“สี่แห่ง?” เมิ่งจื่อหลีเอียงศีรษะครุ่นคิด “บนเขานี้มีสุนัขที่ต้องใช้โพรงเยอะปานนี้?”
ตงฟางหลิน “….”
เห็นได้ชัดว่าประเด็นสำคัญของศิษย์น้องหญิงเจ็ดเบี่ยงเบนไปไกลเกินจินตนาการ
“ข้าแต่เดิมคิดว่ามีเพียงโพรงเดียว หากมีถึงสี่แห่ง…พวกเราจะไล่หาทีละแห่ง จะไม่ทันการณ์เอาน่ะหรือ?” ตงฟางหลินขมวดคิ้วเล็กน้อย
การที่คนทั้งห้าทำสิ่งเดียวกันพร้อมกันนั้นดูเป็นการสิ้นเปลืองกำลังคนอยู่แล้ว หากมีเพียงโพรงเดียวก็แล้วไป นี่กลับมีถึงสี่แห่ง…ทางศิษย์พี่หญิงใหญ่ก็ยังไม่มีข่าวคราว พวกเขาหาเบาะแสได้เร็วเท่าไหร่ ก็จะเป็นประโยชน์ต่อศิษย์พี่หญิงใหญ่ทั้งสามมากขึ้นเท่านั้น ยิ่งไปกว่านั้น ด้วยกฎเกณฑ์ของคนผู้อยู่เบื้องหลัง…ยิ่งปล่อยเวลาให้ล่วงเลยไปนานเท่าไหร่ ทุกคนก็จะยิ่งอันตรายมากขึ้นเท่านั้น โอกาสที่ผู้อื่นจะพบโพรงสุนัขก่อนพวกเขาก็ยิ่งสูงขึ้น
“ข้ารู้สึกว่าคงไม่ทัน” มู่เหยาพยักหน้าอย่างจริงจัง “อย่างไรเสียพวกเราก็มีคนมากพอ แบ่งกลุ่มกันไปทำงานน่าจะดีกว่า”
“เอ่อ…เช่นนั้น ศิษย์น้องเล็กคิดว่าพวกเราห้าคน จะแบ่งกันอย่างไรดี?” หลิ่วเยว่ซวนถามด้วยความสงสัย
“ข้าคิดมาแล้ว” มู่เหยากล่าวด้วยท่าทีจริงจัง “ในบรรดาพวกเราทั้งหมด มีเพียงข้าเท่านั้นที่ไร้ซึ่งพลังฝีมือ ดังนั้น ข้าจึงไม่สามารถอยู่กลุ่มคนเดียวได้”
“อืม มีเหตุผล” เมิ่งจื่อหลีพยักหน้าเห็นด้วย
“ยิ่งไปกว่านั้น ในเมื่อการเดินทางครั้งนี้เต็มไปด้วยสิ่งที่คาดไม่ถึงและอันตราย นอกเหนือจากกลุ่มคนที่ออกไปหาโพรงสุนัขแล้ว พวกเราควรมีกลุ่มคนที่คอยเฝ้าระวังอยู่ต่างหากด้วย เผื่อกรณีฉุกเฉิน” มู่เหยาวิเคราะห์ต่อไปอย่างตั้งใจ
“อืม…ก็มีเหตุผล” หลิ่วเยว่ซวนพยักหน้าตาม ครั้นพยักหน้าไปได้ครึ่งหนึ่ง นางก็รู้สึกว่ามีบางอย่างไม่ถูกต้อง “ไม่สิ อย่างนั้นมันก็กลายเป็นห้ากลุ่ม…”
“โดยสรุปแล้ว ข้าคิดว่า พวกเราควรให้ข้ากับเขา เป็นกลุ่มเฝ้าระวัง” ว่าแล้ว มู่เหยาก็ชี้ไปยังหลูเซิงที่ทุกคนลืมเลือนไปนานแล้ว ซึ่งยังคงนอนน้ำลายฟูมปากชักกระตุกอยู่บนพื้น
เห็นได้ชัดว่า “เขา” ที่ศิษย์น้องเล็กกล่าวถึงนั้น หมายถึงหลูเซิง
เพราะทุกคนตกอยู่ในความเงียบงันชั่วขณะ
ฟังดูเหมือนการวิเคราะห์จะมีเหตุผลอย่างยิ่ง แต่เหตุใดข้อสรุปที่ได้กลับไม่สมเหตุสมผลเอาเสียเลย
แต่มีสิ่งหนึ่งที่ศิษย์น้องเล็กพูดถูก
ศิษย์น้องเล็กไม่มีพลังฝีมือ เวลากระชั้นชิด แทนที่จะพาไปเสี่ยงอันตราย การปล่อยนางไว้ในที่ที่มีคนน้อยกว่ากลับปลอดภัยกว่า
หลูเซิงที่อยู่ตรงหน้าคือตัวอย่างที่เห็นได้ชัด
สลบไปสามสี่รอบแล้ว แต่กลับมีชีวิตรอดที่แข็งแกร่งกว่าใคร
ในเมื่อตอนนี้ทุกคนตกอยู่ในสถานการณ์เดียวกัน แท้จริงแล้วจึงไม่มีแผนการใดที่ปลอดภัยอย่างแท้จริง ทำได้เพียงชั่งน้ำหนักระหว่างภัยร้ายสองอย่างแล้วเลือกสิ่งที่เบากว่าเท่านั้น
“เหมียว!” แมวเหยากวงร้องอย่างไม่พอใจ
ไอ้ก้อนที่ใกล้ตายบนพื้นยังนับได้ แล้วเหตุใดเจ้านายถึงไม่นับมันด้วยเล่า?
“ยิ่งไปกว่านั้น ข้ายังมีแมวตัวนี้ด้วย” มู่เหยาชี้ไปยังแมวเหยากวงที่กำลังพยายามแสดงตนด้วยการส่งเสียง “อย่างไรเสียมันก็มีเพื่อน…ประเภทสุนัขอยู่ไม่น้อย”
สายตาของทุกคนหันไปยังฝูงหมาป่าที่อยู่ตรงหน้า
มองไปยังดวงตาที่ฉลาดเฉลียวเป็นแถวเป็นแนวเหล่านั้น และอุ้งเท้าที่ยื่นออกมา ทุกคนพลันรู้สึกว่ามันน่าเชื่อถือขึ้นมา
“ข้ารู้สึกว่าศิษย์น้องเล็กพูดมีเหตุผล” ศิษย์พี่สามกลับมาตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้กล่าวขึ้น “นิ่งสงบสยบความเคลื่อนไหว บางทีอาจจะดีกว่าการที่เราพาศิษย์น้องเล็กวิ่งวุ่นไปมาแล้วถ่วงแข้งถ่วงขากันเอง แบ่งกลุ่มตามที่ศิษย์น้องเล็กพูดเถอะ”
เดิมทีทุกคนก็คล้อยตามอยู่รางๆ ครั้นได้ฟังคำพูดของศิษย์พี่สาม พวกเขาก็เปลี่ยนความคิดอย่างสิ้นเชิง
“เอาล่ะ เช่นนั้นก็เป็นไปตามที่ศิษย์น้องเล็กกล่าว พวกเราสี่คนจะแยกย้ายกันตามร่องรอย...สุนัข เพื่อไปหาโพรงสุนัข ส่วนศิษย์น้องเล็กก็รออยู่ที่นี่ หากเกิดอันตรายใด ๆ ขึ้น ต้องรีบติดต่อพวกเราทันที!” ศิษย์พี่รองกล่าวสรุปหนักแน่น เป็นอันตกลงตามนี้
มู่เหยาแย้มยิ้ม โบกมือส่งศิษย์พี่ทั้งสี่
ที่ฝูงหมาป่าพลันเฉลียวฉลาดขึ้นมานั้น ย่อมเป็นฝีมือของนาง
นางสามารถแทรกซึมเข้าไปบงการจิตของผู้คนได้ นับประสาอะไรกับสัตว์เดรัจฉานอย่างหมาป่า
แต่ถึงกระนั้น มู่เหยามิใช่สุนัข นางย่อมไม่รู้ว่าโพรงสุนัขอยู่ที่ใด
ครั้นเมื่อศิษย์พี่ทั้งสี่ลับสายตาไปแล้ว มู่เหยาจึงเก็บมือกลับด้วยสีหน้าปกติ เดินไปยังหลูเซิงที่สลบไสลอยู่ข้างต้นเหมยที่ออกดอกสี่ครั้ง
มู่เหยาใช้เท้าเขี่ยเขาเบา ๆ หลูเซิงพลันตื่นขึ้น
“หลูเซิง ข้าถามเจ้าว่า...”
ทว่า มู่เหยายังไม่ทันกล่าวจบ หลูเซิงผู้ที่เห็นทีจะไม่รู้จักจำ กลับเข้าสู่โหมดดุดันอีกครั้ง คำรามลั่นพร้อมกับเงื้อมือจะซัดใส่มู่เหยาอีกครา “เหตุใดเจ้าจึงไม่แบ่งให้ข้ากินสักคำ เหตุใดเจ้าจึง...”
มู่เหยาฟาดมือลงไป หลูเซิงก็ร่วงลงไปกองกับพื้นอีกครั้งในท่ากำหมัดแน่น ราวกับดอกเหมยที่ร่วงโรยเป็นครั้งที่ห้า
มู่เหยารวบมือกลับ ปัดฝุ่นออก
นี่มันผ่านมานานเท่าไหร่แล้ว เขายังคงค้างอยู่ในฉากเดิมอยู่อีกหรือนี่
ช่างเถอะ ให้เขาสลบต่อไปนั่นแหละ อย่างน้อยก็สงบดี
ความคิดเห็น
ยังไม่มีความคิดเห็น