ตอนที่ 7: ผู้ศรัทธา

วันที่ห้าหลังโลกล่มสลาย อากาศกลับมาร้อนชื้นเหมือนเดิม ราวกับความเย็นเมื่อวานเป็นแค่ฝันประหลาด

กล้วยตื่นขึ้นมาด้วยกลิ่นที่ทำให้จมูกสั่น

ไม่ใช่กลิ่นซอมบี้ — เป็นกลิ่นธูป

"ใครจุดธูปในยุคนี้?" เธอพึมพำ ลุกนั่งแกะผ้าพันแขนซ้ายดู เชื้อยังเหมือนเมื่อคืน ไม่ลามเพิ่ม อาหารจากวัตถุดิบสดเมื่อวานช่วยได้จริง

25 วัน

"ได้กลิ่นอะไร?" ใบตองลุกขึ้นมาแล้ว สมุดบันทึกวางข้างตัว

"ธูป จากทิศตะวันตก" กล้วยสูดอากาศ "และ... คน หลายคน ไม่ใช่ซอมบี้"

"คน?" เปิ้ลเงยหน้าขึ้นจากพื้น ผมกระเซิง "คนเยอะแค่ไหน?"

"สิบกว่า ยี่สิบ อาจมากกว่า" กล้วยมองออกไปทางหน้าต่าง "จมูกฉันแยกกลิ่นคนกับซอมบี้ได้ แต่แยกจำนวนคนไม่ได้แม่นเท่าซอมบี้ แค่รู้ว่าเยอะ"

"ยี่สิบคน" ใบตองขมวดคิ้ว "กลุ่มใหญ่ หมายความว่ามีองค์กร มีระบบ ไม่ใช่แค่คนหนีตาย"

"ดีไม่ใช่เหรอ?" เปิ้ลลุกขึ้น "กลุ่มใหญ่น่าจะมีอาหาร มีที่พัก มีข้อมูล อาจรู้เรื่องเขตปลอดภัยดอนเมือง"

กล้วยนิ่ง มองแขนซ้ายที่พันผ้าแน่น

"จำที่ห้างเมโทรได้ไหม" เธอพูดเบา

เปิ้ลเงียบ

"ฉันรู้" กล้วยพูดต่อ "แต่เราก็ต้องหาข้อมูล เส้นทางข้างหน้าฉันไม่รู้จัก ถ้าพวกเขารู้ว่าเส้นไหนปลอดภัย..."

"เราเข้าไปดูก่อน" ใบตองพูด "ไม่ต้องเข้าร่วม แค่ถามข้อมูลแล้วไป ถ้าบรรยากาศไม่ดี ถอย"

"ตกลง" กล้วยพยักหน้า "ฉันซ่อนแขนให้ดี"

---

ทั้งสามเดินไปทางตะวันตกตามกลิ่นธูป ผ่านซอยรัชโยธิน ผ่านตึกร้างที่เคยเป็นโรงเรียนกวดวิชา ผ่านร้านกาแฟที่เก้าอี้ยังตั้งอยู่ริมทางเท้าราวกับรอลูกค้า

กลิ่นธูปเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ ปนกับกลิ่นหวานเอียนของเชื้อรา — แต่กลิ่นเชื้อรานี้แปลก ไม่ใช่กลิ่นจากซอมบี้เดินตามท้องถนน มัน... เหมือนถูกจัดวาง

"กลิ่นแปลก" กล้วยกระซิบ "เชื้อราอยู่ข้างหน้า แต่ไม่ใช่ซอมบี้ เหมือน... ต้นกล้วยกลายพันธุ์ แต่ถูกจัดไว้เป็นระเบียบ"

"จัดไว้?" ใบตองเลิกคิ้ว "ต้นกล้วยกลายพันธุ์ถูกจัดไว้โดยคน?"

พวกเขาเลี้ยวมุมตึกแล้วหยุดชะงัก

ข้างหน้าเป็นวัดเก่าที่ถูกดัดแปลง กำแพงวัดยังอยู่ แต่บริเวณลานวัดเปลี่ยนไปทั้งหมด — ต้นกล้วยกลายพันธุ์ถูกปลูกเป็นแถวเรียงรายสองข้างทางเดินเข้าวัด ลำต้นเขียวเข้ม ใบม่วงดำ ปล่อยสปอร์เป็นหมอกบางๆ ลอยอยู่ในอากาศ

แต่ไม่ใช่แค่ต้นกล้วย

มีคนอยู่ข้างใน

คนสิบกว่าคนในชุดสีเหลืองตัดเขียว ทำจากผ้าเหลืองวัดเก่าย้อมด้วยอะไรสักอย่าง นั่งสมาธิเรียงแถวหน้าพระอุโบสถ ตรงกลางมีรูปปั้นที่ไม่ใช่พระพุทธรูป — เป็นรูปปั้นหยาบๆ ของสิ่งที่ดูเหมือนต้นกล้วยยักษ์มีใบหน้าคน ตั้งบนแท่นบูชา มีธูปเทียนวางรอบ

"อะไรของมัน..." เปิ้ลพูดเบาจนเกือบไม่ได้ยิน

ใบตองจับแขนกล้วย "ต้นกล้วยกลายพันธุ์ที่ปลูกเรียง... พวกเขา จงใจ ปลูกมัน ปลูกโรงงานสปอร์ไว้ข้างตัวเอง"

"บ้าหรือเปล่า?" เปิ้ลกระซิบ "สปอร์พวกนั้นทำให้คนติดเชื้อ!"

"นอกจากพวกเขา อยาก ติดเชื้อ" ใบตองเสียงเครียด

กล้วยกำลังจะบอกให้ถอย แต่สายไป

"หยุด!"

เสียงตะโกนจากด้านหลัง ทั้งสามหมุนตัว — ชายสองคนในชุดเหลืองตัดเขียวยืนขวางทาง ถือมีดพร้าและไม้หลาว ใบหน้าทาด้วยอะไรสีเหลืองเหมือนขมิ้น

"ใครอนุญาตให้เข้ามาในเขตศักดิ์สิทธิ์?" ชายคนที่ถือมีดพร้าถาม เสียงเรียบแต่จริงจัง เขาอายุราวสี่สิบ รูปร่างผอม ตาคมแต่มีลักษณะ... ศรัทธา อยู่ในนั้น

"เราแค่เดินผ่าน" กล้วยยกมือขวาขึ้น (มือซ้ายซ่อนไว้หลังเป้) "เราเป็นผู้รอดชีวิต กำลังเดินทางไปทางเหนือ ไม่ได้มาหาเรื่อง"

ชายคนนั้นมองสามคน สายตาหยุดที่กะทะเทพที่ผูกอยู่ข้างเป้ของกล้วย แล้วก็ผ่านไป

"ผู้รอดชีวิต" เขาพูดซ้ำ น้ำเสียงแปลก ราวกับคำนั้นมีความหมายอื่น "มาเถอะ พ่อใหญ่อยากเจอคนใหม่เสมอ"

"พ่อใหญ่?" เปิ้ลกระซิบหากล้วย

"ไม่รู้" กล้วยกระซิบกลับ "แต่ถ้าเราวิ่ง เขามีคนเยอะกว่า"

ใบตองมองรอบ — มีคนในชุดเหลืองอีกสามสี่คนปรากฏตัวจากซอกตึกรอบวัด ถือหอก มีดครัว ท่อเหล็ก

"ไปด้วย" ใบตองพูดเบา "รวบรวมข้อมูล ระวังตัว"

---

ภายในวัด บรรยากาศหนักอึ้ง กลิ่นธูปผสมกลิ่นเชื้อราแน่น หมอกสปอร์จากต้นกล้วยกลายพันธุ์ลอยวนอยู่เหนือศีรษะเหมือนเมฆต่ำ ใบตองจับผ้ามาปิดจมูก เปิ้ลทำตาม กล้วยไม่ต้อง — เชื้อในตัวเธอทำให้สปอร์ไม่มีผลเพิ่มเติม

คนในชุดเหลืองนั่งกระจายอยู่ทั่ว มีทั้งชาย หญิง วัยรุ่น คนแก่ ทั้งหมดราวยี่สิบห้าสามสิบคน หลายคนมีผิวหนังเปลี่ยนสีเล็กน้อย — เหลืองอมเขียวจางๆ ที่แขนหรือคอ

พวกเขาติดเชื้อแล้วบางส่วน กล้วยรู้สึกขนลุก แต่ยังไม่กลายร่าง

"นี่คือ... ชุมชนของพวกคุณ?" ใบตองถาม ทำเสียงปกติ

"ชุมชน?" ชายที่นำทางหัวเราะเบาๆ "ไม่ใช่แค่ชุมชน นี่คือ หมู่บ้านแห่งการตื่นรู้"

