ตอนที่ 22: เชฟแห่งความหวัง

วันที่สิบแปดหลังโลกล่มสลาย ช่วงเที่ยง

ป้ายบอกทาง "กรุงเทพมหานคร 12 กม." สนิมจับขอบ กระสุนทะลุเป็นรูตรงกลาง

กล้วยมองป้ายแล้วหายใจเข้าลึก

กลับมาถึงแล้ว

สามวันบนถนน จากกาญจนบุรีข้ามนครปฐม ตัดผ่านถนนเพชรเกษมเก่า กินข้าวต้มวันละสองมื้อจากวัตถุดิบที่เปิ้ลหาได้ข้างทาง — ผักป่า เห็ดนางฟ้าจากท่อนไม้ผุ ต้นหอมป่าจากริมคลอง อาหาร Lv.4 กดเชื้อไว้ได้ แต่ไม่ถอยเท่าวัตถุดิบป่ากาญจนบุรี

เชื้อในแขนกล้วยอยู่กลางแขน ขยับขึ้นลงไม่เกินสองสามเซ็นติเมตรในแต่ละวัน

เหลือเวลาห้าวัน

"ได้กลิ่นอะไรไหม?" ใบตองถาม

กล้วยดมกลิ่น — แล้วเงยหน้าขึ้น

ซอมบี้ — หลายสิบตัว ระดับ 1-2 ส่วนใหญ่ กระจัดกระจายทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ ไม่ได้เข้ามาใกล้แต่มีจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ เข้าใกล้กรุงเทพฯ

แต่มีกลิ่นอื่นด้วย

"คน" กล้วยพูด "คนเยอะ ทิศตะวันออกเฉียงใต้ ห่างจากตรงนี้... กิโลกว่าๆ"

"ผู้รอดชีวิต?" เปิ้ลเงยหน้าขึ้นจากกล้องที่เพิ่งเปลี่ยนแบตสำรอง "กลุ่มใหญ่?"

"ใหญ่มาก ไม่เคยได้กลิ่นคนรวมกันเยอะขนาดนี้ตั้งแต่ดอนเมือง"

สี่คนมองหน้ากัน

"อาจเป็นกับดักแบบดอนเมืองอีก" ใบตองเตือน

"อาจจะ" กล้วยพยักหน้า "แต่ต้องผ่านทางนั้นอยู่ดี ทางไปสวนจตุจักรต้องผ่านเขตนั้น"

"งั้นไปดู" เปิ้ลยกกล้องขึ้น "ถ้าเป็นคนดีก็ดี ถ้าเป็นลัทธิก็หนีเหมือนเดิม ผมชินแล้ว"

---

ที่ที่กลิ่นนำพามาคือโรงเรียนมัธยมขนาดใหญ่ริมถนนเพชรเกษม

ชื่อ "โรงเรียนนวมินทราชินูทิศ สวนกุหลาบวิทยาลัย เพชรเกษม" ตัวอักษรบนป้ายหน้าโรงเรียนหลุดไปครึ่ง เหลือแค่ "น...มิ...สวน...เพชร" กำแพงโรงเรียนถูกเสริมด้วยโต๊ะเรียน เก้าอี้ ตู้เหล็ก ลวดหนามม้วนบนสุด รถบัสสองคันจอดขวางประตูหน้า ป้าย spray paint สีแดง: "เขตของคน ซอมบี้ห้ามเข้า"

มีเสียงคน

เสียงพูดคุย เสียงเด็กร้อง เสียงค้อนตอก — เสียงของ ชีวิต

"มีคนจริงๆ" เปิ้ลพูดเบา กล้องเปิดแล้ว

"หยุด!" เสียงตะโกนจากด้านบน

สามจุดแสงเล็กๆ กระพริบจากหลังคาอาคารเรียนชั้นสี่ — กล้องส่องทางไกล ไม่ใช่ปืน

"ใครมาจากไหน! มากี่คน!"

"สี่คน!" กล้วยตะโกนกลับ ยกมือทั้งสองข้างขึ้น — มือขวาว่าง มือซ้ายถือกะทะเทพ "ผู้รอดชีวิต! มาจากกาญจนบุรี!"

เงียบไปสิบวินาที

"คนถือกะทะเนี่ย" เสียงอีกคนพูด ได้ยินจางๆ "บ้าหรือเปล่า"

"คนถือท่อเหล็กข้างๆ มือหักด้วย" เสียงอีกคน "ดูน่าสงสาร"

"ผมได้ยินนะ!" เปิ้ลตะโกน

---

หลังตรวจสอบสิบนาที — ตรวจว่าไม่มีรอยกัด ไม่มีอาการแปลก (กล้วยซ่อนแขนซ้ายในเสื้อแขนยาว ตาซ้ายเหลืองก็ยืนอยู่ทางมืด) — ประตูรถบัสเปิดให้เข้า

ข้างในโรงเรียนเป็นค่ายผู้รอดชีวิตที่ใหญ่ที่สุดที่กล้วยเคยเห็น

ไม่ใช่แค่ซ่อนตัว พวกเขา สู้

สนามบาสเกตบอลถูกดัดแปลงเป็นเต็นท์ที่พัก เต็นท์ราวห้าสิบหลัง แต่ละหลังมีเสื่อปูนอน ผ้าห่ม ของใช้ส่วนตัว โรงอาหารยังใช้งานได้ — เตาแก๊สสี่หัว หม้อหุงข้าวสามใบ น้ำดื่มถังใหญ่ อาคารเรียนถูกแปลงเป็นห้องพยาบาล คลังอาวุธ (ไม้ มีด จอบ ไม่มีปืน) และห้องประชุม

คนราว ร้อยห้าสิบคน

ผู้ชาย ผู้หญิง เด็ก คนแก่ ทุกเพศทุกวัย มีทั้งคนแข็งแรง คนบาดเจ็บ คนป่วย —

คนที่มีรอยเชื้อบนผิวหนัง

กล้วยเห็นพวกเขาตั้งแต่ก้าวเข้ามา — คนห้าหกคนนั่งอยู่มุมสนาม แยกจากคนอื่น ผิวแขนหรือขาเป็นสีเหลืองอมเขียวจางๆ ระยะเริ่มต้น เชื้อยังไม่ลามมาก แต่สีหน้าหมดหวัง

เหมือนฉันตอนวันแรก

"ผู้นำค่ายชื่อครูแดง" คนที่พามาพูด — ชายหนุ่มวัยยี่สิบต้นๆ ชื่อเก่ง ท่าทางกระฉับกระเฉง "แกเป็นครูพละที่นี่ ตอนซอมบี้บุก ไม่ยอมหนี เอาเก้าอี้ฟาดซอมบี้แล้วสั่งให้ทุกคนขังตัวเองในตึกเรียน ตั้งแต่นั้นก็เป็นผู้นำ"

"ครูพละ" เปิ้ลกระซิบ "ทำไมผู้นำวันสิ้นโลกต้องเป็นครูพละเสมอ"

ครูแดงนั่งอยู่ที่โต๊ะในห้องประชุม — ผู้หญิงวัยสี่สิบต้นๆ ผมสั้นทรงสปอร์ตสีดำ ผิวแทน ร่างล่ำ แขนมัดกล้าม สวมชุดวอร์มสีแดงเก่าๆ ที่เขียนว่า "สวนกุหลาบฯ เพชรเกษม" บนหลัง ดวงตาคม เรียบเฉย

"สี่คนจากกาญจนบุรี" ครูแดงพูด น้ำเสียงตรงไม่อ้อม "มากันทำไม"

"กลับกรุงเทพฯ" กล้วยตอบ "มีธุระที่สวนจตุจักร"

ครูแดงเงยหน้า "สวนจตุจักร? รังของพญากล้วยตานี?"

"ครูรู้เหรอ"

"ทุกคนที่เข้าใกล้กรุงเทพฯ ฝั่งเหนือรู้" ครูแดงพิงพนักเก้าอี้ "สวนจตุจักรกลายเป็นป่ากล้วยยักษ์ ซอมบี้ทุกตัวในรัศมีสิบกิโลเมตรเดินเข้าไปในนั้น ไม่มีใครเข้าไปแล้วกลับออกมา"

เงียบ

"แล้วจะไปทำไม" ครูแดงถาม ตรงๆ

กล้วยมองเพื่อนๆ — ใบตอง เปิ้ล โมโม่กามะ สามคนพยักหน้า

"ไปเอากล้วยตานีจากรังพญา" กล้วยพูด "เพื่อทำอาหารที่รักษาเชื้อซอมบี้ได้ ทุกคน"

ครูแดงจ้องกล้วยนาน ดวงตาคมวัดน้ำหนักทุกคำ

"พูดจริงหรือพูดเล่น"

"จริง" ใบตองก้าวออกมา "ดิฉันเป็นนักศึกษาปริญญาโท สาขาโรคพืช เชื้อ Fungus Musaceae-X ถูกสร้างขึ้นด้วยพันธุวิศวกรรม มี kill switch — สวิตช์ปิด อาหารที่ปรุงด้วยเครื่องครัวศักดิ์สิทธิ์สองชิ้นนี้" — ชี้กะทะเทพกับตะหลิวเทพ — "ใช้กล้วยตานีจากต้นที่เชื้อเปลี่ยนเป็นวัตถุดิบ ควันจากอาหารจะแพร่ผ่านลมเหมือนสปอร์ แต่กลับด้าน — รักษา แทนที่จะ ทำลาย"

ครูแดงไม่พูดอะไร

"ฟังดูบ้า" เปิ้ลพูดแทน "ผมรู้ แต่ผมถ่ายทุกอย่างไว้ มีหลักฐาน ซอมบี้โดนตีแล้วผิวกลับปกติ คนกินอาหารแล้วเชื้อถอย ถ่ายไว้หมด"

ครูแดงมองเปิ้ล มองมือซ้ายที่สองนิ้วไม่ขยับ

"พิสูจน์ได้ไหม" ครูแดงพูดในที่สุด "ไม่ใช่วิดีโอ พิสูจน์ ตอนนี้ ที่นี่"

กล้วยยิ้ม

"ได้ ถ้ามีวัตถุดิบ"

---

ครึ่งชั่วโมงต่อมา กล้วยยืนอยู่หน้าเตาในโรงอาหาร

รอบๆ เธอมีคนยืนดูเกือบ ห้าสิบคน

กะทะเทพวางบนเตา ตะหลิวเทพอยู่ในมือขวา ไฟศักดิ์สิทธิ์สีทองลุกจากอักษรโบราณบนทั้งสองชิ้น — คนรอบข้างถอยหลังกรูด มีเสียงอุทาน มีคนกุมปาก

"ก... กะทะมันลุกไฟ!"

"ไม่ต้องกลัว" กล้วยพูดเบา "ไฟนี้ไม่ทำร้ายคน ทำร้ายแค่เชื้อรา"

สปอร์ในอากาศ — ที่ไม่มีใครรู้ว่ามี — ถูกไฟศักดิ์สิทธิ์เผาจนสะอาด ฟองอากาศสะอาดสามเมตรรอบกะทะขยายออกไปเรื่อยๆ

คนที่ยืนใกล้สูดหายใจเข้า — แล้วตะลึง

"อากาศ... สะอาด" หญิงวัยสี่สิบคนหนึ่งพูด "หายใจง่ายขึ้น ตั้งแต่ซอมบี้มาไม่เคยหายใจสบายขนาดนี้"

วัตถุดิบบนเคาน์เตอร์: ข้าวสารจากคลังโรงเรียน ไข่ไก่สิบฟอง (เลี้ยงไว้ที่สนามหญ้าหลังอาคาร) ผักกาดขาวสองหัว ต้นหอมหนึ่งกำ กระเทียม ซีอิ๊ว น้ำมันพืช — วัตถุดิบธรรมดา ไม่ใช่ของป่า

วัตถุดิบธรรมดา แต่สดจากแหล่ง ไข่สด ผักสด ดี ดีกว่าของกระป๋อง

กะทะเทพสื่อสาร กล้วยพยักหน้า

"จะทำอะไร?" ครูแดงถาม ยืนอยู่ข้างๆ กอดอก

"ข้าวต้มไข่" กล้วยยิ้ม "เมนูง่ายๆ ไม่มีอะไรซับซ้อน"

"ข้าวต้มไข่" ครูแดงมองกล้วย "จะรักษาเชื้อซอมบี้ด้วยข้าวต้มไข่"

"รสมือต่างหาก ไม่ใช่เมนู" กล้วยเริ่มล้างข้าว "ย่าเคยสอน"

ย่าสอนจริงๆ ไม่ใช่แค่คำพูด ย่าสอนตั้งแต่เด็กว่าอาหารที่ทำด้วยใจมันรักษาคนได้

ตอนนั้นคิดว่าย่าพูดเปรียบเทียบ

ตอนนี้รู้แล้วว่าย่าพูดตรงๆ

น้ำมันในกะทะเทพร้อน กระเทียมบุบลงไป เสียงฉ่า กลิ่นหอมพุ่ง อักษรโบราณเรืองแสงจ้า

ข้าวสารต้มจนนุ่ม ผักกาดขาวหั่นชิ้นใหญ่ ใส่ลงในน้ำต้ม

ตะหลิวเทพกวนสามรอบตามเข็ม — ไฟศักดิ์สิทธิ์ลุกจากน้ำต้ม อักษรโบราณจากทั้งสองชิ้นลอยขึ้นประสานกัน หมุนเหนือไอน้ำเหมือนจักรราศี

คนรอบข้างเงียบกริบ หลายคนอ้าปากค้าง

ไข่ไก่ตีลงไป — ไหลเป็นริ้วทองในน้ำต้ม ต้นหอมซอยโรย ซีอิ๊วหยดหนึ่ง

กลิ่น

กลิ่นข้าวต้มธรรมดาๆ ที่หอมจนคนที่ยืนดูกลืนน้ำลายพร้อมกัน กลิ่นของอาหารที่ปรุงด้วยกะทะเทพ Lv.4 — กลิ่นที่ซ่อนไฟศักดิ์สิทธิ์ไว้ในทุกอณู

"เสร็จแล้ว"

กล้วยตักข้าวต้มใส่ชาม หม้อใหญ่ทำได้สิบกว่าชาม

"ให้คนที่ติดเชื้อกินก่อน" กล้วยพูด

---

คนติดเชื้อหกคนนั่งเรียงแถว

ลุงวัยห้าสิบ แขนขวาเหลืองถึงข้อศอก ดวงตาเหลืองอ่อน — ระยะเริ่มต้น อีกสองสามวันจะเริ่มสูญเสียสติ

หญิงสาววัยยี่สิบกว่า ขาซ้ายเหลืองจางๆ ตั้งแต่น่องถึงเข่า — ระยะเริ่มต้นมาก ติดเชื้อไม่กี่วัน

เด็กชายวัยสิบขวบ ข้อมือขวาเหลืองอมเขียว — ถูกซอมบี้ข่วนเมื่อสามวันก่อน

อีกสามคน อาการใกล้เคียงกัน ระยะเริ่มต้นถึงกลาง

ครูแดงยืนดูอยู่ห่างๆ แขนกอดอก สีหน้าไม่เปลี่ยน

ลุงวัยห้าสิบรับชามด้วยมือสั่น "กินแล้วจะหายจริงเหรอ"

"ไม่หาย" กล้วยตอบตรง "เชื้อจะ ถอย ถ้ากินเรื่อยๆ อาจถอยจนหมด แต่ครั้งเดียวไม่พอรักษาให้หายขาด"

"แต่มันจะดีขึ้น?" เด็กชายถาม ดวงตาโตมองกล้วย

"จะดีขึ้น" กล้วยยิ้ม "สัญญา"

เด็กชายยิ้มกลับ ซดข้าวต้มคำแรก

แล้วหยุด

"...อร่อย" เด็กชายพูดเบา "อร่อยเหมือนที่แม่ทำ"

กล้วยกัดริมฝีปาก

อย่าร้องไห้ อย่าร้องไห้ อย่าร้องไห้

ทีละคน ทีละคน ผู้ติดเชื้อกินข้าวต้มจนหมดชาม

ห้านาทีผ่านไป

"แขนกู..." ลุงวัยห้าสิบยกแขนขวาขึ้นมอง "สีมัน... จางลง?"

เชื้อที่แขนลุง — เหลืองถึงข้อศอก — ถอยลงมา สี่เซนติเมตร ขอบเชื้อที่เคยคมชัดเบลอจางลง สีเหลืองอมเขียวจางเป็นเหลืองอ่อน

"สี่เซนติเมตร!" ใบตองวัดด้วยไม้บรรทัดที่ขอมาจากห้องเรียน "วัตถุดิบสด ไข่ไก่สด ผลดีกว่าของกระป๋องเยอะ"

ผู้ติดเชื้อทุกคน — เชื้อถอยไม่เท่ากัน ขึ้นอยู่กับระยะ แต่ ทุกคน ดีขึ้น

เด็กชาย — ข้อมือที่เคยเหลือง กลับเป็นสีเนื้อปกติจนเกือบหมด เด็กหัวเราะ ยกมือให้คนข้างๆ ดู "ดูสิ! หาย! หายแล้ว!"

หญิงสาวร้องไห้ จับขาตัวเองที่สีเหลืองจางลง น้ำตาหยดลงบนพื้น

ลุงวัยห้าสิบกุมแขนตัวเอง กัดริมฝีปาก แล้วก้มหน้าลง ไหล่สั่น ไม่พูดอะไร

คนรอบข้าง — ห้าสิบคนที่ยืนดู — เงียบไปสามวินาที

แล้วเสียงระเบิดขึ้น

"มันจริง!"

"เชื้อถอยจริงๆ!"

"อาหารนั่นรักษาได้!"

"ทำอีกได้ไหม! ทำอีก!"

"ใครยังไม่กิน! เอามากินเร็ว!"

เสียงตะโกน เสียงร้อง เสียงหัวเราะ เสียงร้องไห้ — ทุกอย่างพร้อมกัน โรงอาหารที่เงียบเหมือนโรงพยาบาลกลายเป็นตลาดสดในพริบตา

ครูแดงยืนนิ่ง

มองกล้วย มองกะทะเทพที่ยังเรืองแสง มองผู้ติดเชื้อที่เชื้อถอย

แล้วครูแดง ยิ้ม

ยิ้มเล็กๆ แค่มุมปากขยับ แต่ดวงตาเปลี่ยน — จากเรียบเฉยกลายเป็นมี แสง เป็นดวงตาของคนที่เห็นอะไรบางอย่างที่ไม่ได้เห็นมานานมาก

ความหวัง

---

บ่ายนั้น กล้วยทำอาหาร ห้ารอบ

ข้าวต้มไข่ ข้าวผัดกระเทียม ผัดผักกาดขาว ไข่เจียวต้นหอม แกงจืดผักกาดขาวไข่ — ทุกเมนูเป็นอาหารธรรมดาๆ ที่ปรุงด้วยกะทะเทพ Lv.4 + ตะหลิวเทพ

ทุกจานทำให้คนที่ยังไม่ติดเชื้อ แข็งแรงขึ้น — ไฟศักดิ์สิทธิ์ในอาหารสร้างภูมิต้านทานชั่วคราว

ผู้ติดเชื้อหกคนกินทุกมื้อ เชื้อถอยรวมแล้ว 8-10 ซม. ในวันเดียว เด็กชายหายเกือบสนิท

เปิ้ลถ่ายทุกอย่าง — สามนิ้วกำกล้อง มือขวาถือนิ่ง มุมกล้องไม่สั่นแม้แต่นิด

"ตอนที่ 22" เปิ้ลพูดเบาใส่กล้อง "วันที่สิบแปดหลังโลกล่มสลาย สถานที่: โรงเรียนนวมินทราชินูทิศ สวนกุหลาบวิทยาลัย เพชรเกษม บันทึกโดย: เปิ้ลกินหมด" เปิ้ลหมุนกล้องถ่ายกล้วยที่กำลังตักข้าวผัดให้เด็กๆ "บุคคลในภาพคือ เชฟแห่งความหวัง สาวถือกะทะวิเศษที่ทำอาหารรักษาซอมบี้ได้"

"อย่าเรียกแบบนั้น!" กล้วยตะโกนจากเตา หน้าแดง

"สายไปแล้ว" เปิ้ลยิ้ม "เก่งบอกว่าคนในค่ายเรียกพี่แบบนี้มาตั้งแต่ชั่วโมงที่แล้ว"

กล้วยหันไปมอง — คนสิบกว่าคนเข้าแถวรออาหาร สีหน้าต่างจากตอนเข้ามาสิ้นเชิง ตอนเข้ามามีแต่ความระแวง ตอนนี้มีรอยยิ้ม

"เชฟแห่งความหวัง" เด็กชายที่หายจากเชื้อวิ่งมาดึงชายเสื้อกล้วย "ทำอีกได้ไหมครับ ผมอยากเอาไปให้พ่อกิน"

กล้วยมองลง เด็กชายตัวเล็กๆ ดวงตาโตที่ไม่มีสีเหลืองแล้ว

"...พ่อยังไม่กลายร่างสมบูรณ์ใช่ไหม"

"ยังครับ แต่ไม่พูดมาสองวันแล้ว"

กล้วยกลืนน้ำลาย กุมมือเด็กชาย

"พาไปหาพ่อ"

---

ห้องพยาบาล อาคารเรียน ชั้น 1

ชายวัยสามสิบปลายนอนบนเตียง ผิวทั้งตัวเหลืองอมเขียว ดวงตาเหลืองจ้า ปากขยับเหมือนจะพูดแต่ไม่มีเสียง ข้อมือถูกมัดไว้กับราวเตียง — ใกล้กลายร่างสมบูรณ์ ระดับ 2 ปลายๆ

"พ่อของเด็กติดเชื้อมาห้าวันแล้ว" ครูแดงยืนอยู่ข้างประตู "หมอของเราบอกว่าอีกไม่เกินสองวัน"

กล้วยวางชามข้าวต้มบนโต๊ะข้างเตียง

"ป้อนเองไม่ได้" ครูแดงพูดเบา "ไม่กลืนมาวันแล้ว"

กล้วยนิ่ง มองชายบนเตียง ดวงตาเหลืองจ้าจ้องเพดาน ไม่รับรู้อะไรรอบข้าง

ใกล้เกินไปแล้ว

อาหาร Lv.4 อาจไม่พอ

แต่ —

กล้วยหยิบช้อนตักข้าวต้ม ยกกะทะเทพขึ้นมาถือในมือซ้าย ไฟศักดิ์สิทธิ์ลุกจากอักษรโบราณ ส่องแสงทองลงบนชามข้าวต้ม — อาหารเรืองแสงขึ้นอีกระดับ

ช่วยหน่อย กินเข้าไป

กล้วยป้อนช้อนแรกเข้าปากชายบนเตียง

ชายกลืน — ช้า ยากเย็น แต่กลืน

ช้อนที่สอง กลืน

ช้อนที่สาม

สี่

ห้า

เด็กชายยืนจับมือพ่อ น้ำตาไหลเงียบ

ช้อนที่หก — ชายบนเตียง กระพริบตา

ดวงตาเหลืองจ้า — เปลี่ยน เหลืองจ้ากลายเป็นเหลืองอ่อน ขอบตาสีขาวเริ่มกลับมา

"พ่อ?" เด็กชายเรียก

ชายบนเตียงหันมา — ช้าๆ ดวงตาโฟกัสเป็นครั้งแรกในหลายวัน

"...บอม?"

เสียงแหบ แตก แทบไม่เป็นคำ

แต่เด็กชายร้องไห้โฮ กระโดดขึ้นกอดพ่อ ครูแดงหันหน้าออกจากห้อง

กล้วยวางชามลง มือสั่น

เจ็ดวัน

ฉันต้องทำอาหารแห่งการชำระให้ได้ภายในเจ็ดวัน

ไม่ใช่แค่เพื่อตัวเอง

เพื่อทุกคน

---

ค่ำ

กล้วยนั่งอยู่บนหลังคาอาคารเรียน ขาห้อยลงมา กะทะเทพวางข้างตัว ตะหลิวเทพพิงฝาผนัง

ข้างล่าง ค่ายมีชีวิตชีวาขึ้นอย่างเห็นได้ชัด มีเสียงพูดคุย เสียงหัวเราะ เสียงเด็กเล่น — เสียงที่ไม่ค่อยได้ยินในโลกหลังวันสิ้นโลก

ใบตองปีนขึ้นมานั่งข้างๆ

"ครูแดงให้เราพักที่นี่ได้หนึ่งคืน" ใบตองพูด "พรุ่งนี้ต้องออกเดินทางต่อ ถ้าจะถึงสวนจตุจักรภายในห้าวัน ต้องเริ่มวางแผน"

กล้วยพยักหน้า

"ครูแดงให้วัตถุดิบสำหรับเดินทางด้วย ข้าวสาร ไข่ เกลือ น้ำมัน เท่าที่แบ่งได้"

"ดีของเธอ"

"ดีจริง" ใบตองนิ่ง "ครูแดงบอกว่าอยากให้กล้วยอยู่ ทำอาหารให้คนในค่ายต่อ"

กล้วยหัวเราะเบา "ฉันก็อยากอยู่"

"แต่?"

"แต่ถ้าอยู่ เชื้อในตัวฉันจะลามจนกลายร่างภายในห้าวัน และทุกคนในค่ายจะไม่มีทางรักษาหายขาด" กล้วยมองแขนซ้าย เชื้อกลางแขน "ข้าวต้มกะทะเทพกดเชื้อได้ แต่ไม่ได้ ฆ่า ต้องใช้อาหารแห่งการชำระ ต้องมีกล้วยตานี ต้องบุกรังพญา"

"รู้" ใบตองพยักหน้า "แค่บอกให้รู้"

เงียบ ลมเย็นพัดผ่าน

"ขอบคุณนะ" กล้วยพูดเบา

"ขอบคุณอะไร"

"ที่อยู่ด้วย ที่ไม่กลัวฉัน ตั้งแต่วันแรก"

ใบตองไม่ตอบ แค่ยิ้มเล็กน้อย แล้วดันแว่นขึ้น

"เชฟแห่งความหวัง" ใบตองพูดเบา แล้วหัวเราะ

"อย่า เรียกแบบนั้น"

"ทั้งค่ายเรียกแล้ว ฉันจะเรียกอะไร"

กล้วยโยนต้นหอมที่เหลือใส่ใบตอง ใบตองหลบ ทั้งคู่หัวเราะ

ข้างล่าง เปิ้ลเล่นบอลกับเด็กๆ ในค่าย ท่อเหล็กวางข้างสนาม มือซ้ายเก็บไว้ในกระเป๋า มือขวาเลี้ยงบอลให้เด็กวิ่งไล่ เสียงหัวเราะดังข้ามสนาม

โมโม่กามะนั่งอยู่มุมสนาม ดูเด็กเล่นบอล ดวงตาไม่ว่างเปล่าอีกแล้ว — มีแสงบางอย่าง เหมือนคนที่เริ่มจำความรู้สึกของ "ปกติ" ได้

พรุ่งนี้ บุกกรุงเทพฯ

หาทางเข้าสวนจตุจักร

เอากล้วยตานีจากรังพญา

ทำอาหารแห่งการชำระ

รักษาทุกคน

กล้วยกอดกะทะเทพแน่น

ฉันทำได้

ต้องทำได้

กะทะเทพอุ่นตอบ

ทำได้ ทายาท เราอยู่ด้วย

11,149 ตัวอักษร

ความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น

แชร์: