จุดเริ่มต้นของเรื่องราวทั้งหมด ต้องย้อนกลับไปเมื่อศิษย์พี่สามอุ้มกลุ่มนักฆ่าเหล่านั้นจากไป

ที่ศิษย์พี่สามบอกกับเจียงหลิ่วว่าตนเองไม่มีชื่อ แน่นอนว่าเป็นเพราะเขากำลังซ่อนเร้นฐานะ

ทุกคนในสำนักวั่งซูล้วนมีความลับ ด้วยหลักการที่ว่าสิ่งใดที่ตนเองไม่ปรารถนาก็ไม่ควรทำต่อผู้อื่น พวกเขาจึงไม่เคยไต่ถามความลับของใคร ด้วยเหตุนี้ ทั่วทั้งสำนักวั่งซูจึงมีเพียงมู่เหยาผู้มีญาณทิพย์รับรู้โดยสัญชาตญาณเท่านั้นที่รู้ว่า ศิษย์พี่สาม… แท้จริงแล้วมิใช่เพียงผู้บำเพ็ญเพียรสายมาร แต่ยังเป็นถึงหัวหน้าของเหล่ามาร เป็นถึงจอมมาร

ศิษย์พี่สามนั้นเป็นคนที่ไม่ชอบความยุ่งยากมาแต่ไหนแต่ไร ดังเช่นที่เขาขี้เกียจคิดชื่อปลอม จึงบอกไปตรง ๆ ว่าตนเองไม่มีชื่อ เพื่อตัดปัญหา

เหตุผลที่เขามายังสำนักวั่งซูก็เป็นเพราะพวกผู้อาวุโสในพรรคมารเอาแต่พร่ำบ่นทุกวี่วันว่าเมื่อจอมมารบรรลุสุดยอดวิชาแล้วก็จะบุกรุกพันธมิตรเซียน บุกรุกพันธมิตรเซียน แต่ศิษย์พี่สามกลับรู้สึกว่าการทำสงครามนั้นช่างน่าเบื่อหน่าย เขาจึงได้แต่เออออห่อหมกไปวัน ๆ ครั้นต่อมาศิษย์พี่สามเริ่มรู้สึกว่าแม้แต่การตอบรับส่ง ๆ ก็ยังน่าเบื่อหน่าย เขาจึงถือโอกาสอ้างว่าจะไปแทรกซึมในพันธมิตรเซียน และด้วยเหตุนี้จึงได้กลายมาเป็นศิษย์ของสำนักวั่งซู

ส่วนเหตุผลที่เลือกสำนักวั่งซูนั้นง่ายมาก

เริ่มจากการตัดสำนักใหญ่ที่มีชื่อเสียงออกไป จากนั้นก็ตัดสำนักที่ตั้งอยู่ในเขตเมืองที่เจริญรุ่งเรืองออก สุดท้ายก็ตัดสำนักที่มีศิษย์เกินห้าคนออก ก็จะเหลือเพียงสำนักวั่งซูแห่งนี้ ที่มีอาจารย์เพียงหนึ่งเดียว ศิษย์เพียงสอง และไม่มีใครอื่นล่วงรู้ถึงการมีอยู่ของพวกเขา

นามว่าแทรกซึม แท้จริงคือการมาพักผ่อนล่วงหน้า

สิ่งเดียวที่ไม่สมบูรณ์แบบคือ เขายังคงต้องนำ “ของกำนัล” จากการแทรกซึมกลับไปปิดปากพวกผู้อาวุโสเหล่านั้นอยู่เป็นระยะ

โชคดีที่ภายในสำนักวั่งซูนั้นเต็มไปด้วยขยะและของเก่า โดยเฉพาะอย่างยิ่งซ่างกวนอวี้เฟิ่ง นางเป็นดั่งเครื่องจักรผลิตขยะชั้นยอด เขาเพียงแค่นำขยะสองสามชิ้นกลับไปส่ง ๆ ก็เพียงพอแล้ว

ในยามปกติ ศิษย์พี่สามจะกลับไปยังพรรคมารโดยตรง แต่วันนี้ เขายังมีธุระอีกอย่างที่ต้องทำก่อน

นั่นก็คือลูกตาหมูที่เขาชุบชีวิตและยังกินได้ ดวงตาหมูที่ไร้ความยืดหยุ่นนั้นช่างน่าเบื่อหน่าย เจียงหลิ่วบอกว่าห้ามทิ้งอาหาร แล้วเขาก็ควรจะนำมันกลับไปที่ห้องครัวหลังเรือนของหลิ่วเยว่ซวน

ด้วยเหตุนี้ ศิษย์พี่สามจึงอ้อมไปที่ลานหลัง “โรงอาหารสำนักวั่งซู” ก่อน

การอุ้มคนกลุ่มใหญ่เข้าไปในครัวนั้นคงจะแออัด ศิษย์พี่สามจึงใช้เพียงแค่อาคมพันธนาการอย่างง่าย ๆ โยนขยะพวกนี้ไว้ที่ลานหลังบ้านก่อน

ทว่า ศิษย์พี่สามหารู้ไม่ว่า ในขณะที่เขากำลังร่ายอาคมพันธนาการอยู่นั้น ฤทธิ์สะกดจิตของมู่เหยาที่อยู่ในร่างของคนเหล่านั้นก็หมดลงพอดี

ดังนั้น ทันทีที่คนเหล่านั้นฟื้นคืนสติ พวกเขาก็เห็นใบหน้าเด็กที่น่าสะพรึงกลัวของศิษย์พี่สาม จากนั้นก็พบว่าตนเองถูกปกคลุมด้วยหมอกดำมิดอีกครั้ง…

ชั่วขณะนั้น ความทรงจำอันสิ้นหวังนับไม่ถ้วนก็ถาโถมเข้ามา เมื่อความหวาดกลัวถึงขีดสุด พวกเขาก็แม้แต่จะส่งเสียงร้องก็ทำไม่ได้ ได้แต่สั่นเทิ้มราวกับเป็นลมบ้าหมู เส้นผมทุกเส้นทั่วร่างล้วนสั่นสะท้านด้วยความหวาดผวา จนสิ่งของในแขนเสื้อร่วงหล่นลงมา แต่พวกเขาก็ไม่สามารถหยุดการสั่นได้

ศิษย์พี่สามรออยู่ครู่หนึ่งจนกระทั่งหลิ่วเยว่ซวนวางมือจากงาน แล้วยื่นลูกตาหมูให้เขา

เมื่อศิษย์พี่สามกลับมาเตรียมจะอุ้มคนเหล่านั้นไปต่อ เขาก็ต้องประหลาดใจเมื่อพบว่ารอบ ๆ ตัวคนเหล่านั้นมีสิ่งของร่วงหล่นอยู่เป็นวง ทั้งขวดเล็กขวดน้อย กระดาษ และผ้าเช็ดหน้า มีทุกสิ่ง

ศิษย์พี่สามขมวดคิ้ว มองไปยังกลุ่มขยะเหล่านั้นด้วยสายตาที่ดูถูกเหยียดหยามยิ่งกว่าเดิม

ถึงกับทิ้งขยะเรี่ยราด ช่างไร้มารยาทสิ้นดี

ศิษย์พี่สามยกตัวผู้บุกรุกขึ้น พลางวาดมือส่งพลังปราณ ม้วนเศษขยะที่พวกมันทิ้งไว้ให้ลอยไปกองรวมกันที่กองขยะด้านข้าง จากนั้นก็เหาะร่างจากไปอย่างรวดเร็ว

เนื่องจากศิษย์พี่สามกำลังเร่งรีบเดินทาง จึงมิได้สังเกตว่า จุกไม้ก๊อกของขวดกระเบื้องใบหนึ่งที่เขียนว่า “ผงอ่อนทรุดสุดโอชะ” นั้นได้ถูกกระแทกจนหลุดออกไปแล้ว และเมื่อเขาม้วนขยะ ผงยาภายในขวดจึงหกกระจายเต็มพื้น

ผงอ่อนทรุดขวดนี้เป็นของที่ผู้มีฌานวิเศษปรุงขึ้นเป็นพิเศษ โดยมีชื่อว่า “ผงอ่อนทรุดสุดโอชะ” เหตุที่ได้ชื่อเช่นนั้นก็เพราะมันมีรสชาติอร่อยอย่างแท้จริง

แท้จริงแล้ว ยอดแห่งยาพิษมิใช่การไร้สีไร้กลิ่น หากแต่เป็นการมีสีมีกลิ่น สามารถเพิ่มรสและสีสันให้กับอาหารที่ใส่ยาลงไป ทำให้ผู้ที่ถูกวางยาเมื่อได้ลิ้มลองคำแรกแล้วยังอยากกินคำที่สอง จนสามารถกินอาหารหมดจาน ไม่ให้เหลือทิ้งทั้งอาหารและยาพิษ

กระทั่งไก่บ้านที่หลิ่วเยว่ซวนเลี้ยงไว้ในสวนหลังบ้าน เมื่อได้จิกกินผงยานั้นไปคำหนึ่งก็รู้สึกหอมอร่อย จนอดไม่ได้ที่จะส่งเสียง “กุ๊ก กุ๊ก กะต๊าก” เรียกพรรคพวกไก่ฝูงใหญ่ให้มากิน “ผงอ่อนทรุดสุดโอชะ” บนพื้นจนหมดเกลี้ยง

3,926 ตัวอักษร

ความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น

แชร์: