ตอนที่ 8: ถนนสายเดียวกัน
วันที่หกหลังโลกล่มสลาย อากาศร้อนจัดตั้งแต่เช้า
กล้วยตื่นขึ้นมาด้วยความรู้สึกแปลกๆ ที่แขนซ้าย ไม่ใช่ความเจ็บปวด ไม่ใช่อาการชา เป็นความรู้สึกเหมือน... มีอะไรเต้นเป็นจังหวะอยู่ใต้ผิวหนัง
เธอแกะผ้าพันแขนดู
เชื้อลามเลยข้อศอกขึ้นมาอีกนิ้วหนึ่ง สีเหลืองอมเขียวเข้มขึ้นกว่าเมื่อวาน
24 วัน
"ลามอีกแล้ว" ใบตองยื่นสมุดบันทึกมา เปิดหน้าที่เขียนตารางไว้ "เมื่อวานก่อนกินอาหารวัตถุดิบสด เชื้อถอยหลังชัด แต่วันนี้กลับลาม... ตัวแปรเดียวที่ต่างคือเราเข้าไปในวัดลัทธิ"
"สปอร์จากต้นกล้วยกลายพันธุ์" กล้วยนึกได้ "ฉันหายใจเข้าไปเต็มๆ ตอนอยู่ในวัด"
"ถูก สปอร์ที่สูดเข้าไปเร่งเชื้อในตัวเธอ" ใบตองจดบันทึก หน้าตึง "จากนี้เราต้องเลี่ยงต้นกล้วยกลายพันธุ์ให้มากที่สุด ทั้งเพื่อเธอและเพื่อพวกเราที่ยังไม่ติดเชื้อ"
"โอเค จดไว้" กล้วยพันผ้าพันแขนกลับ "กินข้าวแล้วไปกัน"
เปิ้ลยังหลับ เสียงกรนดังทะลุผ้าห่มกระดาษที่คลุมหัว
"เปิ้ล!" กล้วยเขย่า "ตื่นได้แล้ว"
"อีกห้านาที..."
"ซอมบี้ไม่รอห้านาที" ใบตองพูดเรียบๆ
เปิ้ลลุกพรวด
---
อาหารเช้าเป็นข้าวต้มไข่จากวัตถุดิบสดที่เก็บมาจากห้างเดอะมอลล์เมื่อสองวันก่อน ไข่เหลือสามฟอง หมูสับเหลือกำมือเดียว กล้วยทำข้าวต้มในกะทะเทพ ใส่กระเทียม พริกไทย ผักชี
อักษรโบราณที่ก้นกะทะเรืองแสงวาบตอนน้ำมันร้อน กล้วยรู้สึกถึง... อะไรบางอย่าง ไม่ใช่เสียง ไม่ใช่ภาพ เป็นความรู้สึกคลับคล้ายคลับคลาว่ามือของเธอควรจะขยับยังไง — ใส่พริกไทยอีกนิด คนให้ช้าลง เร่งไฟตอนนี้
กะทะกำลังสอนเธอทำอาหาร
"กลิ่นหอมจังเลย" เปิ้ลนั่งข้างๆ กล้องถ่ายวิดีโอวางบนเข่า "ข้าวต้มหอยู่ท่ามกลางซอมบี้ เหมือนกินข้าวเช้าในนรก"
"นรกที่มีข้าวต้มก็ยังดีกว่านรกที่ไม่มี" กล้วยตักข้าวต้มใส่ชาม
อาหารจากวัตถุดิบสดใส่กะทะเทพ เชื้อที่แขนจางลงเล็กน้อย — ไม่ได้ถอยหลังชัดเจนเหมือนสองวันก่อน แต่ช่วยได้
สปอร์จากวัดลัทธิทำให้เชื้อแข็งแกร่งขึ้น กล้วยคิด ต้องหาวัตถุดิบสดเพิ่ม
---
