" กล้วยมองแขนซ้ายของตัวเอง เชื้อสีเหลืองอมเขียวอยู่กลางแขน ถอยจากอาหาร Lv.4 แต่ยังลามกว่าก่อนศึกวัดร้าง "เหลือเวลาเจ็ดวัน ต้องเอากล้วยตานีจากรังพญา ต้องทำอาหารแห่งการชำระ"
"รู้"
"แล้วพญากล้วยตานีก็รู้ว่าเราต้องไป"
"รู้เหมือนกัน"
"ยังจะไปอยู่ไหม"
เปิ้ลหัวเราะ "พี่ถามอะไรแปลกๆ ตอนไหนผมบอกไม่ไปล่ะ"
กล้วยมองเปิ้ล — มองมือซ้ายที่สองนิ้วไม่ขยับ มองแผลพันผ้าที่สีข้าง มองรอยช้ำม่วงที่แก้มซ้าย
"เปิ้ล ถ้าเข้าไปในสวนจตุจักร — "
"พี่กล้วย" เปิ้ลหยุดเดิน "ผมเสียนิ้วสองนิ้ว ไม่ใช่สมอง ผมตัดสินใจได้เอง"
"..."
"ผมตามพี่มาตั้งแต่ปั๊มน้ำมันร้าง ผ่านห้าง ผ่านลัทธิ ผ่านดอนเมือง ผ่านป่า ผ่านซอมบี้ระดับ 5 ผ่านนักรบถือตะหลิว ผ่านกองทัพซอมบี้หลายร้อยตัว" เปิ้ลนับนิ้ว — มือขวา "ถ้าจะหยุดผมต้องบอกก่อนตอนที่ 4 ตอนนี้สายไปแล้ว"
กล้วยรู้สึกจมูกเริ่มแสบ
"และผมบอกตรงๆ เลยนะ" เปิ้ลยกกล้องขึ้นมาจากกระเป๋า กล้องที่ไม่ได้เปิดมาตั้งแต่แบตเตอรี่หมด "ถ้าพี่ทำอาหารแห่งการชำระได้จริง ควันจากอาหารรักษาคนทั้งเมือง ซอมบี้กลับเป็นคน... คอนเทนต์นี้จะไวรัลกว่า เชื้อ ซอมบี้อีก"
กล้วยปาก้อนหินใส่เปิ้ล เปิ้ลหลบ หัวเราะ
---
ค่ำ
พวกเขาหยุดพักในสถานีอนามัยร้าง ตึกเล็กหลังเดียว กำแพงปูนทาสีเหลืองซีด ประตูเหล็กปิดได้ หน้าต่างมีเหล็กดัด — ที่หลบภัยชั่วคราวที่ดีพอสมควร
กล้วยทำอาหารเย็น — ข้าวต้มจากข้าวสารที่หาได้ในครัวสถานีอนามัย ใส่ต้นหอมป่าที่เหลือ ไม่มีเห็ดแล้ว วัตถุดิบน้อยมาก แต่อาหาร Lv.4 ยังให้ผล เชื้อในแขนกล้วยถอยอีก 2 ซม. — ไม่มากเท่าเมื่อคืนเพราะวัตถุดิบจำกัด
เปิ้ลนอนก่อน ร่างกายยังพักฟื้น ท่อเหล็กวางข้างตัว มือซ้ายกำหลวมๆ — สามนิ้วกำ สองนิ้วนิ่ง
ใบตองนั่งจดบันทึก แสงจากตะเกียงน้ำมันที่หาได้ส่องกระดาษ
กล้วยนั่งเวรยาม กะทะเทพในตัก ตะหลิวเทพพิงข้างฝา
โมโม่กามะนั่งอยู่มุมห้อง ไม่นอน ตามองเพดาน
"นอนไม่หลับ?" กล้วยถาม
"กลัว" โมโม่กามะตอบตรง "กลัวว่าพอหลับตา เสียงจะกลับมา"
กล้วยนิ่ง
"ข้ารู้ว่าเชื้อราที่ขมับถูกเผาแล้ว" โมโม่กามะแตะแผลเป็นที่ขมับ "แต่เสียงเธอ... มันอยู่ในหัวข้านานเกินไป ข้าฟังเสียงเธอมานานกว่าฟังเสียงตัวเอง"
"นานแค่ไหน?"
"...ไม่รู้ เดือน? ปี? ข้าจำเวลาไม่ได้ ตอนถูกควบคุม วันกับคืนเหมือนกันหมด ข้าเฝ้าอยู่ที่ลานหิน ฆ่าซอมบี้ที่เข้ามา ฆ่าสัตว์ป่า... ข้าไม่ได้กินไม่ได้นอนเป็นสัปดาห์ ร่างกายนี้ไม่ต้องการ เธอ ดัดแปลง ข้าแล้ว"
กล้วยกลืนน้ำลาย
ใบตองหยุดเขียน เงยหน้าขึ้นฟัง
"ข้าจำได้อีกอย่าง" โมโม่กามะพูดเบา ดวงตาจ้องไปที่มุมมืดของห้อง "ข้าเคยเป็นนักวิทยาศาสตร์ ข้า รู้ เรื่องเชื้อรา ไม่ใช่แค่อ่าน ข้า... ทำงานกับมัน ข้าเคยอยู่ในห้องแล็บที่มีตู้ควบคุมอุณหภูมิ มีกล้องจุลทรรศน์ มีจานเพาะเชื้อเป็นร้อย..."
"จำชื่อห้องแล็บได้ไหม? สถาบัน? มหาวิทยาลัย?"
"ไม่ได้ แต่..." โมโม่กามะยกมือขึ้นมอง ราวกับมือนั้นไม่ใช่ของนาย "มือนี้เคยถือจานเพาะเชื้อ เคยหยิบหลอดทดลอง เคยเขียนสูตรเคมีบนไวท์บอร์ด ข้า รู้สึก ว่าเคยทำ แต่ จำ ไม่ได้"
"มือรู้สิ่งที่สมองลืม" ใบตองพูดเบา "เหมือนซอมบี้ที่ยังจำสิ่งที่ทำทุกวัน ร่างกายจำได้แม้สมองจะหยุดทำงาน"
โมโม่กามะพยักหน้าช้าๆ
"ข้าจำได้อีกอย่าง" นายพูด เสียงเปลี่ยน ต่ำลง หนักขึ้น "ผู้หญิงคนนั้น... เธอพูดกับข้าก่อนที่จะใส่เชื้อในหัว"
ห้องเงียบกริบ
"เธอพูดว่า..." โมโม่กามะหลับตา "'ขอบคุณที่เสียสละ นี่คือราคาของความรู้ที่เกินกว่ามนุษย์ควรรู้'"
เสียงโมโม่กามะสั่น ไม่ใช่เพราะเลียนเสียง แต่เพราะร่างกายจำความกลัวได้
"แล้วเธอก็ใส่มือบนหน้าผากข้า" นายแตะขมับ "เย็น... เย็นมาก เหมือนโลหะ แล้วทุกอย่างก็มืด"
"มือเธอเย็นเหมือนโลหะ?" ใบตองจด
"ไม่ใช่ เหมือน... ข้าไม่รู้จะอธิบายยังไง เหมือนมือที่ ไม่ใช่มือ มีบางอย่างบนผิวหนังเธอที่..."
โมโม่กามะหยุด กุมหัว ใบหน้าบิดเบี้ยว
"พอแค่นี้ก่อน" กล้วยพูดเบา "ไม่ต้องฝืน"
โมโม่กามะหายใจหนัก พยักหน้า
กล้วยมองนาย — ร่างสูงผอมนั่งหลังค่อมในมุมมืด แผลเป็นที่ขมับ ดวงตาที่เพิ่งกลับมามีแสงมนุษย์ได้ไม่กี่วัน มือที่เคยถือตะหลิวเทพฆ่าทุกอย่างที่เข้าใกล้ตามคำสั่งของ ผู้หญิงคนนั้น
ผู้หญิงที่สร้างเชื้อราหลายสายพันธุ์
ผู้หญิงที่สั่งคนเหมือนสั่งของ
ผู้หญิงที่วางแผนทุกอย่าง
ผู้หญิงที่แม้แต่โมโม่กามะ — นักวิทยาศาสตร์ที่เคยเข้าใจเชื้อรา — ก็กลัวจนสั่น
กล้วยกอดกะทะเทพแน่นขึ้น
พญากล้วยตานีอาจจะไม่ใช่ศัตรูสุดท้ายก็ได้
ความคิดนั้นเย็นเหมือนมือของ "ผู้หญิงคนนั้น" ที่โมโม่กามะเล่า
กล้วยมองออกไปนอกหน้าต่าง ท้องฟ้าสีดำไม่มีดาว เมฆสปอร์บังแสงจันทร์
เจ็ดวัน
เจ็ดวันก่อนกลายเป็นซอมบี้
เจ็ดวันในการหาทางรักษาทุกคน
เจ็ดวันในการรู้ว่า "ผู้หญิงคนนั้น" คือใคร
กล้วยหลับตา พิงฝา กะทะเทพอุ่นในตัก
ค่อยๆ มา ค่อยๆ มา
พรุ่งนี้ค่อยคิด
คืนนี้ขอแค่ให้ทุกคนปลอดภัย
กะทะเทพสั่นเบาๆ ตอบรับ
ดี พักก่อน ทายาท
กล้วยยิ้มแล้วหลับไป
ข้างนอก ลมเปลี่ยนทิศ
จากทิศตะวันออก — จากกรุงเทพฯ — กลิ่นกล้วยตานีลอยมาจางๆ
มันรอเธออยู่
ความคิดเห็น
ยังไม่มีความคิดเห็น