ตอนที่ 10: กลิ่นหอมแห่งโชคชะตา ปะทะ กลิ่นสาบแห่งความโกลาหล
รอยแยกมิติสีดำเหนือสวนหมอนทองพันปีขยายกว้างออกราวกับปากของอสูรกายขนาดยักษ์ที่กำลังหิวโหย กลิ่นมังคุดเน่าที่รุนแรงกว่าเดิมนับพันเท่านองพุ่งออกมาจนใบไม้ที่เพิ่งจะฟื้นตัวเริ่มเหี่ยวเฉาอีกครั้ง บรรยากาศรอบตัวหนักอึ้งและเต็มไปด้วยแรงกดดันที่ทำให้แม้แต่จะหายใจยังลำบาก
นางสาวเฟ้งยืนหอบหายใจอยู่ข้างซากยานแม่ พลังของเทพธิดาทุเรียนที่เพิ่งจางหายไปทำให้ร่างกายของเธออ่อนล้า แต่แววตาของเธอยังคงเด็ดเดี่ยว เธอหันไปมองไอ้จ้อน หรือ "พี่จ้อน" ที่บัดนี้กำลังวุ่นอยู่กับการกดปุ่มบนแผงควบคุมที่ยังใช้ได้ของยานแม่
"พี่จ้อน! มันคืออะไรจ๊ะไอ้มืดๆ บนฟ้านั่น!" เฟ้งตะโกนถาม
"มันคือ 'ประตูมิติระดับมหาจักรวาล'!" ไอ้จ้อนตอบโดยไม่ละสายตาจากหน้าจอ "จักรพรรดิมังคุดที่เราเพิ่งชนะไปน่ะ เป็นแค่เบี้ยตัวเดียวของ 'จอมมารราชินีมังคุด' ยัยนั่นกำลังจะเปิดประตูเพื่อส่งกองทัพมังคุดทมิฬมาเก็บเกี่ยวโลกใบนี้!"
จักรพรรดิมังคุดที่นอนสะบักสะบอมอยู่ใกล้ๆ ครางออกมาอย่างหวาดกลัว "พวกเจ้า... พวกเจ้าไม่มีวันหยุดนางได้... นางคือความมืดมิดที่แท้จริง... ข้าเองก็แค่ทาสที่โดนหลอกว่าจะได้ครองโลก..."
"ทาสก็ส่วนทาสจ้ะ แต่ตอนนี้แกต้องช่วยพวกเรา!" เฟ้งเดินเข้าไปกระชากคอเสื้อจักรพรรดิ "บอกมาว่าจุดอ่อนของประตูมิตินี่คืออะไร!"
"กลิ่น... กลิ่นคือทุกอย่าง..." จักรพรรดิพึมพำ "นางใช้กลิ่นมังคุดเน่าเพื่อกัดกร่อนมิติ... มีเพียงกลิ่นที่หอมบริสุทธิ์และทรงพลังที่สุดเท่านั้นที่จะอุดรอยแยกนั่นได้..."
เฟ้งหันไปมองต้นทุเรียนพันปีที่บัดนี้เหลือเพียงกิ่งก้านที่สั่นไหว ผลทุเรียนทองคำลูกสุดท้ายเธอเพิ่งกินไปเพื่อให้ได้พลังเทพธิดา "แล้วพี่จะไปหาทุเรียนที่ไหนมาอีกจ๊ะ! มันหมดสวนแล้ว!"
ไอ้จ้อนนิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะหันมามองเฟ้งด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยการตัดสินใจ "เฟ้ง... จำที่แม่บอกได้มั้ย? ครอบครัวเราเคยเป็นหนึ่งเดียวกัน... มังคุดกับทุเรียนไม่ได้ขัดแย้งกัน แต่พวกมันส่งเสริมกัน..."
"พี่หมายความว่ายังไงจ๊ะ?"
"ในยานแม่ลำนี้... มี 'มังคุดบริสุทธิ์' ที่จักรพรรดิแอบเก็บไว้เพื่อใช้เป็นเสบียงส่วนตัว" ไอ้จ้อนชี้ไปที่ห้องลับใต้ท้องยาน "ถ้าเราเอาความหวานของมังคุดบริสุทธิ์นั่น มาผสมกับ 'ก๊าซทุเรียนหมื่นปี' ที่ยังหลงเหลืออยู่ในรากไม้ทองคำ... เราอาจจะสร้างกลิ่นมหาเทพที่รุนแรงพอจะปิดประตูมิตินั่นได้!"
"แต่มันต้องใช้คนที่มีสายเลือดทั้งสองฝั่งช่วยกันกระตุ้นพลังงาน!" ทูตมังคุดจิ๋วเสริมขึ้นมา "เจ้าจ้อนมีสายเลือดฝั่งมังคุดที่เข้มข้น ส่วนเจ้าเฟ้งมีสายเลือดฝั่งทุเรียนที่แท้จริง!"
"เอาล่ะจ้ะ! ในเมื่อเป็นเรื่องครอบครัว พี่เฟ้งไม่เคยเกี่ยง!" เฟ้งกำหมัดแน่น
ไอ้จ้อนรีบไปนำมังคุดบริสุทธิ์ออกมา มันเป็นมังคุดลูกโตสีม่วงนวลที่ไม่มีรอยตำหนิแม้แต่นิดเดียว เฟ้งเดินไปที่โคนต้นทุเรียนพันปี เธอวางมือลงบนเปลือกไม้ที่ขรุขระ "แม่จ๋า... ช่วยเฟ้งกับพี่จ้อนด้วยนะจ๊ะ..."
รากไม้ทองคำเริ่มเปล่งแสงตอบรับ เฟ้งและไอ้จ้อนยืนประจันหน้ากันโดยมีมังคุดบริสุทธิ์วางอยู่ตรงกลาง พวกเขาประสานมือกันเหนือผลไม้นั้น ทันใดนั้น พลังงานสีทองจากเฟ้งและสีม่วงอ่อนจากไอ้จ้อนก็เริ่มไหลมารวมกัน
"นึกถึงตอนที่เรายังเป็นเด็ก... ตอนที่พวกเรายังวิ่งเล่นในสวนผลไม้ด้วยกัน!" ไอ้จ้อนตะโกน
ความทรงจำในวัยเยาว์ไหลย้อนกลับมา ภาพของพี่น้องที่แบ่งปันผลไม้กันกิน ความขัดแย้งในอดีตถูกลบล้างด้วยความเข้าใจในปัจจุบัน แสงสีขาวนวลเริ่มห่อหุ้มมังคุดและรากไม้ทองคำ กลิ่นที่หอมหวนที่สุดเท่าที่โลกเคยสัมผัสเริ่มแผ่กระจายออกมา
มันไม่ใช่กลิ่นทุเรียนที่ฉุนกึก และไม่ใช่กลิ่นมังคุดที่หวานแหลม แต่มันคือ "กลิ่นแห่งความสมดุล" ที่ทำให้ทุกสิ่งที่สัมผัสรู้สึกถึงสันติสุข
"ตอนนี้แหละ! ส่งมันขึ้นไป!" ทูตจิ๋วตะโกน
เฟ้งและไอ้จ้อนรวบรวมพลังสุดท้าย ผลักดันมวลอากาศแห่งความหอมนั้นพุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า คลื่นความหอมสีรุ้งพุ่งเข้าใส่รอยแยกมิติสีดำอย่างจัง เสียงกรีดร้องของจอมมารราชินีมังคุดดังแว่วมาจากอีกฝั่งของมิติด้วยความเจ็บปวด เพราะกลิ่นแห่งความสมดุลคือยาพิษสำหรับความชั่วร้าย
รอยแยกมิติเริ่มหดตัวลงอย่างรวดเร็ว กลิ่นมังคุดเน่าถูกฟอกจนสะอาดบริสุทธิ์ ท้องฟ้าที่เคยมืดมนกลับมาสดใสเป็นสีฟ้าครามอีกครั้ง ประตูมิติปิดสนิทลงพร้อมกับการล่มสลายของกองทัพทมิฬที่ยังไม่ทันได้ก้าวข้ามมา
เฟ้งและไอ้จ้อนทรุดตัวลงบนพื้นหญ้าด้วยความเหนื่อยอ่อน แต่รอยยิ้มกลับปรากฏบนใบหน้าของทั้งคู่
"เราทำได้แล้วนะพี่จ้อน..." เฟ้งพึมพำ
"ใช่... เราทำได้แล้ว... น้องสาว..." ไอ้จ้อนตอบพลางเอื้อมมือมาลูบหัวเฟ้งเบาๆ
ชาวบ้านที่เคยเป็นซอมบี้เริ่มฟื้นสติขึ้นมาทีละคน พวกเขามองไปรอบๆ สวนด้วยความงงงวย จักรพรรดิมังคุดที่เห็นความพ่ายแพ้ของเจ้านายตนเองก็ยอมคุกเข่าลงต่อหน้าเฟ้ง "ข้า... ข้ายอมแพ้แล้ว... พลังแห่งความนัวและความสมดุลของพวกเจ้า... มันยิ่งใหญ่กว่าที่ข้าจะจินตนาการได้..."
"เลิกคุกเข่าแล้วมาช่วยกันเก็บเปลือกทุเรียนเลยจ้ะท่านจักรพรรดิ!" เฟ้งสั่งพลางหัวเราะร่า "จากนี้ไปแกต้องทำงานชดใช้ค่าเสียหายที่ทำสวนพี่เละเทะ!"
ท่ามกลางแสงแดดอ่อนๆ ของยามเย็น สวนหมอนทองพันปีเริ่มกลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง แม้จะยังมีซากปรักหักพังหลงเหลืออยู่บ้าง แต่ความสัมพันธ์ที่แตกร้าวได้ถูกเชื่อมประสานขึ้นใหม่ และโลกก็ได้รู้จักกับฮีโร่สายผลไม้ที่จะปกป้องความนัวนี้ไปอีกนานแสนนาน
ความคิดเห็น
ยังไม่มีความคิดเห็น