สามคนออกเดินทางตอนเจ็ดโมงเช้า มุ่งหน้าเหนือสู่เขตปลอดภัยดอนเมือง
ย่านรัชโยธินฝั่งเหนือเป็นพื้นที่พักอาศัยหนาแน่น คอนโด อพาร์ตเมนต์ หอพัก ตึกแถวเรียงรายสองข้างทาง ตอนนี้ทุกอย่างร้าง กระจกแตก ประตูพัง รถจอดกลางถนนเกะกะ
และซอมบี้
กล้วยสูดอากาศ "ข้างหน้ามีฝูง สิบกว่าตัว ระดับ 1 กับ 2 ปนกัน ขวางถนนใหญ่"
"อ้อมได้ไหม?" เปิ้ลถาม
"อ้อมทางซอย ตัดซ้ายแล้ววกขึ้นเหนือ" กล้วยชี้ทาง "แต่..." เธอสูดอีกครั้ง หน้าเปลี่ยน "มีต้นกล้วยกลายพันธุ์ในซอยนั้น สามสี่ต้น สปอร์เยอะ"
"ทางขวาล่ะ?" ใบตองเปิดแผนที่กระดาษที่หยิบมาจากห้างเดอะมอลล์
"ขวาเป็นคอนโดสูง ซอมบี้อยู่ข้างใน แต่น้อยกว่า ถ้าเดินเงียบๆ น่าผ่านได้"
"ขวา" ใบตองตัดสินใจ "เลี่ยงสปอร์"
พวกเขาเลี้ยวขวาเข้าซอยเล็กที่ตัดผ่านหมู่คอนโด ผ่านลานจอดรถที่มีรถหรูจอดเรียง ฝุ่นจับหนา กระจกหลายคันแตก
เปิ้ลเดินข้างกล้วย กระซิบ "เมื่อคืนฉันนอนไม่หลับ คิดเรื่องกลุ่มลัทธิ"
"อะไร?"
"แม่ค้าส้มตำคนนั้น" เปิ้ลพูด "เธอไม่ใช่คนบ้า เธอแค่กลัว กลัวจนยอมทำทุกอย่างเพื่อให้รู้สึกปลอดภัย แม้สิ่งนั้นจะฆ่าเธอ"
กล้วยเงียบ
"ผมเข้าใจ" เปิ้ลพูดต่อ "ก่อนวันสิ้นโลก ผมก็เหมือนกัน กลัวว่าชีวิตไม่มีค่า กลัวว่าเป็นแค่ยูทูบเบอร์ตลก ไม่มีใครจำ เลยยอมทำคอนเทนต์บ้าๆ เสี่ยงชีวิตเพื่อยอดวิว เพราะรู้สึกว่าอย่างน้อยก็มีคนเห็น"
"เปิ้ล..." กล้วยมองเขา
"ไม่ต้องสงสารนะ" เปิ้ลยิ้ม "แค่บอกว่าเข้าใจ ความกลัวมันบังคับคนได้ แต่ตอนนี้ผมไม่กลัวแล้ว เพราะผมมีทีม"
กล้วยยิ้มบาง
"เงียบ" ใบตองกระซิบจากข้างหน้า "ได้ยินเสียง"
ทั้งสามหยุด ฟัง
เสียงร้อง — ไม่ใช่เสียงซอมบี้ เป็นเสียงคน เสียงเด็ก
---
เสียงมาจากตึกแถวสองชั้นที่อยู่ปากซอย ร้านขายยาเก่า กระจกหน้าร้านแตกหมดแต่ประตูเหล็กม้วนปิดอยู่ครึ่งหนึ่ง
กล้วยสูดอากาศ "ซอมบี้สองตัว ข้างในตึก ระดับ 2 ทั้งคู่ กลิ่นคนอยู่ชั้นสอง สามคน หนึ่งเด็ก"
"ช่วยไหม?" เปิ้ลถามทันที
ใบตองมองกล้วย "ซอมบี้ระดับ 2 สองตัว เธอรับไหว?"
"รับได้" กล้วยปลดกะทะเทพจากเป้ น้ำหนักที่คุ้นเคย "แต่ใช้พลังซอมบี้ไม่ได้ เชื้อเพิ่งลามจากสปอร์เมื่อวาน ต้องสู้ด้วยกะทะอย่างเดียว"
"ผมไปด้วย" เปิ้ลควักไม้เบสบอล
"เปิ้ล นายเป็นคนธรรมดา"
"คนธรรมดาที่ตีลูกแตงโมเข้าเป้าได้จากสามเมตร" เปิ้ลยิ้ม "ไว้ใจผม"
กล้วยมองเขา สองวินาที
"ตกลง เข้าจากประตูหน้า ฉันนำ นายคุม ใบตองอยู่ข้างนอกดูทาง ถ้ามีซอมบี้มาเพิ่ม ตะโกนเตือน"
"เข้าใจ" ใบตองถอยไปยืนหลังรถเก๋ง
กล้วยก้มลอดประตูเหล็กม้วนเข้าไป เปิ้ลตาม
ข้างในร้านขายยามืดสลัว ชั้นวางยาล้มทับกัน ยาเม็ดกระจายเต็มพื้น กลิ่นกล้วยสุกเหม็นหวานจนแสบจมูก
ซอมบี้กล้วยห่ามตัวแรกยืนอยู่ตรงบันไดขึ้นชั้นสอง ผิวเหลืองอมเขียว ตาเหลืองไร้แวว ปากอ้ากว้าง เถาเล็กๆ งอกจากคอพันลงไปตามแขน
มันหันมา
ไม่ได้สนใจกล้วย — มันจ้องเปิ้ล
กล้วยก้าวเข้าหา กะทะเทพวาดโค้ง ฟาดข้างศีรษะซอมบี้เต็มแรง
แคร้ก!
อักษรโบราณที่ก้นกะทะวาบ รอยไหม้ประทับลงบนกะโหลกซอมบี้ มันล้มลงกระแทกพื้น กระตุกสองสามที แล้วนิ่ง
หนึ่ง
เสียงฟาดดังทำให้ซอมบี้ตัวที่สองรู้ตัว มันโผล่จากห้องหลังร้าน วิ่งตรงมา ร่างใหญ่กว่าตัวแรก อ้าปากกรูดเสียงแหลม
เปิ้ลก้าวออก ไม้เบสบอลฟาดเข่าซอมบี้ มันสะดุดล้ม กล้วยก้าวข้ามร่างซอมบี้ตัวแรก กระโดดฟาดกะทะเทพลงบนหัวซอมบี้ตัวที่สอง
แคร้ก!
อักษรเรืองแสงอีกครั้ง รอยไหม้ฝังลึก ซอมบี้นิ่งสนิท
"เคลียร์" กล้วยหายใจแรง
"เจ็ดวินาที" เปิ้ลยกนิ้ว "สถิติใหม่"
จากชั้นสอง เสียงร้องไห้ของเด็กค่อยๆ เงียบลง แล้วเสียงผู้หญิงตะโกนลงมา
"ซอมบี้ตายแล้วเหรอ?!"
"ตายแล้วครับ!" เปิ้ลตะโกนกลับ "ลงมาได้ปลอดภัย!"
---
คนบนชั้นสองเป็นครอบครัวเล็กๆ — แม่วัยสามสิบกว่า ลูกชายอายุราวเจ็ดแปดขวบ และปู่วัยเจ็ดสิบ ขาข้างหนึ่งเจ็บ เดินกะเผลก
"อยู่ข้างบนมาสามวัน" แม่เด็กเล่า ชื่อ นิด เสียงยังสั่น "ซอมบี้สองตัวนั่นบุกเข้ามาเมื่อคืน เราหนีขึ้นชั้นสอง ล็อกประตู มันเปิดไม่ได้แต่ก็ไม่ยอมไป"
"อาหารมีไหมครับ?" เปิ้ลถาม
"หมดเมื่อวานแล้ว" ปู่พูดเสียงแหบ "น้ำก็เหลือน้อย"
กล้วยมองสามคน เด็กชายตัวเล็กซุกอยู่หลังแม่ ตาโตจ้องกะทะเทพในมือเธอ
"หิวไหม?" กล้วยถามเด็ก
เด็กพยักหน้า
กล้วยมองใบตอง ใบตองพยักหน้าเบา
"งั้นนั่งรอ ฉันทำอะไรให้กินก่อน"
---
กล้วยตั้งกะทะเทพบนเตาแก๊สพกพา ของเหลือจากปั๊มน้ำมัน วัตถุดิบสดที่มีไม่มากแล้ว — ไข่ฟองสุดท้าย หมูสับหยิบมือ ผักบุ้งนิดหน่อย
ต้องหาวัตถุดิบเพิ่ม เธอคิดขณะตั้งกะทะ ของจากห้างเดอะมอลล์ใกล้หมดแล้ว
กะทะร้อน อักษรโบราณเรืองแสง กล้วยใส่น้ำมันลงไป — ไม่ได้มาก น้ำมันก็เหลือน้อย แต่ความรู้สึกจากกะทะนำมือเธออีกครั้ง ใส่น้ำนิดหนึ่ง ตอกไข่ ไม่ต้องคน ปล่อยให้ขอบกรอบ
เธอทำข้าวผัดไข่กระเทียม ง่ายที่สุดที่ทำได้กับของที่มี
กลิ่นหอมฟุ้งไปทั่วร้านขายยา เด็กชายเงยหน้า ตาเป็นประกาย
"หอมจัง!"
กล้วยยิ้ม ตักข้าวผัดแบ่งให้ห้าจาน — ไม่เยอะต่อคน แต่พอ
เด็กชายตักคำแรก ตาเบิกกว้าง "อร่อย! แม่ อร่อยมาก!"
นิดกินตาม ปู่กิน ทั้งสามคนกินอย่างตะกละ ราวกับไม่ได้กินอาหารร้อนๆ มาหลายวัน — ซึ่งก็ใช่
กล้วยกินข้าวผัดส่วนของตัวเอง เชื้อที่แขนจางลงเล็กน้อย ไม่มากเท่าที่ควร — วัตถุดิบสดเหลือน้อย ส่วนใหญ่เป็นของแห้งแล้ว
"พวกคุณจะไปไหนต่อ?" ใบตองถาม
"ไม่รู้" นิดตอบ "มีข่าวลือว่ามีเขตปลอดภัยที่ดอนเมือง ทหารตั้งไว้ แต่เราเดินไม่ได้ไกล พ่อขาเจ็บ"
"เราก็ไปดอนเมือง" เปิ้ลพูด มองกล้วย "ไปด้วยกันไหม?"
กล้วยนิ่ง
ถ้าไปด้วยกัน ต้องซ่อนเชื้อ ต้องระวังไม่ให้เห็นแขนและตา ต้องไม่ใช้พลังซอมบี้ต่อหน้า
แต่ถ้าไม่ไป พวกเขาอยู่กันสามคน ปู่เดินกะเผลก เด็กยังเล็ก...
"ไปด้วยกัน" กล้วยพูด "แต่ฉันเดินนำ ห้ามแซง"
นิดพยักหน้า ตาแดงนิดหน่อย "ขอบคุณ ขอบคุณมาก"
เด็กชายวิ่งมาจับมือขวาของกล้วย "พี่ชื่ออะไร?"
"กล้วย"
เด็กหัวเราะ "เหมือนผลไม้!"
"ใช่" กล้วยยิ้มบาง "เหมือนผลไม้"
---
หกคนออกเดินทางตอนเก้าโมง กล้วยนำหน้า สูดอากาศสแกนทางทุกสิบวินาที เปิ้ลเดินข้างปู่ช่วยพยุง ใบตองเดินข้างนิดกับเด็กชาย
การเดินช้าลงมาก ปู่เดินได้ไม่เร็ว เด็กขาสั้นเดินได้ไม่ไกล ต้องหยุดพักบ่อย
"ถ้าเป็นสามคน ระยะนี้ใช้เวลาชั่วโมงครึ่ง" ใบตองกระซิบกล้วยตอนหยุดพัก "หกคนอาจใช้สามสี่ชั่วโมง และยิ่งอยู่กลางแจ้งนาน ยิ่งเสี่ยง"
"รู้" กล้วยพูดเบา "แต่ทิ้งพวกเขาไม่ได้"
"ฉันไม่ได้บอกให้ทิ้ง" ใบตองมองกล้วยจริงจัง "แค่บอกว่าต้องหาเส้นทางที่ปลอดภัยกว่า อาจต้องอ้อมไกลขึ้น"
กล้วยสูดอากาศ สแกนรอบ "ทิศเหนือ — ซอมบี้หนาแน่นกว่าวันก่อน ระดับ 2 เยอะขึ้น แถมได้กลิ่นกล้วยสุกระดับ 3 อย่างน้อยสามตัว อยู่ห่างออกไปสามสี่ร้อยเมตร"
"สามตัว?" ใบตองขมวดคิ้ว "เมื่อวานระดับ 3 มีตัวสองตัวต่อฝูง ตอนนี้สามตัว... ยิ่งใกล้ดอนเมือง ยิ่งหนาแน่น"
"เหมือนมีอะไรดึงพวกมันมารวมกัน" กล้วยพูด
"หรือมีอะไร สั่ง ให้มารวมกัน" ใบตองตอบเบา
ทั้งสองมองกัน
พญากล้วยตานี
---
ช่วงสาย สามคนเดินผ่านซอยลึกที่เคยเป็นตลาดนัดกลางคืน ซุ้มขายของพับเก็บ เศษผ้าสีสันลอยตามลม ซอมบี้กล้วยดิบตัวหนึ่งเดินวนรอบเสาไฟฟ้าไม่หยุด เหมือนหมาจรจัดที่รอเจ้าของ
กล้วยเดินผ่านมัน มันไม่สนใจ
เด็กชายจ้องซอมบี้ตาโต "พี่ ทำไมมันไม่มา?"
"มัน... ไม่หิว" กล้วยตอบ ไม่รู้จะอธิบายยังไง
"จริงเหรอ?" เด็กเอียงหัว "แม่บอกซอมบี้หิวตลอดเวลา"
"ซอมบี้ตัวนี้กินอิ่มแล้วมั้ง" เปิ้ลแทรก ยิ้มแต่ตาไม่ยิ้ม
นิดมองกล้วย มองแขนซ้ายที่พันผ้ามิดชิด แต่ไม่ได้ถาม
เธอสงสัย กล้วยรู้ แต่ยังไม่ถาม เพราะเราช่วยชีวิตเธอ
แต่ถ้ารู้ จะยังอยากไปด้วยกันไหม?
ช่วงบ่าย อากาศร้อนจัดจนหายใจแทบไม่ออก ปู่ต้องนั่งพักทุกสิบห้านาที เด็กชายเริ่มร้องอยากน้ำ น้ำเหลือไม่กี่ขวด
กล้วยพาทีมเข้าตึกออฟฟิศร้างเพื่อหลบแดดและหาน้ำ เจอตู้กดน้ำที่ยังมีน้ำเหลือในถัง — ไม่สะอาดนักแต่ต้มได้ เธอต้มน้ำในกะทะเทพ อักษรโบราณเรืองแสงจางๆ ขณะน้ำเดือด
"น้ำต้มจากกะทะเทพ ดื่มได้" ใบตองตรวจดู "ฉันไม่รู้ว่ากะทะฆ่าเชื้อในน้ำได้ด้วยหรือเปล่า แต่ต้มเดือดก็เพียงพอ"
ระหว่างพัก เด็กชายนั่งข้างกล้วย จ้องกะทะเทพ
"กะทะพี่มีตัวหนังสือ" เด็กชี้ที่ก้นกะทะที่ยังอุ่น อักษรโบราณจางๆ ยังเรืองแสง
"เห็นด้วยเหรอ?" กล้วยแปลกใจ
"เห็นค่ะ" นิดพูดจากอีกมุม "ตอนพี่ทำข้าวผัดเมื่อเช้า ฉันเห็นมันเรืองแสง แต่ไม่กล้าถาม"
กล้วยมองใบตอง ใบตองยักไหล่เล็กน้อย — เธอตัดสินใจเอง
"มันเป็นกะทะพิเศษ" กล้วยพูด ไม่ได้โกหก แค่ไม่ได้บอกทั้งหมด "ย่าให้มา อาหารที่ทำจากกะทะนี้มีสรรพคุณบางอย่าง"
"บางอย่างยังไง?" นิดถาม
"มันช่วยคน" กล้วยตอบสั้น
นิดมองเธอนาน แล้วพยักหน้า ไม่ถามเพิ่ม
---
บ่ายสาม พวกเขาเดินถึงสี่แยกใหญ่ที่ถนนตัดกับทางด่วน สะพานทางด่วนมีรอยถล่มบางส่วน รถจอดอัดกันแน่นบนทางด่วนราวกับลานจอดรถที่ไม่มีทางออก
กล้วยหยุด สูดอากาศ
หน้าเธอเปลี่ยน
"ซอมบี้" เธอพูดเบา "เยอะมาก ข้างหน้า ทั้งบนทางด่วนและข้างล่าง ระดับ 1 ระดับ 2 รวมกันเกือบห้าสิบตัว และ..."
เธอสูดอีกครั้ง จมูกย่น
"ซอมบี้กล้วยสุก ระดับ 3 สามตัว อยู่รวมกัน กลิ่นแรงมาก"
"สามตัว ระดับ 3 รวมกลุ่ม?" ใบตองเสียงตึง "ปกติระดับ 3 กระจายตัว ไม่เคยเห็นรวมกลุ่ม..."
"มีอะไรอีก" กล้วยพูดช้า "กลิ่น... เหมือนมีอะไรเน่า ไม่ใช่กลิ่นซอมบี้ปกติ เหมือนผลไม้เน่า กลิ่นแก๊สอะไรบางอย่าง"
"ซอมบี้กล้วยงอม?" ใบตองถาม ตาเบิกกว้าง "ระดับ 4?"
กล้วยสั่นหัว "ไม่แน่ใจ กลิ่นจางกว่า อาจไม่ใช่ แต่ไม่อยากเสี่ยง"
"อ้อมทางไหนได้บ้าง?" เปิ้ลถาม
กล้วยสแกนรอบ ใช้เวลาเกือบนาที "ทิศตะวันออก ห่างจากฝูงมากที่สุด แต่ต้องเดินอ้อมไกล เพิ่มอีกชั่วโมง"
"ปู่เดินไหวไหมครับ?" เปิ้ลถามปู่
ปู่ยิ้ม ขาสั่น "ไหวลูก แค่ช้าหน่อย"
"ไม่ต้องรีบ" กล้วยพูด "เดินช้าดีกว่าเดินเข้าไปหาซอมบี้ห้าสิบตัว"
---
ทั้งหกอ้อมไปทางตะวันออก เดินผ่านซอยหลังหมู่บ้านจัดสรรเก่า บ้านทุกหลังมีรอยพังทลาย หลายหลังถูกเพลิงไหม้ สวนหน้าบ้านที่เคยมีดอกไม้ตอนนี้มีแต่ต้นกล้วยกลายพันธุ์งอกแทรกขึ้นมาจากพื้นดิน
"ต้นกล้วยกลายพันธุ์เยอะขึ้นเรื่อยๆ" ใบตองสังเกต "เมื่อสองสามวันก่อนเห็นแค่ประปราย ตอนนี้แทบทุกซอย"
"เชื้อกำลังเปลี่ยนเมือง" กล้วยพูด "ไม่ใช่แค่เปลี่ยนคน มันเปลี่ยนทุกอย่าง"
"ถ้าปล่อยไว้นาน" ใบตองพูด เสียงเรียบแต่หนัก "กรุงเทพฯ จะกลายเป็นป่ากล้วย"
ค่ำลง ท้องฟ้าเปลี่ยนเป็นสีส้มอมม่วง กล้วยหาที่พักค้างคืนจนเจอร้านอาหารเก่าที่ยังมีหลังคาครบและประตูปิดได้ ร้านข้าวแกงชื่อ "แม่จู ข้าวราดแกง" ป้ายยังอ่านได้
"เหมาะเลย" เปิ้ลยกกล้อง "ร้านอาหารสำหรับเชฟกะทะเทพ"
ข้างในร้านมีเตาแก๊สเชิงพาณิชย์สองหัว ถังแก๊สยังมีอยู่ ตู้เย็นไม่มีไฟฟ้าแต่มีเครื่องปรุงหลายอย่าง — ซีอิ๊วขาว น้ำมันหอย กระเทียมแห้ง พริกแห้ง น้ำมันพืชสองขวด
และในถังโฟมหลังร้าน — ผักสดที่เหี่ยวบ้างแต่ยังพอใช้ได้ ผักกาดขาว ต้นหอม กะหล่ำปลี
"วัตถุดิบสด!" กล้วยหัวใจเต้น "ไม่สดมากแต่ยังใช้ได้ ดีกว่าของกระป๋อง"
เธอทำ ข้าวผัดผักรวม ในกะทะเทพ — กระเทียม ผักกาดขาว ต้นหอม กะหล่ำปลี ปรุงด้วยซีอิ๊วขาวและน้ำมันหอย
กะทะร้อน อักษรโบราณเรืองแสงจ้ากว่าทุกครั้ง กล้วยรู้สึกถึงมือที่ถูกนำอีกครั้ง ชัดเจนขึ้น เหมือนกะทะกำลังตื่น
อาหารเสร็จ ทุกคนนั่งล้อมวง หกคนกินข้าวผัดจากกะทะเทพในร้านข้าวแกงร้าง
เด็กชายกินหมดจานเป็นคนแรก "อร่อยกว่าข้าวแม่!"
"เฮ้!" นิดหัวเราะ เสียงหัวเราะแท้ๆ ครั้งแรกในหลายวัน
ปู่ตักข้าวผัดช้าๆ ตาแดง "ไม่ได้กินข้าวร้อนๆ มาหกวัน..."
กล้วยมองทุกคนที่กินอาหารจากกะทะเทพ ฉากนี้ซ้ำแล้วซ้ำอีกตั้งแต่วันแรก — ทำอาหาร แบ่งให้คน เห็นรอยยิ้ม
อาหารคือสิ่งที่เชื่อมคนเข้าด้วยกัน เธอคิด แม้ในวันสิ้นโลก การนั่งกินข้าวด้วยกันยังทำให้คนรู้สึกเป็นคน
เชื้อที่แขนซ้ายจางลง วัตถุดิบไม่ได้สดมากนัก แต่ก็ช่วยได้
"พรุ่งนี้ ถ้าเดินอีกไม่ถึงครึ่งวัน น่าจะถึงเขตดอนเมือง" ใบตองเปิดแผนที่ "ถ้าเขตปลอดภัยมีจริง..."
"ถ้า" กล้วยพูด "ถ้าไม่มีล่ะ?"
"ก็หาทางต่อไป" เปิ้ลพูด "เหมือนที่ทำมาตลอด"
กล้วยมองกะทะเทพ อักษรโบราณยังเรืองแสงจางๆ แม้ไฟดับแล้ว แสงเรืองยาวนานกว่าทุกครั้ง
เธอรู้สึกว่ากะทะกำลังเปลี่ยน
หรือเธอเองกำลังเปลี่ยน
หรือทั้งสองอย่าง
"ไปนอนกัน" กล้วยพูด "พรุ่งนี้อาจเป็นวันยาว"
เปิ้ลถ่ายฉากสุดท้าย — หกคนนั่งล้อมวงในร้านข้าวแกงร้าง กะทะเทพวางตรงกลาง แสงเทียนกระพริบ ตั้งชื่อตอนว่า "ถนนสายเดียวกัน"
ความคิดเห็น
ยังไม่มีความคิดเห็น