ก่อนที่ใบตองจะถามต่อ ประตูพระอุโบสถเปิดออก

ชายร่างสูงเดินออกมา อายุราวหกสิบ ผมขาวโพลน หลังตรง ดวงตาคมแต่สงบ ใส่ชุดเหลืองเหมือนคนอื่นแต่มีผ้าสีเขียวพาดบ่า ผิวหนังที่แขนทั้งสองข้างมีสีเหลืองอมเขียวชัดเจน — ติดเชื้อมากกว่าคนอื่นทั้งหมด แต่ยังเป็นมนุษย์

"แขกมาเยือน" เขาพูด เสียงนุ่มนวล ยิ้มอ่อน "ยินดีต้อนรับ ผมชื่อ พ่อใหญ่เกษม ผู้นำหมู่บ้านแห่งการตื่นรู้"

"สวัสดีครับ" เปิ้ลพูด "เราแค่เดินทาง—"

"เดินทางไปไหน?" พ่อใหญ่เกษมถามเสียงเรียบ

"เขตปลอดภัยดอนเมือง" กล้วยตอบ

รอยยิ้มของพ่อใหญ่เกษมเปลี่ยน — ไม่ใช่ยิ้มอ่อนอีกต่อไป เป็นยิ้มแบบคนที่รู้อะไรบางอย่างที่คนอื่นไม่รู้ ยิ้มแบบที่ทำให้กล้วยขนลุก

"เขตปลอดภัย" เขาพูดซ้ำ "ไม่มีที่ไหนปลอดภัยจากสิ่งที่กำลังจะมา"

"สิ่งที่กำลังจะมา?" ใบตองถาม

พ่อใหญ่เกษมหันไปมองรูปปั้นต้นกล้วยยักษ์ สายตาเต็มไปด้วยศรัทธา

"พญากล้วยตานี"

เสียงกระซิบแผ่ไปทั่ววัด — คนในชุดเหลืองหลายคนก้มศีรษะเมื่อได้ยินชื่อ ราวกับได้ยินชื่อเทพเจ้า

กล้วยรู้สึกอะไรบางอย่างในท้อง ไม่ใช่หิว ไม่ใช่กลัว เป็นความรู้สึกแปลกๆ จากเชื้อในตัว — เหมือนเชื้อ ตอบสนอง ต่อชื่อนั้น

"พญากล้วยตานีคือใคร?" เธอถาม เสียงนิ่ง

พ่อใหญ่เกษมมองเธอ ดวงตาเขาแวบวาบ

"มานั่ง" เขาชี้ม้านั่งยาวใต้ต้นโพธิ์ที่ถูกเถาเชื้อราเกาะจนใบเปลี่ยนสี "เล่าให้ฟัง"

---

พ่อใหญ่เกษมเคยเป็นครูสอนวิทยาศาสตร์มัธยม เขาเล่าด้วยเสียงนิ่ง มือประสานกัน

"ก่อนโรคระบาด ผมเป็นแค่ครูธรรมดา สอนชีววิทยา รักต้นไม้ รักธรรมชาติ แล้ววันหนึ่ง... ผมเห็นสิ่งที่มนุษย์ทำกับโลก มลพิษ ป่าถูกทำลาย แม่น้ำเป็นพิษ สัตว์สูญพันธุ์ทุกวัน ผมสิ้นหวัง"

"แล้วโรคระบาดมา" เขาพูดต่อ "คนอื่นตกใจ กลัว วิ่งหนี แต่ผม... ผมเห็นสิ่งที่แตกต่าง ผมเห็นพืชกลับมามีอำนาจ เห็นธรรมชาติตอบโต้ เห็นสมดุลที่ถูกสร้างขึ้นใหม่"

"สมดุล?" ใบตองเสียงแข็ง "คนตายเป็นร้อยเป็นพันคน นั่นเรียกว่าสมดุล?"

"คนตายจากน้ำท่วมก็ไม่มีใครโทษน้ำ" พ่อใหญ่เกษมตอบเรียบๆ "คนตายจากพายุก็ไม่มีใครโทษลม ธรรมชาติไม่มีเจตนา มันแค่คืนสมดุล"

"แต่เชื้อนี้ไม่ใช่ธรรมชาติ" ใบตองพูดทันที "มันถูก—"

กล้วยจับแขนใบตอง เบาแต่แน่น ส่งสายตาบอกว่า อย่าพูดเรื่องเชื้อถูกสร้างขึ้น ที่นี่ไม่ใช่ที่

ใบตองกัดริมฝีปาก หยุด

"พูดต่อสิครับ" เปิ้ลแทรก ทำเสียงเป็นธรรมชาติ "พญากล้วยตานีนี่เป็นใคร?"

พ่อใหญ่เกษมยิ้ม "สามวันก่อน ซอมบี้ฝูงหนึ่งบุกวัดนี้ ระดับ 2 เจ็ดแปดตัว เราสู้ไม่ได้ จะตายกันหมด แล้ว มัน ก็มา"

"มัน?"

"ร่างสูงสามเมตร ลำตัวเป็นลำต้นกล้วย ใบตองเป็นเกราะ ใบหน้า... ยังเป็นคน" น้ำเสียงพ่อใหญ่เกษมสั่น ไม่ใช่ด้วยความกลัว แต่ด้วยความตื่นเต้น "มันยกมือข้างเดียว ซอมบี้ทุกตัวหยุดนิ่ง แล้ว เดินออกไป หมด"

เงียบ

"มันควบคุมซอมบี้ได้?" กล้วยถาม เสียงเรียบแต่ใจเต้นเร็ว

"ไม่ใช่แค่ควบคุม" พ่อใหญ่เกษมพูด "มัน เป็นนาย ของพวกมัน ซอมบี้ทั้งหมดที่เราเห็น ไม่ว่าระดับไหน ล้วนอยู่ภายใต้เครือข่ายของมัน เหมือน... เหมือนรากของต้นไม้ที่เชื่อมทุกอย่างไว้ใต้ดิน"

"เครือข่ายสปอร์" ใบตองกระซิบ จดบันทึกอย่างเร็ว

"มันพูดกับเราด้วย" พ่อใหญ่เกษมพูดต่อ "พูดเป็นภาษาคน เสียงทุ้มลึก มันบอกว่า 'มนุษย์ทำลายโลกมานานพอแล้ว ถึงเวลาวิวัฒนาการ ร่วมเป็นหนึ่งเดียวกับพืช แล้วจะไม่ต้องทำลายอีกต่อไป' "

วิวัฒนาการ

กล้วยจำคำที่ใบตองเคยพูดได้ — เชื้อนี้ไม่ใช่ธรรมชาติ มันถูกสร้างขึ้น และตอนนี้สิ่งที่สร้างมัน — หรือสิ่งที่กลายเป็นส่วนหนึ่งของมัน — กำลังบอกว่ามันคือ "วิวัฒนาการ"

"แล้วพวกคุณก็เชื่อ?" กล้วยถาม ไม่ได้ตั้งใจให้เสียงแข็งขนาดนั้น

พ่อใหญ่เกษมมองเธอนิ่ง "ไม่ใช่เชื่อ เป็น เห็น มันช่วยชีวิตเรา มันไม่ฆ่าเรา มันให้ ทางเลือก — เข้าร่วมการเปลี่ยนแปลง หรือต่อต้านแล้วตาย"

"ทางเลือก?" เปิ้ลเสียงดังกว่าที่ตั้งใจ "แบบ — กลายเป็นซอมบี้ หรือตาย? นั่นไม่ใช่ทางเลือก นั่นคือการบังคับ!"

พ่อใหญ่เกษมมองเปิ้ล "หนุ่ม ต้นกล้วยไม่ได้ 'บังคับ' ให้กล้วยหอมสุก มันแค่ เปลี่ยนแปลง ตามธรรมชาติ เราก็เหมือนกัน"

"คนไม่ใช่กล้วย!" เปิ้ลพูด

"ยัง" พ่อใหญ่เกษมยิ้ม "ยังไม่ใช่ ตอนนี้"

กล้วยรู้สึกเสียวสันหลัง รอยยิ้มนั้น — สงบ มั่นใจ ราวกับคนที่เชื่อว่าตัวเองอยู่ฝั่งถูกของประวัติศาสตร์ ไม่ใช่คนบ้า ไม่ใช่คนชั่ว แค่คนที่เชื่อผิดอย่างสนิทใจ

และนั่นแหละที่น่ากลัวที่สุด

---

"อยู่กินข้าวก่อน" พ่อใหญ่เกษมเสนอ "เรามีอาหาร มีน้ำ มีที่พักปลอดภัย พญากล้วยตานีปกป้องเรา ซอมบี้ไม่เข้ามาในเขตนี้"

กล้วยมองรอบ — จริง ไม่มีซอมบี้สักตัว แม้ต้นกล้วยกลายพันธุ์ที่ปล่อยสปอร์ควรจะดึงดูดซอมบี้มารุม แต่ที่นี่ซอมบี้ไม่เข้า

เพราะพญากล้วยตานีสั่งไม่ให้เข้า

ปกป้อง... หรือเลี้ยงไว้?

อาหารที่พวกเขาเสิร์ฟเป็นข้าวสวยกับแกงจืด วัตถุดิบจากสวนที่ปลูกในวัด — ผักบุ้ง แตงกวา ถั่วฝักยาว ง่ายๆ แต่มีกิน

สามคนนั่งกินด้วยกลุ่มลัทธิ บรรยากาศพอทน คนในกลุ่มดูเป็นมิตร หลายคนเป็นคนธรรมดาที่หนีมาหลบภัย — แม่ค้า คนงาน นักเรียน คนแก่ ไม่ใช่คนบ้า แค่คนกลัวที่หาทางออกด้วยศรัทธา

"พวกเราไม่ได้อยากให้ใครตาย" หญิงวัยกลางคนคนหนึ่งเล่า เธอเป็นแม่ค้าส้มตำ แขนข้างหนึ่งมีรอยเหลืองจางๆ "แค่อยากมีชีวิตรอด พ่อใหญ่บอกว่าถ้ายอมรับเชื้อ ค่อยๆ เปลี่ยนแปลง จะไม่ถูกซอมบี้ทำร้าย"

"ยอมรับเชื้อ?" ใบตองเสียงตึง "หมายความว่า..."

"หายใจสปอร์เข้าไปทีละน้อย" แม่ค้าพูดเรียบๆ ราวกับเรื่องปกติ "พ่อใหญ่บอกว่าถ้าค่อยๆ รับ ร่างกายจะปรับตัวได้ ไม่ใช่กลายเป็นซอมบี้ แต่เป็น... สิ่งใหม่ที่ดีกว่า"

ใบตองบีบมือจนข้อขาว กล้วยเห็น

"ขอตัวไปห้องน้ำครับ" เปิ้ลลุกขึ้น สัญญาณตาบอกกล้วย

กล้วยรอสามสิบวินาทีแล้วลุกตาม "ไปด้วย"

ใบตองลุกตามอีกทีโดยไม่ต้องบอก

---

สามคนรวมตัวกันหลังอาคารห้องน้ำเก่าของวัด

"ต้องไป ตอนนี้" ใบตองพูดเร็ว เสียงสั่น "พวกเขาจงใจสูดสปอร์เข้าตัว! การ 'ค่อยๆ รับเชื้อ' ไม่มีทางทำให้ร่างกายปรับตัวได้ เชื้อ Fungus Musaceae-X เข้าครอบงำสมอง ไม่ว่าจะรับช้าหรือเร็ว ผลลัพธ์เหมือนกัน — กลายเป็นซอมบี้ แค่ช้ากว่า"

"พ่อใหญ่เกษมรู้เรื่องนี้ไหม?" เปิ้ลถาม

"ไม่รู้ หรือไม่อยากรู้" ใบตองพูด "เขาเป็นครูชีววิทยา น่าจะเข้าใจพื้นฐาน แต่ศรัทธาบดบังเหตุผล เขาเลือกเชื่อว่ามนุษย์ปรับตัวเข้ากับเชื้อราได้ เพราะทางเลือกอื่นน่ากลัวเกินไป"

"แล้วพญากล้วยตานีล่ะ?" กล้วยถาม "มันช่วยพวกเขาจริงๆ ทำไม?"

ใบตองเงียบ คิดนาน

"เพราะพวกเขาเป็นประโยชน์" เธอตอบในที่สุด "กลุ่มคนที่ ยินยอม ติดเชื้อ ยินยอมเปลี่ยนแปลง คือทรัพยากรที่ดีกว่าต้องไปจับคนมาบังคับ และยิ่งมีคนมา... ยิ่งเป็นแหล่งผลิตซอมบี้ที่ดี"

เงียบ

"ฟาร์ม" เปิ้ลพูดเบา ใบหน้าเปลี่ยน ไม่มีรอยยิ้ม "เหมือนฟาร์ม"

"ต้องไป" กล้วยตัดสินใจ "ตอนนี้ ก่อนที่พวกเขาจะสงสัย"

"แต่ประตูมีคนเฝ้า" เปิ้ลพูด "ผมเห็นตอนเข้ามา สองคน ถือมีดพร้า"

กล้วยสูดอากาศ สแกนรอบวัด "กำแพงด้านหลัง มีรอยโหว่ ซอมบี้ไม่มี คนเฝ้าไม่มี ออกทางนั้นได้"

"กะทะเทพกับเป้ของเรา..." ใบตองมองกลับไปทางที่นั่งกินข้าว "วางไว้ตรงนั้น"

"ฉันไปเอา" กล้วยพูด "นายสองคนไปรอที่กำแพง ถ้าฉันไม่กลับใน 3 นาที ออกไปเลย"

"ไม่ไป" เปิ้ลส่ายหัว "ไม่ทิ้ง"

"เปิ้ล—"

"ไม่ ทิ้ง" เปิ้ลย้ำ "ผมพูดชัดไหม?"

กล้วยมองเปิ้ล แล้วมองใบตอง ใบตองพยักหน้า

"ตกลง ไปด้วยกัน" กล้วยพูด "เดินปกติ ไม่ให้สงสัย หยิบของ เดินไปทางกำแพง ถ้ามีคนถาม บอกว่าจะไปดูรอบวัด"

---

แผนง่ายๆ บางครั้งก็ใช้ได้

สามคนเดินกลับไปที่โต๊ะอาหาร หยิบเป้กับกะทะเทพอย่างเป็นธรรมชาติ คนในกลุ่มลัทธิไม่ได้สนใจมาก — พวกเขากำลังสวดมนต์รอบรูปปั้นพญากล้วยตานี

กล้วยเดินนำ เลี้ยวหลังอาคาร มุ่งหน้าสู่กำแพงด้านหลัง

"จะไปไหน?"

เสียงพ่อใหญ่เกษมจากข้างหลัง

ทั้งสามหยุด กล้วยหันกลับ

พ่อใหญ่เกษมยืนอยู่ห่างออกไปห้าเมตร แขนสองข้างกอดอก ยิ้มอ่อน แต่ดวงตาไม่ได้ยิ้มด้วย

"กินข้าวเสร็จแล้วก็ไม่ต้องรีบไปนี่" เขาพูด "อยู่ด้วยกันสักคืน พรุ่งนี้ค่อยตัดสินใจ"

"ขอบคุณครับ แต่เราต้องไปจริงๆ" เปิ้ลพูดเสียงสบาย "มีนัดกับคนอื่นไว้ข้างหน้า"

"นัด?" พ่อใหญ่เกษมเอียงหัว "กับใครในโลกที่ไม่มีอะไรเหลือ?"

"กับคนที่ยังเชื่อว่าโลกมีอะไรเหลือ" ใบตองพูด

พ่อใหญ่เกษมมองใบตอง นิ่ง ดวงตาเขาแข็งขึ้น

"พวกเธอไม่เข้าใจ" เขาพูดเบา "ข้างนอกไม่มีอะไรรอ มีแต่ซอมบี้กับความตาย ที่นี่ปลอดภัย พญากล้วยตานีปกป้องเรา ถ้าพวกเธอไม่อยู่..."

"ถ้าเราไม่อยู่อะไรครับ?" เปิ้ลถาม เสียงเปลี่ยน

เงียบ ลมพัดเอาหมอกสปอร์ลอยผ่าน

"ไม่มีอะไร" พ่อใหญ่เกษมยิ้มอีกครั้ง "แค่ห่วง"

"ขอบคุณที่ห่วงครับ" กล้วยพูด ก้าวถอยหลังช้าๆ "แต่เราต้องไปจริงๆ"

เธอหมุนตัว เดินเร็วเข้าหากำแพง ใบตองกับเปิ้ลตาม

"ซอมบี้ข้างนอก!" เสียงตะโกนจากคนเฝ้าประตูดังขึ้น ไม่ได้ตะโกนใส่พวกเขา ตะโกนเตือนกลุ่ม "ซอมบี้ทางทิศเหนือ!"

โอกาสทอง ทุกคนหันไปทางประตูหน้าวัด

กล้วยวิ่ง สามคนวิ่งไปที่กำแพงหลัง กล้วยพลังแขนซ้ายดันอิฐที่หลวมออกสองสามก้อนจนช่องโหว่ใหญ่พอลอด ใบตองลอดก่อน เปิ้ลตาม กล้วยสุดท้าย

ออกมาอีกฝั่งเป็นซอยเล็กที่นำไปสู่ถนนใหญ่

"วิ่ง" กล้วยพูดสั้น

ทั้งสามวิ่ง

---

พวกเขาวิ่งออกจากย่านวัดไปไกลพอจนกลิ่นธูปจางหาย หยุดพักหลังตึกอพาร์ตเมนต์ร้างอีกหลัง ทุกคนหอบ

"พญากล้วยตานี" เปิ้ลพูดระหว่างหอบ "สูงสามเมตร ลำตัวเป็นต้นกล้วย ควบคุมซอมบี้ได้ทั้งหมด พูดได้ คิดได้ มีแผน... นี่ไม่ใช่ซอมบี้ธรรมดา นี่คือ บอส จริงๆ"

"เชื้อที่ถูกสร้างขึ้น" ใบตองพูด "มีคนสร้างเชื้อ แล้วตอนนี้มีสิ่งที่ควบคุมเชื้อทั้งหมดอีกที ถ้าพญากล้วยตานีคือคนที่สร้างเชื้อ..."

"หรือคนที่ กลายเป็น ส่วนหนึ่งของมัน" กล้วยพูดเบา เธอจำคำของพ่อใหญ่เกษมได้ — ใบหน้ายังเป็นคน "มันเคยเป็นมนุษย์ ก่อนจะกลายเป็น... สิ่งนั้น"

ใบตองมองกล้วย ตาเปล่งประกาย "ถ้ามันเคยเป็นมนุษย์ มันอาจเป็น คนที่สร้างเชื้อ นั่นเอง ฉีดเชื้อเข้าตัวเอง กลายร่าง ยังเก็บสติปัญญาไว้"

"เหมือน..." กล้วยมองแขนซ้าย "เหมือนฉัน? แค่ไกลกว่าฉันมากๆ?"

เงียบ ทุกคนรู้ว่าเธอหมายความว่าอะไร

ถ้ากล้วยกลายร่างสมบูรณ์ เธออาจกลายเป็นสิ่งเดียวกับพญากล้วยตานี

"ไม่เหมือน" ใบตองพูดหนักแน่น "นายกินอาหารกะทะเทพ นายต่อสู้กับเชื้อ นายเป็นมนุษย์ที่มีเชื้อ ไม่ใช่เชื้อที่เคยเป็นมนุษย์ ต่างกัน"

กล้วยมองใบตอง

"ขอบคุณ" เธอพูดเบา

"ไม่ต้องขอบคุณ ฉันพูดข้อเท็จจริง"

เปิ้ลยิ้ม — รอยยิ้มจริงแม้สถานการณ์จะหนัก "ตอนนี้ของสารคดี ตั้งชื่อว่า 'เมื่อเราเจอพวก เอ็นทีอาร์บูชากล้วย' "

"หยุดตั้งชื่อได้แล้ว" ใบตองถอนหายใจ

"ชื่อดีนะ" กล้วยพูดเบา ยิ้มนิดเดียว

---

บ่ายแก่ อากาศร้อนกลับมาเต็มที่ ซอมบี้กล้วยดิบเคลื่อนไหวเร็วเหมือนเดิม กล้วยนำทีมเลาะซอยเล็ก ตัดขึ้นเหนือ เลี่ยงถนนใหญ่

ระหว่างเดิน กล้วยคิดถึงสิ่งที่พ่อใหญ่เกษมพูด

"ร่วมเป็นหนึ่งเดียวกับพืช แล้วจะไม่ต้องทำลายอีกต่อไป"

นั่นคือสิ่งที่พญากล้วยตานีเชื่อ ไม่ใช่ทำลายล้าง แต่เป็น "วิวัฒนาการ" ในสายตาของมัน

มันไม่ได้คิดว่าตัวเองเป็นผู้ร้าย

และนั่นแหละที่ทำให้มันอันตราย

"กล้วย" ใบตองเดินเคียงข้าง "ฉันจดข้อมูลจากกลุ่มลัทธิไว้ สิ่งที่เรารู้ตอนนี้: พญากล้วยตานีอยู่ที่ไหนสักแห่งในกรุงเทพฯ ควบคุมซอมบี้ทั้งหมดผ่านเครือข่ายบางอย่าง มีสติปัญญา พูดได้ ยังมีส่วนที่เป็นมนุษย์ และ... มันรู้จักกลุ่มมนุษย์ต่างๆ มันเลือกที่จะไม่ฆ่าบางกลุ่ม"

"มันมีแผน" กล้วยพูด "ไม่ใช่แค่ปล่อยซอมบี้ไปทั่ว มันกำลัง สร้าง อะไรบางอย่าง"

"สร้างอาณาจักร" ใบตองพูดเบา

เงียบ ทุกคนเดินต่อ

ตะวันเริ่มลับขอบฟ้า ท้องฟ้าสีส้มเหนือกรุงเทพฯ ที่ล่มสลาย สวยจนน่าขัน

กล้วยหาที่พักค้างคืนในตึกแถวอีกหลัง — ร้านซ่อมรถชั้นเดียวที่มีประตูเหล็กปิดได้มิดชิด จมูกตรวจแล้วปลอดภัย

เธอทำผัดผักรวมกับหมูจากวัตถุดิบที่หยิบมาจากห้างเมื่อวาน ในกะทะเทพ กลิ่นหอมฟุ้ง อักษรโบราณเรืองแสง เชื้อที่แขนจางลงอีกนิด

สามคนนั่งกินด้วยกันในแสงเทียน

"วันนี้เราเรียนรู้อะไร" ใบตองเปิดสมุดบันทึก กลายเป็นพิธีกรรมประจำวันไปแล้ว

"มีบอสใหญ่" เปิ้ลพูด "ชื่อพญากล้วยตานี สูงสามเมตร ควบคุมซอมบี้ทั้งหมด เคยเป็นคน ตอนนี้เป็นต้นไม้ที่พูดได้"

"มีคนบูชามัน" กล้วยเสริม "ยอมรับเชื้อโดยสมัครใจ เพราะกลัวจนหมดหวัง"

"และมันมีแผนระยะยาว" ใบตองจดบันทึก "ไม่ใช่แค่แพร่เชื้อ แต่สร้างระบบสังคมใหม่ มีผู้ติดตาม มีอาณาเขต มีเครือข่ายควบคุม"

กล้วยมองกะทะเทพ

ย่า ฉันไม่รู้ว่าย่ารู้เรื่องนี้แค่ไหน

แต่กะทะที่ย่าให้ฉัน กับสิ่งที่พญากล้วยตานีเป็น — มันเกี่ยวข้องกัน

กะทะเทพสร้างมาเพื่อต่อสู้กับสิ่งนี้ ไม่ใช่เหรอ?

"โรคแห่งพืช" ที่เคยเกิดขึ้นหลายร้อยปีก่อน... กลับมาแล้ว

และครั้งนี้ คนที่ถือกะทะ คือฉัน

"พรุ่งนี้" กล้วยพูด "เราต้องหาเขตปลอดภัยให้เจอ ต้องบอกคนอื่นเรื่องพญากล้วยตานี เรื่องซอมบี้กลัวหนาว เรื่องทุกอย่าง คนต้องรู้"

"และฉันต้องหาแล็บ" ใบตองพูด "ต้องวิเคราะห์เชื้อให้ลึกกว่านี้ ต้องรู้ว่ามันถูกสร้างยังไง ถึงจะหาทางทำลายได้"

"และผมต้องถ่ายทุกอย่างไว้" เปิ้ลยกกล้อง "เผื่อวันนึงมีคนได้ดู"

กล้วยมองเพื่อนทั้งสอง

คนหนึ่งอยากรู้ความจริง คนหนึ่งอยากบันทึกความจริง

ส่วนฉัน... ฉันแค่อยากมีชีวิตรอดนานพอที่จะทำในสิ่งที่ถูกต้อง

"ไปนอนกัน" เธอพูด "พรุ่งนี้ไปต่อ"

เปิ้ลถ่ายฉากสุดท้าย — กะทะเทพที่อักษรโบราณเรืองแสงจางๆ ในความมืด ตั้งชื่อตอนว่า "ผู้ศรัทธา"

13,761 ตัวอักษร

ความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น

แชร์: