ตอนที่ 6: เย็นยะเยือก

เช้าวันที่สี่ อากาศเปลี่ยน

กล้วยรู้ตัวตั้งแต่ตอนตื่น — ลมที่พัดเข้ามาทางหน้าต่างชั้นสองของร้านซักรีดร้างเย็นกว่าปกติ ไม่ใช่แค่เย็นแบบเช้ามืด แต่เย็นแบบมีอะไรผิดปกติ กรุงเทพฯ ไม่ควรเย็นขนาดนี้ในหน้าร้อน

เธอลุกขึ้นแกะผ้าพันแขนซ้ายดู ผิวเหลืองอมเขียวยังอยู่ ลามเลยข้อศอกขึ้นมาอีกนิด — ช้ากว่าที่ควรจะเป็นเพราะข้าวต้มกะทะเทพเมื่อคืน แต่ยังลาม

26 วัน

"อากาศแปลก" ใบตองนั่งอยู่ริมหน้าต่างแล้ว เสื้อคลุมแล็บรัดแน่นกว่าเดิม สมุดบันทึกเปิดอยู่ "อุณหภูมิลดลงอย่างน้อย 8-10 องศาจากเมื่อวาน ไม่ปกติสำหรับกรุงเทพฯ ช่วงนี้"

"แอร์จากสวรรค์?" เปิ้ลนั่งขึ้น ขยี้ตา "ขอบคุณพระเจ้า ผมเกลียดอากาศร้อนกรุงเทพฯ"

"ไม่ใช่เรื่องดี" ใบตองส่ายหัว "สปอร์ของเชื้อ Fungus Musaceae-X ชอบอากาศร้อนชื้น ถ้าอุณหภูมิลดลงกะทันหันแบบนี้ อาจเป็นเพราะระบบนิเวศเสียสมดุลจากเชื้อรา หรือไม่ก็..."

"หรือไม่ก็?" กล้วยถาม

"หรือไม่ก็เป็นผลข้างเคียงจากต้นกล้วยกลายพันธุ์ที่ปล่อยสปอร์จำนวนมหาศาล มันอาจเปลี่ยนองค์ประกอบของอากาศในบริเวณกว้าง"

"ฟังดูน่าสนุก" เปิ้ลลุกยืด "ไม่ว่าจะเหตุผลอะไร ร้อนน้อยลงก็ดี ร่างกายทำงานดีขึ้น"

กล้วยสูดอากาศลึก ดมกลิ่นรอบทิศ

เธอขมวดคิ้ว

"มีปัญหา" เธอพูดเบา "ข้างหน้าเรา ทิศเหนือ ซอมบี้เยอะมาก ไม่ใช่สิบ ไม่ใช่ยี่สิบ... น่าจะเป็นร้อย"

"ร้อย!?" เปิ้ลกลืนน้ำลาย

"กลิ่นหนัก ส่วนใหญ่เป็นกล้วยห่าม ระดับ 2 มีกล้วยสุกปนอยู่ด้วย"

ใบตองลุกขึ้นมองแผนที่ "เราอยู่แถวรัชโยธิน ต้องตัดขึ้นเหนือไปดอนเมือง ถ้าซอมบี้ขวางเส้นทางหลัก..."

"มันไม่ใช่แค่ขวาง" กล้วยหลับตา กลิ่นแน่นขึ้นเรื่อยๆ ทุกทิศ "พวกมันเหมือนเคลื่อนตัวลงมาจากทิศเหนือ มารวมกลุ่มอยู่ตรงแถวนี้"

"รวมกลุ่ม?" ใบตองจดบันทึก "ซอมบี้ระดับ 2 ไม่น่าจะมีพฤติกรรมฝูงขนาดนั้น ยกเว้นมีอะไรสั่ง"

สามคนมองหน้ากัน

"ไม่ว่าจะมีอะไรสั่งหรือเปล่า" กล้วยพูด "เราต้องหาทางผ่านไปให้ได้"

---

ทั้งสามลงจากตึกแถว เดินไปตามซอยเล็กที่กล้วยนำทาง จมูกของเธอเป็นเรดาร์สแกนตลอดเวลา

อากาศเย็นขึ้นเรื่อยๆ จนเปิ้ลเริ่มเอามือถูแขน

"15 องศาได้มั้ง" เขาพูด "กรุงเทพฯ 15 องศา ผมไม่เคยเจอเลย"

"จดไว้" ใบตองพูดกับตัวเอง ปากขยับ "อุณหภูมิลดต่อเนื่อง... สัมพันธ์กับความหนาแน่นของเชื้อรา..."

กล้วยหยุดตรงหัวมุมตึก ยกมือ

"ข้างหน้า" เธอกระซิบ

ทั้งสามแอบมองจากมุมตึก

ถนนหลักกว้างสี่เลนที่ทอดยาวไปทิศเหนือเต็มไปด้วยซอมบี้กล้วยห่าม ผิวเหลืองอมเขียว แข็งแรงกว่าซอมบี้กล้วยดิบอย่างเห็นได้ชัด แขนขาหนาขึ้น เส้นเถาเชื้อราพันรอบตัวเหมือนเส้นเลือดที่โปนขึ้น พวกมันเดินวนอยู่บนถนน ไร้จุดหมาย แต่มีจำนวนมากจนนับไม่ไหว

เปิ้ลถ่ายวิดีโอ มือสั่นเล็กน้อย "พี่ครับ นั่นไม่ใช่ร้อย... น่าจะสองร้อย"

"สองร้อยยี่สิบเจ็ด" กล้วยพูด จมูกนับได้ละเอียดกว่าตา "กล้วยห่ามประมาณร้อยแปดสิบ กล้วยดิบสามสิบกว่า กล้วยสุกเจ็ดตัว"

"เจ็ดตัวระดับ 3..." ใบตองหน้าซีด "นายจัดการซอมบี้สุกได้ทีละตัว ถ้าเจ็ดตัวพร้อมกัน..."

"ตาย" กล้วยพูดตรงๆ "ตายแน่ๆ"

"อ้อมไม่ได้เหรอครับ?" เปิ้ลถาม "เหมือนเมื่อวาน?"

กล้วยหลับตา สูดอากาศ หมุนตัวช้าๆ สแกนทุกทิศ

"ทิศตะวันออก ซอมบี้หนาแน่นน้อยกว่า แต่ก็ไม่น้อย ทิศตะวันตกเฉียงเหนือยังหนักเหมือนเดิม — จตุจักร" เธอเปิดตา "ถ้าอ้อมไปทิศตะวันออกไกลๆ อาจผ่านได้ แต่ต้องเสียเวลาอย่างน้อยครึ่งวัน"

"เวลาที่นายไม่มี" ใบตองพูดเบา

กล้วยไม่ตอบ เพราะใบตองพูดถูก

---

พวกเขาถอยกลับไปในซอย วางแผนกันบนพื้นหลังตึก

"มีทางเลือกไหม" ใบตองกางแผนที่ "อะไรก็ได้ที่ไม่ใช่ฝ่าเข้าไปตรงๆ"

กล้วยมองแผนที่ นิ้วชี้ลากไปตามถนน "ตรงนี้... ห้างสรรพสินค้าเก่า เดอะมอลล์ รัชโยธิน ห่างจากนี่ไปทางตะวันออกไม่ไกล ถ้าตัดผ่านในห้าง—"

"ห้างอีกแล้วเหรอ" เปิ้ลถอนหายใจ "ครั้งที่แล้วก็ไม่ค่อยจบดี"

"แต่ตอนนั้นเราผ่านซอมบี้ในห้างได้" กล้วยพูด "ปัญหาไม่ใช่ซอมบี้ ปัญหาคือ..." เธอไม่พูดต่อ

"คน" เปิ้ลพูดให้ เสียงไม่มีน้ำเสียงตลกเหมือนปกติ

เงียบ

"ห้างมีอะไรที่ช่วยเราได้บ้าง?" ใบตองถามเปลี่ยนเรื่อง

กล้วยคิด "ไม่รู้ แต่ข้างในมีซอมบี้น้อยกว่าข้างนอก ตึกใหญ่ ผ่านได้ออกอีกฝั่งถนน อ้อมฝูงใหญ่ได้"

"แต่ถ้าข้างในก็มีซอมบี้เยอะล่ะ?" เปิ้ลถาม

กล้วยสูดอากาศอีกครั้ง มุ่งจมูกไปทิศที่ห้างอยู่

"ซอมบี้ในห้าง... มีอยู่บ้าง... แต่—" เธอหยุด เลิกคิ้ว "แปลก กลิ่นจางมาก ปกติซอมบี้ระดับ 2 กลิ่นแรง แต่พวกในห้าง กลิ่นเบาบางเหมือน..."

"เหมือนอะไร?" ใบตองถาม

"เหมือนมันเคลื่อนไหวน้อย"

ใบตองลุกขึ้นทันที ตาเปล่งประกาย "ห้างมีระบบปรับอากาศ!"

"ระบบปรับอากาศ?" เปิ้ลเลิกคิ้ว "ห้างไฟดับไปตั้งนานแล้ว"

"ใช่ แต่ตัวอาคารห้างสรรพสินค้าถูกออกแบบให้เก็บความเย็น ผนังหนา ฉนวนกันความร้อน กระจกสองชั้น ถ้าไฟดับแค่สามสี่วันและอากาศข้างนอกเย็นลงด้วย ข้างในห้างอาจเย็นกว่าข้างนอกมาก"

"แล้วเกี่ยวอะไรกับ—" เปิ้ลหยุด ตาเบิกกว้าง "ซอมบี้เป็นเชื้อจากกล้วย กล้วยไม่ชอบความเย็น!"

ใบตองยิ้ม — รอยยิ้มแบบนักวิทยาศาสตร์ที่สมมติฐานเริ่มเข้ารูป "Fungus Musaceae-X มีต้นกำเนิดจากเชื้อราในกล้วย กล้วยเป็นพืชเขตร้อน เจริญเติบโตได้ดีที่ 27-30 องศาเซลเซียส ต่ำกว่า 15 องศา กระบวนการเมตาบอลิซึมช้าลงอย่างมีนัยสำคัญ ถ้าเชื้อราในตัวซอมบี้ก็มีลักษณะเดียวกัน..."

"ซอมบี้เคลื่อนไหวช้าลงในที่เย็น" กล้วยพูดต่อให้ ตาสว่างขึ้น

"ทฤษฎี" ใบตองย้ำ "ยังไม่พิสูจน์"

"งั้นไปพิสูจน์กัน" กล้วยลุกขึ้น หิ้วกะทะเทพ

---

ห้างเดอะมอลล์ รัชโยธิน ยืนตระหง่านท่ามกลางซากเมือง ตึกสูงหลายชั้น กระจกด้านหน้าแตกบางส่วน แต่โครงสร้างยังแข็งแรง ป้ายชื่อห้างยังอยู่ ตัวอักษรหลุดไปสองสามตัว เหลือคำว่า "เดอะ ม ลล์"

"เดอะ มลล์" เปิ้ลอ่าน "เหมาะกับยุคสิ้นโลกดี"

กล้วยเดินนำเข้าทางประตูข้างที่ยังเปิดอยู่ ทันทีที่ก้าวเข้าไป เธอรู้สึกได้ — อุณหภูมิลดลงทันที ข้างในห้างเย็นกว่าข้างนอกอย่างเห็นได้ชัด น่าจะต่ำกว่า 12-13 องศา

"หนาว..." เปิ้ลกอดอก "โอเค ฉันถอนคำพูดที่ว่าดีใจที่อากาศเย็น"

"เงียบ" กล้วยกระซิบ จมูกทำงาน "มีซอมบี้ข้างใน ชั้นล่าง สี่ห้าตัว กล้วยห่ามทั้งหมด"

ทั้งสามเดินเข้าไปอย่างเงียบที่สุด ผ่านร้านค้าชั้นล่างที่รกร้าง ชั้นวางพังทลาย สินค้ากระจัดกระจาย

แล้วพวกเขาก็เห็น

ซอมบี้กล้วยห่ามยืนอยู่กลางโถงชั้นล่าง ผิวเหลืองอมเขียว เถาเชื้อราพันตัว ปกติซอมบี้ระดับนี้เคลื่อนไหวคล่องแคล่ว ก้าวเร็ว หัวหมุนไวเพื่อหาเป้าหมาย

แต่ตัวนี้ยืนนิ่ง

ไม่ใช่นิ่งแบบหยุดพัก แต่นิ่งแบบ... เชื่องช้า มันขยับ แต่ช้ามาก ราวกับคนเดินใต้น้ำ แขนยกขึ้นช้าๆ หัวหมุนช้าๆ ขาก้าวทีละก้าวเล็กๆ

เปิ้ลมองตาโต แล้วจัดกล้องถ่าย

"ดู" ใบตองกระซิบ ตาเป็นประกาย "มันช้าลงจริงๆ ดูอัตราการเคลื่อนไหว ลดลงอย่างน้อย 70-80% จากที่เราเคยเห็นข้างนอก"

"ฉันเดินเร็วกว่ามัน" กล้วยพูด "เดินปกติด้วยซ้ำ ไม่ต้องวิ่ง"

"อุณหภูมิ" ใบตองยิ้มกว้าง จดบันทึกอย่างตื่นเต้น "ที่ 12-13 องศา เชื้อรากล้วยทำงานช้าลงอย่างมาก ยืนยันสมมติฐาน — ซอมบี้เคลื่อนไหวช้าลงในที่เย็น"

"ข้อมูลนี้มีค่ามาก" เธอพูดต่อ "ถ้าเราบอกคนอื่นได้ บอกเขตปลอดภัย บอกทหาร ความเย็นคืออาวุธ"

"สุดยอดครับ ใบตอง ดร.ใบตอง" เปิ้ลยกนิ้วให้

"ยังไม่ได้ปริญญาเอก" ใบตองว่า แต่ยิ้มนิดหนึ่ง

กล้วยมองซอมบี้ที่ยืนเชื่องช้า แล้วมองแขนซ้ายตัวเอง

ความเย็นทำให้เชื้อช้าลง... แล้วเชื้อในตัวฉันล่ะ?

เธอกำมือซ้าย คลาย กำ คลาย รู้สึกได้ — พลังซอมบี้ในแขนซ้ายอ่อนลงกว่าเมื่ออยู่ข้างนอก ไม่ใช่หายไป แต่เหมือนถูกกดทับ เคลื่อนไหวช้าลง เหมือนซอมบี้ที่ยืนข้างหน้า

เชื้อในตัวฉันก็ช้าลงด้วย

ดีหรือไม่ดี?

---

พวกเขาเดินผ่านชั้นล่างได้อย่างง่ายดาย ซอมบี้กล้วยห่ามสี่ตัวที่อยู่ในห้างแทบจะเป็นรูปปั้น เคลื่อนไหวช้าจนแค่เดินเร็วก็หนีได้ แม้แต่ตัวที่ "เห็น" กล้วย — ซึ่งปกติซอมบี้ระดับ 2 ควรจะไม่สนใจเธอเพราะรับรู้ว่าเป็นพวกเดียวกัน — ก็แค่หมุนหัวตามช้าๆ แล้วก็หยุด

"นี่มันเหมือนเดินในพิพิธภัณฑ์หุ่นขี้ผึ้ง" เปิ้ลกระซิบ ถ่ายวิดีโอซอมบี้ที่ยกแขนค้างอยู่กลางอากาศ "หุ่นขี้ผึ้งซอมบี้ น่าจะเปิดขายตั๋วได้"

"เปิ้ล" ใบตองเตือน

"ครับๆ เงียบ"

พวกเขาขึ้นบันไดเลื่อนไปชั้นสอง ชั้นสาม มุ่งหน้าผ่านห้างเพื่อออกอีกฝั่ง ทุกชั้นที่ขึ้นไปอากาศเย็นลงอีก — ชั้นบนของห้างยิ่งเก็บความเย็นดี เพราะความร้อนลอยขึ้นแต่ผนังหนาของชั้นบนกั้นไว้

ชั้นสี่ กล้วยหยุด

"มีอะไร?" ใบตองถาม

"ซอมบี้กล้วยสุก" กล้วยกระซิบ "หนึ่งตัว ชั้นนี้ ทางขวา"

เปิ้ลบีบไม้เบสบอลแน่นขึ้น ซอมบี้กล้วยสุกระดับ 3 เป็นอีกเรื่อง ผิวเหลืองจัด แข็งแกร่ง ทนทาน มีสติมากกว่าซอมบี้ระดับต่ำ ครั้งที่แล้วกล้วยต้องใช้พลังซอมบี้เต็มที่ถึงจัดการได้

"แต่..." กล้วยเอียงหัว "มันช้าลงเหมือนกัน ไม่ได้ช้าเท่าระดับ 2 แต่ช้าลงอย่างเห็นได้ชัด"

"เลี่ยงได้ไหม?" ใบตองถาม

กล้วยสูดอากาศ "ถ้าเดินอ้อมไปทางซ้าย ผ่านโซนเฟอร์นิเจอร์ น่าจะเลี่ยงได้"

"ไปเลย" ใบตองพยักหน้า "ไม่จำเป็นไม่ต้องสู้"

พวกเขาเลี้ยวซ้าย เดินผ่านโซนเฟอร์นิเจอร์ที่เต็มไปด้วยเตียง โซฟา ตู้เสื้อผ้าล้ม กล้วยเดินนำ จมูกสแกนตลอด ราวกับแมวที่เดินย่องในความมืด

ผ่านมุมตู้โชว์ — กล้วยเห็นมัน

ซอมบี้กล้วยสุกยืนอยู่ห่างออกไปสามสิบเมตร ร่างใหญ่กว่าซอมบี้ระดับ 2 อย่างชัดเจน ผิวเหลืองจัดเหมือนกล้วยหอมสุกงอม ดวงตาเหลืองทองวาวไร้ม่านตา เถาเชื้อราหนาพันรอบลำตัวเป็นเกราะ

มันหมุนหัวมาทางกล้วย

ช้า

ช้ามาก

เหมือนกล้องวงจรปิดที่หมุนทีละนิด

กล้วยหยุดหายใจ

ดวงตาเหลืองจ้องเธอ — ไม่ใช่สายตาว่างเปล่าแบบซอมบี้ระดับต่ำ มีอะไรบางอย่างอยู่ในนั้น การรับรู้

มันรู้ว่าฉันไม่ใช่ซอมบี้เต็มตัว

แต่ร่างกายของมันไม่ตอบสนองตามสมอง ขาที่พยายามก้าวเขยิบมาได้แค่ครึ่งก้าวแล้วหยุด แขนที่พยายามยกขึ้นค้างอยู่ระดับเอว ปากอ้าออกเหมือนจะคำราม แต่เสียงที่ออกมาเป็นแค่ "ครร..." เบาๆ ราวกับเครื่องยนต์ที่สตาร์ทไม่ติด

กล้วยจ้องมันนิ่ง มือกระชับด้ามกะทะ

สามวินาที

ห้าวินาที

ซอมบี้ยกขาได้อีกก้าว ช้า เชื่องช้า

"มา" กล้วยกระซิบ ถอยหลังช้าๆ ไม่ละสายตาจากซอมบี้

สามคนถอยออกจากโซนนั้นอย่างเงียบที่สุด ซอมบี้กล้วยสุกพยายามเดินตาม แต่ก้าวได้เพียงสี่ห้าก้าวก่อนจะหยุดนิ่ง — ราวกับแบตเตอรี่หมด

เมื่อออกมาถึงทางเดินอีกฝั่ง ทั้งสามถอนหายใจ

"ระดับ 3 ช้าลงเหมือนกัน" ใบตองจดบันทึก มือสั่นเล็กน้อย "ไม่มากเท่าระดับ 2 แต่ช้าลงประมาณ 40-50% มันยังมี สติ มากกว่าระดับต่ำ มองเห็นภัยคุกคาม แต่ร่างกายตอบสนองไม่ทัน"

"เหมือนคนแก่พยายามวิ่ง" เปิ้ลพูด

"เปิ้ล อย่าดูถูกคนแก่" กล้วยพูด

"ไม่ได้ดูถูก! แค่เปรียบเทียบ!"

"อย่าเปรียบเทียบด้วย ย่าฉันคนแก่วิ่งเร็วกว่านายอีก" กล้วยพูด แล้วก็รู้สึกเจ็บแปลบในอก — ย่าที่จากไปแล้ว

เธอเดินต่อโดยไม่พูดอีก

---

ชั้นห้าของห้าง กล้วยจมูกตรวจแล้วว่าปลอดภัย พวกเขาหยุดพักเพื่อรวบรวมแรง

"ต้องหาทางออกฝั่งเหนือ" กล้วยพูด มองแผนที่ "ถ้าออกทางนี้ ตัดผ่านซอยเล็กได้ อ้อมฝูงใหญ่ที่อยู่บนถนนหลัก"

"แต่ฝูงข้างนอกล่ะ?" เปิ้ลถาม "ถ้าข้างนอกไม่เย็นเท่าในห้าง ซอมบี้ก็เร็วเหมือนเดิม"

"อากาศข้างนอกก็เย็นลงด้วย" ใบตองพูด "ไม่เท่าในห้าง แต่ 15 องศาก็เพียงพอจะทำให้ซอมบี้ช้าลงบ้าง"

"บ้าง" เปิ้ลเน้น "บ้าง กับเยอะ คนละเรื่อง"

"ฉันมีไอเดีย" กล้วยพูดขึ้น

ทั้งสองมอง

"ห้างนี้ต้องมีแผนกซูเปอร์มาร์เก็ต ซูเปอร์มาร์เก็ตมีห้องเย็น — ห้องเก็บเนื้อ ห้องเก็บผัก ถ้าห้องเย็นยังปิดอยู่ ข้างในอาจเย็นมาก แค่ระบายความเย็นออกมาก็พอ"

"จะทำอะไรกับความเย็น?" เปิ้ลถาม

"ไม่ได้ทำอะไรกับความเย็น" กล้วยมองเปิ้ล "ทำอาหาร"

"อาหาร?" เปิ้ลเลิกคิ้ว

"ห้องเย็นซูเปอร์มาร์เก็ตต้องมีวัตถุดิบเหลือ เนื้อสัตว์ ผัก เครื่องปรุง ถ้าห้องเย็นยังปิดแน่น ของข้างในอาจยังไม่เสีย" กล้วยมองกะทะเทพ "สามวันแล้วที่กินแต่ของกระป๋องและของแห้ง กะทะเทพทำอาหารจากวัตถุดิบสดได้ดีกว่า"

ใบตองพยักหน้า "สมเหตุผล อาหารที่ปรุงจากวัตถุดิบคุณภาพดีกว่า ถ้ากะทะเทพเพิ่มสรรพคุณรักษาให้อาหาร วัตถุดิบดีกว่า = ผลดีกว่า"

"และ" กล้วยพูดต่อ "ถ้าเรากินอิ่มมีแรง เราถึงจะฝ่าออกไปข้างนอกได้ ซอมบี้ข้างนอกอาจช้าลง แต่มันยังมี เยอะ"

"ผมโอเค" เปิ้ลยิ้ม "แผนไหนที่มีอาหาร ผมโอเคหมด"

---

ซูเปอร์มาร์เก็ตอยู่ชั้นใต้ดิน ต้องลงบันไดไป

ทั้งสามเดินลงอย่างระมัดระวัง กล้วยนำ จมูกสแกน — ปลอดซอมบี้ ที่ชั้นใต้ดินของห้างยิ่งเย็นกว่าข้างบน อาจเป็นเพราะอยู่ใต้ดิน ดินช่วยเก็บความเย็น

ซูเปอร์มาร์เก็ตยังอยู่ในสภาพพอใช้ได้ ชั้นวางของเกลื่อนกลาด ของสดบนชั้นเริ่มเน่า กลิ่นอับ แต่ไม่เลวร้ายเท่าที่คิดเพราะอุณหภูมิต่ำ

"ห้องเย็น!" เปิ้ลชี้ประตูเหล็กหนาที่มุมซูเปอร์มาร์เก็ต

กล้วยเดินไปดึง — ล็อกอยู่ แต่ด้วยแรงจากแขนซ้าย เธอกระชากล็อกหัก ดึงประตูเปิด

ลมเย็นจัดพุ่งออกมา

"โอ้!" ทั้งสามอุทานพร้อมกัน

ข้างในห้องเย็นมืด แต่เปิ้ลเปิดไฟฉาย — ชั้นวางเนื้อสัตว์ ไก่ หมู ปลา ยังคงแข็งเป็นน้ำแข็ง ผักในถังยังสด ไข่ยังดี

"ห้องเย็นปิดสนิท ฉนวนหนา ของข้างในรักษาอุณหภูมิได้สองสามวัน" ใบตองพูดอย่างพอใจ "วัตถุดิบคุณภาพ"

"สวรรค์ชั้นใต้ดิน" เปิ้ลน้ำตาคลอ "พี่ครับ ผมเห็นซี่โครงหมู ผมเห็นปลาแซลมอน ผมเห็น—"

"เห็นทุกอย่าง กรุณาหยิบของที่ใช้ได้" กล้วยพูด แต่เธอเองก็ยิ้มกว้าง

สามคนช่วยกันหยิบวัตถุดิบออกมา — เนื้อหมู ไก่ ผัก ไข่ เครื่องปรุงจากชั้นวางในซูเปอร์มาร์เก็ต น้ำมัน ซอสหอยนางรม กระเทียม พริกไทย

กล้วยวางกะทะเทพบนเคาน์เตอร์ชำแหละเนื้อของซูเปอร์มาร์เก็ต หาเตาแก๊สพกพาจากชั้นวางอุปกรณ์แคมป์ปิ้ง จุดไฟ

"มื้อเที่ยงพิเศษ" เธอพูด "ข้าวผัดกระเทียมหมู ไข่ดาว ผัดผักรวม"

เปิ้ลยกกล้องถ่าย "ตอนนี้ของ 'สารคดีวันสิ้นโลก' คือ 'ทำอาหารในห้างร้างกลางฝูงซอมบี้แช่แข็ง' ใครจะเชื่อ"

---

น้ำมันร้อนในกะทะเทพ อักษรโบราณเรืองแสงส้มอ่อนเหมือนทุกครั้ง กลิ่นหอมของกระเทียมเจียวลอยขึ้นทันทีที่ใส่ลงไป — หอมกว่ากระเทียมเจียวทั่วไปหลายเท่า

กล้วยใส่หมูลงผัด เสียงจี่ดังฉ่า เธอเริ่มชินกับจังหวะแล้ว — สามวันก่อนเธอทำอาหารไม่เป็น แต่กะทะเทพเหมือนนำมือเธอ ทำให้รู้ว่าต้องใส่อะไร เมื่อไหร่ เท่าไหร่ ราวกับมีคนกระซิบข้างหู

หรือว่ากะทะกำลังสอนฉัน?

ข้าวผัดกระเทียมหมูเสร็จในกะทะเทพ ไข่ดาวกรอบสองใบ ผัดผักรวมอีกจาน กลิ่นหอมฟุ้งไปทั่วซูเปอร์มาร์เก็ตชั้นใต้ดิน

สามคนนั่งกินบนพื้นข้างเคาน์เตอร์ชำแหละ — ไม่ใช่สถานที่โรแมนติก แต่ไม่มีใครสน

"โอ้..." เปิ้ลตักข้าวผัดคำแรก น้ำตาไหลอีกแล้ว "พี่กล้วย ผมพูดตรงๆ นะ ผมรีวิวอาหารมาพันร้าน ข้าวผัดกระเทียมหมูนี่ติดท็อปไฟว์ของผมได้เลย ไม่ ท็อปทรี"

"นายร้องไห้ทุกมื้อ" ใบตองพูด แต่ตักกินเร็วผิดปกติ

กล้วยกินข้าวผัดของตัวเอง — เชื้อที่แขนซ้ายจางลงอีกนิด ชัดเจนกว่าครั้งก่อนๆ วัตถุดิบสดช่วยจริงๆ

"ข้าวผัดจากวัตถุดิบสด" ใบตองสังเกต "เชื้อที่แขนนายจางลงมากกว่าปกติ"

"รู้สึกได้" กล้วยยิ้ม "เหมือนเชื้อมันถอยหลังเลย ไม่ใช่แค่ชะลอ"

"ข้อมูลเพิ่มเติม" ใบตองจดอย่างตื่นเต้น "วัตถุดิบคุณภาพ + กะทะเทพ = ผลรักษาดีกว่า ตัวแปรสำคัญไม่ใช่แค่กะทะ แต่รวมถึงวัตถุดิบด้วย"

"แปลว่าถ้าหาวัตถุดิบดีๆ ได้ตลอด ฉันอาจมีเวลามากกว่า 26 วัน?" กล้วยถาม

"เป็นไปได้" ใบตองตอบ "แต่ยังต้องเก็บข้อมูลเพิ่ม ยังไม่รู้ว่าเชื้อจะปรับตัวต้านหรือเปล่า"

"เอาเป็นว่าตอนนี้" เปิ้ลตักข้าวผัดคำสุดท้าย "เรามีวัตถุดิบเยอะ มีสูตรลับคือกะทะเทพ มีเชฟคือพี่กล้วย แค่นี้ก็ดีกว่าเมื่อวานแล้ว"

กล้วยมองเปิ้ลกับใบตอง

จริง ดีกว่าเมื่อวาน

อย่างน้อยวันนี้ฉันเรียนรู้อะไรใหม่ — ซอมบี้กลัวหนาว

และอาหารดีๆ ช่วยได้มากกว่าที่คิด

---

กินเสร็จ เก็บวัตถุดิบใส่เป้ เตรียมออกเดินทาง กล้วยสูดอากาศตรวจทิศเหนือ

"ฝูงใหญ่ยังอยู่บนถนนหลัก" เธอรายงาน "แต่ถ้าออกทางหลังห้าง ตัดเข้าซอยเล็ก เลาะไปทางตะวันออกแล้วค่อยเลี้ยวขึ้นเหนือ น่าจะผ่านได้ ซอมบี้ข้างนอกช้าลงจริง ไม่เท่าในห้างแต่ช้าพอที่เราจะเดินเร็วกว่ามันได้"

"ไปกันเถอะ" ใบตองพยักหน้า

พวกเขาเดินลงไปชั้นล่าง ผ่านซอมบี้กล้วยห่ามที่ยังยืนเชื่องช้าเหมือนเดิม ออกประตูหลังห้าง

อากาศข้างนอกยังเย็น แต่อุ่นกว่าในห้าง กล้วยรู้สึกเชื้อในแขนขยับตัวมากขึ้นเมื่อออกมา — ราวกับสัตว์ที่ตื่นจากจำศีล

"เร็ว" เธอพูด "ออกจากย่านนี้ก่อนอากาศอุ่นขึ้น"

ทั้งสามเดินเร็ว ตัดซอยเล็ก ลอดใต้ทางด่วน หลีกเลี่ยงถนนใหญ่ กล้วยจมูกนำทาง เลือกเส้นทางที่ซอมบี้บางที่สุด

ระหว่างทาง เปิ้ลสังเกตซอมบี้กล้วยดิบตัวหนึ่งที่ยืนอยู่ใต้ร่มเงาตึก — มันเคลื่อนไหวช้ากว่าพวกที่อยู่กลางแดด (แม้แดดจะไม่ร้อนเหมือนปกติ)

"ดู" เขาชี้ "ตัวที่อยู่ในร่มช้ากว่าตัวกลางแจ้ง"

ใบตองมอง จดบันทึก "ร่มเงา = เย็นกว่า = ช้ากว่า ยืนยันอีกครั้ง"

"ข้อมูลเป็นประโยชน์" กล้วยพูด "ถ้าต้องสู้ ดึงซอมบี้เข้าร่ม ดึงเข้าตึก ดึงเข้าที่เย็น ได้เปรียบ"

"และถ้าต้องหนี" ใบตองเสริม "วิ่งในร่มเงา ซอมบี้ไล่ตามช้าลง"

"ข้อมูลท็อป" เปิ้ลถ่ายวิดีโอซอมบี้ที่เชื่องช้าใต้ร่มเงา "นี่ต้องอัปโหลดให้คนดู ถ้ามีเน็ตนะ"

---

บ่ายแก่ พวกเขาเดินอ้อมฝูงซอมบี้สำเร็จ ตัดขึ้นเหนือตามซอยเล็กย่านรัชโยธินฝั่งเหนือ ซอมบี้กล้วยดิบประปราย ไม่มีปัญหา ซอมบี้กล้วยห่ามเจอบ้างแต่ช้าพอที่จะเลี่ยง

อากาศเริ่มอุ่นขึ้นเล็กน้อยตอนบ่าย — อาจเป็นแค่แดดของบ่ายที่เริ่มส่อง แต่กล้วยสังเกตว่าซอมบี้เริ่มเร็วขึ้นอีกนิด ไม่มากแต่สังเกตได้

"ความเย็นไม่ถาวร" ใบตองจดบันทึก "ซอมบี้ปรับตัวได้เมื่ออุณหภูมิเพิ่มขึ้น ความเย็นเป็นข้อได้เปรียบชั่วคราว ไม่ใช่วิธีรักษาหรือทำลาย"

"แต่เป็นเครื่องมือ" กล้วยพูด "เครื่องมือที่ช่วยให้เราอยู่รอดได้นานขึ้น"

"ใช่" ใบตองยิ้ม "ทุกเครื่องมือมีค่า"

พวกเขาหาที่พักค้างคืนในอพาร์ตเมนต์ร้างชั้นสามที่กล้วยจมูกตรวจแล้วว่าปลอดภัย ห้องเล็กๆ มีหน้าต่างปิดได้มิดชิด ข้างในเย็นสบายจากอากาศที่เปลี่ยน

กล้วยทำไข่เจียวหมูสับจากวัตถุดิบที่หยิบมาจากห้างในกะทะเทพ กลิ่นหอมฟุ้ง อักษรโบราณเรืองแสงอุ่น เชื้อที่แขนจางลงอีกนิด

"วันนี้เราเรียนรู้อะไรบ้าง" ใบตองเปิดสมุดบันทึกขึ้นมา ราวกับอาจารย์สรุปบทเรียน "หนึ่ง — ซอมบี้เคลื่อนไหวช้าลงอย่างมีนัยสำคัญในอุณหภูมิต่ำ ซอมบี้ระดับ 2 ช้าลง 70-80% ระดับ 3 ช้าลง 40-50% ต่ำกว่า 15 องศาเห็นผลชัด"

"สอง" เธอพูดต่อ "อาหารจากกะทะเทพที่ใช้วัตถุดิบสดมีผลรักษาเชื้อดีกว่าวัตถุดิบแห้งหรือกระป๋อง"

"สาม" กล้วยเสริม "เชื้อในตัวฉันก็ช้าลงในที่เย็น ไม่แน่ใจว่าดีหรือไม่ดี แต่มันช้าลงจริง"

"ดีสิ" ใบตองพูด "ช้าลงแปลว่าเวลาเพิ่มขึ้น ถ้าเราหาทางทำให้เชื้อช้าลงตลอด—"

"แต่เราอยู่ในที่เย็นตลอดไม่ได้" กล้วยพูดเบา "และกรุงเทพฯ ก็ไม่ได้เย็นทุกวัน วันนี้อาจเป็นแค่ครั้งเดียว"

เงียบ

"งั้นก็ใช้ทุกอย่างที่มี" เปิ้ลพูดขึ้น "ความเย็นช่วยได้ก็ใช้ อาหารช่วยได้ก็กิน กะทะเทพมีก็ตี — เอ๊ย ก็ทำอาหาร เราไม่จำเป็นต้องหาทางเดียว หลายทางรวมกันก็ได้"

ใบตองมองเปิ้ล "บางทีนายก็ฉลาดเหมือนกัน"

"ผมฉลาดตลอด!"

"ข้อมูลไม่สนับสนุน" ใบตองพูด แต่มุมปากยกขึ้น

กล้วยหัวเราะเบาๆ มองกะทะเทพที่อยู่ข้างตัว อักษรโบราณจางลงแต่ยังอุ่น

ย่า... กะทะที่ย่าให้ฉันยังช่วยชีวิตฉันอยู่ทุกวัน

วันนี้ฉันเรียนรู้ว่าซอมบี้มีจุดอ่อน — ความเย็น

และอาหารดีๆ จากกะทะเทพช่วยฉันได้มากกว่าที่คิด

ยังมีเวลา ยังมีหวัง

พรุ่งนี้ไปต่อ — เป้าหมายคือดอนเมือง

แต่ตอนนี้... ขอกินไข่เจียวให้อิ่มก่อน

เปิ้ลถ่ายฉากสามคนกินข้าวด้วยกันในแสงเทียน ตั้งชื่อตอนว่า "เมื่อซอมบี้แช่แข็ง"

14,990 ตัวอักษร

ความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น

แชร์: