【ชื่อเกม: ค่ายฤดูร้อนพันธมิตรเซียน, เปิดแล้ว】
【ด่านแรก: บททดสอบเข้าสู่ขุนเขา】
【จำนวนผู้รอดชีวิตในทีม: 8/8】
ข้อความแจ้งเตือนที่ปรากฏเบื้องหน้า บ่งบอกถึงการเริ่มต้นอย่างเป็นทางการของเกม
หานหลิงเปิดสารานุกรมไป๋ตู้อีกครั้ง ค้นหาคำว่า “ค่ายฤดูร้อนพันธมิตรเซียน” เพื่อตรวจสอบข้อมูลของด่านแรกนี้อีกรอบ
“ค่ายฤดูร้อนพันธมิตรเซียน”
【บทนำ】
ผู้ก่อตั้งค่ายฤดูร้อนพันธมิตรเซียนเคยกล่าวไว้ว่า “ยุคสมัยก้าวหน้าไปแล้ว พวกเราผู้บำเพ็ญตนก็ไม่อาจเอาแต่ต่อสู้ฆ่าฟัน เพิ่มความสูญเสียภายในได้ ไม่ดี ไม่ดี ควรเก็บรักษาพลังไว้ มุ่งมั่นร่วมกันต่อต้านศัตรูภายนอก ทุ่มเทกำจัดปีศาจ” ค่ายฤดูร้อนพันธมิตรเซียนจัดขึ้นทุกสิบปี ทั้งสำนักใหญ่เล็กหรือผู้บำเพ็ญตนอิสระสามารถเข้าร่วมได้ เป็นกิจกรรมรวมของพันธมิตรเซียนเพื่อยกระดับความสามารถโดยรวมของศิษย์ ส่งเสริมความสัมพันธ์ระหว่างสำนักใหญ่เล็ก แลกเปลี่ยนเรียนรู้ซึ่งกันและกัน และก้าวหน้าไปด้วยกัน
【ช่วงกิจกรรม】
หนึ่ง, บททดสอบเข้าสู่ขุนเขา
เมื่อทุกคนมาถึง จะทำการจับหมายเลข ผู้ที่จับได้หมายเลขเดียวกันสองคนจะถือเป็นกลุ่มเดียวกัน (ไม่จำกัดเฉพาะศิษย์สำนักเดียวกัน จับคู่แบบสุ่ม) หลังจากเข้าสู่ขุนเขาแล้ว แต่ละกลุ่มจะได้รับมอบหมายภารกิจที่แตกต่างกัน โดยมีเวลาจำกัดสิบสองชั่วยาม หากทำภารกิจสำเร็จทั้งสองคนจะได้รับคะแนนเพิ่มห้าคะแนน
……
【การจัดอันดับรางวัล】
……
วิธีการจัดอันดับคะแนนรวมของสำนัก: นับจากคะแนนเฉลี่ยต่อคนของทั้งสำนัก
……
เป้าหมายของหานหลิงคือการนำพาศิษย์สำนักวั่งซูทั้งหมด ให้ได้รับคะแนนรวมเป็นอันดับหนึ่ง คว้าชัยชนะในการแข่งขัน และอยู่รอดต่อไป!
พลังพิเศษอ่านใจของมู่เหยา เมื่อเจอกับระบบต่างๆ นานา ก็สามารถมองเห็นทุกสิ่งที่ปรากฏบนหน้าจอระบบได้ ก่อนหน้านี้ก็เพราะเหตุนี้ มู่เหยาถึงได้แอบอ่านนิยายของศิษย์พี่หญิงหกได้
ตอนนี้ ข้อความแจ้งเตือนระบบที่ปรากฏตรงหน้าศิษย์พี่แปด มู่เหยาก็เห็นด้วยเช่นกัน
นี่มัน...ดันเจี้ยนแนวอินฟินิตี้จริงๆ สินะ
เมื่อคิดได้ดังนั้น มู่เหยาก็รู้สึกตื่นเต้นและหวาดเสียวขึ้นมาอย่างฉับพลัน
เล่นเกม! ความปรารถนาที่ชาติก่อนเธอใฝ่ฝันมาทั้งชีวิต สุดท้ายก็ไม่ได้ทำ ตอนนี้กลับได้เข้าร่วมเกมจริงๆ คิดๆ ดูแล้วก็รู้สึกตื่นเต้นเล็กน้อยนะ!
หลังจากกลุ่มคนจากสำนักวั่งซูเข้าไปในสำนักเฉียนคุนได้ไม่นาน ก็มีศิษย์ผู้หนึ่งซึ่งมีหน้าที่โดยเฉพาะในการต้อนรับและแนะนำกฎเกณฑ์เข้ามา
สมกับที่เป็นงานใหญ่ของพันธมิตรเซียน ไม่ว่าจะเป็นสำนักเล็กใหญ่ ศิษย์สำนักเฉียนคุนต่างก็มีทัศนคติในการบริการที่ดีเยี่ยม
ศิษย์ผู้นั้นนำทางกลุ่มคนจากสำนักวั่งซู ไปจนถึงหน้ากระบอกใส่ป้ายหมายเลข แล้วผายมือให้ทุกคนหยิบป้าย เมื่อหาคู่ได้แล้ว ก็สามารถเริ่มบททดสอบเข้าสู่ขุนเขาได้ทุกเมื่อ
หลังจากอาจารย์และเหล่าศิษย์พี่ชายหญิงทยอยจับฉลากจนหมด คนสุดท้ายคือมู่เหยา
มู่เหยาหยิบป้ายฉลากออกมาแผ่นหนึ่ง บนนั้นเขียนว่า “หกร้อยหกสิบหก”
ด้านหลังยังเขียนภารกิจว่า “รดน้ำสมุนไพรวิญญาณทั้งหมดบนภูเขาให้ทั่ว”
ก่อนที่มู่เหยาจะจับฉลาก เธอไม่เคยคาดคิดเลยว่าภารกิจ...จะติดดินขนาดนี้
เธอคิดว่า ต่อให้ไม่ใช่ให้จับปีศาจตนใดตนหนึ่ง อย่างน้อยก็น่าจะเป็นให้เก็บสมุนไพรวิญญาณที่หายากบางชนิด ดูเหมือนเธอจะคิดมากไปเอง
แต่ภารกิจนี้ ดูเหมือนจะง่าย แต่ก็ไม่ง่ายเลยสักนิด
สมุนไพรวิญญาณทั้งหมด หมายความว่าไม่เพียงแต่ต้องทดสอบความเร็วของผู้เข้าร่วมเท่านั้น แต่ยังต้องทดสอบความสามารถในการหลีกเลี่ยงสัตว์วิญญาณบนภูเขาด้วย และในยามคับขัน อาจถึงขั้นต้องต่อสู้กับสัตว์วิญญาณ และต้องจบการต่อสู้ให้เร็วที่สุด
“หกร้อยหกสิบหก นั่นเจ้าสินะ?”
ในขณะที่มู่เหยากำลังวิเคราะห์ภารกิจ เสียงทุ้มต่ำที่ฟังดูไม่น่าพอใจก็ดังขึ้นข้างหู
น้ำเสียงเหี้ยมเกรียมเจือด้วยความรำคาญสามส่วน แฝงไว้ด้วยความดูแคลนสี่ส่วน เพียงได้ยินก็มิใช่คนดีโดยแท้
“ใช่ ข้าเอง” มู่เหยาเงยหน้าขึ้น มองบุรุษเบื้องหน้าผู้คงจะหลงตัวเองว่ารูปงามจึงไว้หนวดแพะประหลาดบดบังดวงตา ทั้งที่จริงแล้วกลับมีรูปลักษณ์ธรรมดาสามัญยิ่ง “ท่านก็คือหมายเลขหกร้อยหกสิบหกเช่นกันหรือ?”
“เป็นเจ้าจริง ๆ เสียด้วย!” บุรุษผู้นั้นยิ่งแสดงความไม่พอใจ มองมู่เหยาด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความสูงส่งและความเหยียดหยาม “ไอ้ขยะที่แม้แต่รากวิญญาณก็ไม่มี เจ้ามันเป็นตัวอะไร ถึงบังอาจมาอยู่ร่วมกลุ่มเดียวกับข้า เป่าฮุ่ยยี่สิบสี่ เจ้า...ก็...คู่ควรแล้วหรือ!”
มิแปลกใจเลยที่ในวินาทีที่เขาเอ่ยปาก มู่เหยาก็รู้สึกได้ถึงความดาษดื่นอันแสนคุ้นเคย แท้จริงแล้วก็เป็นเพียงตัวละครประกอบตัวหนึ่งในนิยายของศิษย์พี่รองนั่นเอง
ดูท่าแล้ว หมายเลขหกร้อยหกสิบหกนี้...เดิมทีน่าจะเป็นศิษย์พี่รองที่ได้รับเสียมากกว่า
ความคิดเห็น
ยังไม่มีความคิดเห็น