ตอนที่ 11: รากฐานใหม่ในกองซากปรักหักพัง กับ แขกที่ไม่ได้รับเชิญ (รอบที่สอง)
ยามเช้าที่สวนหมอนทองพันปีบัดนี้ไม่มีแสงสีม่วงหรือรอยแยกมิติสีดำมาบดบังอีกต่อไป แสงแดดอุ่นๆ ของเมืองจันท์ทอประกายอาบไล้ไปทั่วบริเวณ กลิ่นหอมจางๆ ของทุเรียนที่สุกงอมตามฤดูกาลยังคงอบอวลอยู่ในอากาศ คละคลุ้งไปกับกลิ่นดินหลังฝนตก แต่ภาพเบื้องหน้ายังคงเป็นซากความพินาศที่หลงเหลือจากสงคราม ยานแม่รูปทรงมังคุดลำเขื่องจอดนิ่งสนิทอยู่กลางทุ่งหญ้าหลังสวน กลายเป็นร่มเงาให้กับเหล่าอดีตซอมบี้ที่บัดนี้กลายเป็นชาวบ้านปกติที่กำลังช่วยกันเก็บกวาดขยะ
นางสาวเฟ้งในชุดคอกระเช้าตัวเดิม (ที่ซ่อมแซมรอยขาดด้วยด้ายสีสดใส) ยืนกอดอกมองดูผลงานการฟื้นฟูสวนด้วยความภูมิใจ ข้างๆ เธอคือไอ้จ้อนที่กำลังใช้ไอแพดรุ่นพิเศษเชื่อมต่อกับระบบเซ็นเซอร์ของยานเอเลี่ยนเพื่อตรวจวัดคุณภาพดิน
"พี่จ้อนจ๊ะ... ดินเราเป็นยังไงบ้าง? โดนเลเซอร์มังคุดไปเยอะแบบนั้น ทุเรียนพี่จะไม่ออกมาเป็นรสชาติสเต็กเนื้อวากิวหรอกเหรอ?" เฟ้งถามพลางเคี้ยวทุเรียนกวนเล่นๆ
ไอ้จ้อนหัวเราะหึๆ "ดินดีกว่าเดิมซะอีกเฟ้ง พลังงานซัลเฟอร์ที่รั่วออกมาจากเตาปฏิกรณ์มันทำหน้าที่เป็นปุ๋ยชั้นยอด พี่คำนวณดูแล้ว ทุเรียนปีหน้าคงจะลูกใหญ่เท่าโอ่งมังกรแน่ๆ"
"ลูกใหญ่เท่าโอ่งก็แบกกันหลังหักสิจ๊ะ!" เฟ้งค้อนขวับ "แต่ก็นะ... มีแรงงานเอเลี่ยนมาช่วยแบกก็คงไม่เท่าไหร่"
เธอหันไปมองจักรพรรดิมังคุดที่บัดนี้สวมผ้ากันเปื้อนลายดอกไม้สีเหลืองอ๋อย กำลังแบกเข่งเปลือกทุเรียนเดินเตาะแตะไปมาตามคำสั่งของทูตมังคุดจิ๋วที่ถือโทรโข่งสีแดงรุ่นชาร์จไฟใหม่ของเฟ้งคอยกำกับ
"เร็วๆ เข้าท่านจักรพรรดิ! อย่าอู้งาน! งานแบกเปลือกทุเรียนคือเกียรติยศสูงสุดของชาวดาวกลิ่นตุๆ!" ทูตจิ๋วตะโกนลั่น
จักรพรรดิมังคุดปาดเหงื่อ (ที่มีสีม่วง) "ข้า... ข้าไม่เคยคิดเลยว่า... การเป็นจักรพรรดิจะมาลงเอยที่กองเปลือกทุเรียนเหม็นๆ นี่..."
"เหม็นเหรอจ๊ะ!" เฟ้งตะโกนเสียงหลง "นั่นน่ะคือกลิ่นแห่งความรวยนะจ๊ะ! แบกต่อไปอย่าให้เหลือแม้แต่ชิ้นเดียว!"
ขณะที่บรรยากาศกำลังเป็นไปอย่างครึกครื้น ไอ้จ้อนก็ชะงักไปเมื่อหน้าจอไอแพดของเขาขึ้นสัญญาณสีแดงเตือนภัย "เฟ้ง... พี่ว่ามีอะไรแปลกๆ ว่ะ"
"อะไรอีกล่ะจ๊ะพี่จ้อน? เอเลี่ยนบุกอีกเหรอ? คราวนี้พี่เฟ้งไม่มีเนื้อทุเรียนทองคำเหลือให้กินแล้วนะ!"
"ไม่ใช่บุก... แตมันคือสัญญาณสื่อสารทางไกล... จากดาวแม่ของพวกมังคุดทมิฬ" ไอ้จ้อนขมวดคิ้ว "มันระบุพิกัดมาที่ 'ห้องลับ' ใต้ท้องยานแม่ที่พังอยู่นี่... และรหัสผ่านมันดันตรงกับรอยสักของผมที่ระเบิดไปแล้ว"
"หมายความว่าไงจ๊ะ?"
"หมายความว่า... จอมมารราชินีมังคุดไม่ได้ส่งประตูมิติมาแค่ครั้งเดียว แต่นางส่ง 'เมล็ดพันธุ์มหาประลัย' ลงมาแฝงตัวอยู่ในโลกนี้นานแล้ว... และที่ตั้งของมันคือใต้รากต้นทุเรียนพันปีของแกนั่นแหละ!"
เฟ้งหน้าซีดลงทันที "ใต้รากต้นทุเรียนพันปีเหรอ! นั่นมันหัวใจของสวนพี่เลยนะจ๊ะ!"
ทันใดนั้น พื้นดินกลางสวนก็เริ่มสั่นสะเทือนอีกครั้ง แต่คราวนี้มันไม่ได้สั่นเพราะประตูมิติ แต่มันสั่นมาจากความลึกใต้พื้นดิน รากไม้ทองคำที่เคยนิ่งสงบกลับเริ่มดิ้นพล่านและเปล่งแสงสีม่วงดำที่ดูอึดอัด กลิ่นมังคุดเน่าที่รุนแรงจนทำให้นกแถวนั้นร่วงลงมาตายเริ่มพวยพุ่งขึ้นมาจากรอยแตกของดิน
"มันเริ่มตื่นแล้ว!" จักรพรรดิมังคุดร้องลั่น "เมล็ดพันธุ์แห่งความพินาศที่ราชินีฝังไว้... มันกำลังจะสูบพลังงานจากรากไม้ทองคำเพื่อสร้าง 'ราชินีร่างจำลอง' บนโลกนี้!"
"พี่จ้อน! ทำอะไรซักอย่างสิจ๊ะ!" เฟ้งกระโดดคว้ามีดกรีดทุเรียนขึ้นมาเตรียมพร้อม
"เราต้องลงไปใต้ดิน!" ไอ้จ้อนบอก "ในยานมีหุ่นยนต์ขุดเจาะขนาดจิ๋วเหลืออยู่... เราต้องส่งคนลงไปทำลายเมล็ดนั่นก่อนที่มันจะโต!"
"พี่เฟ้งจัดให้! ใครจะลงไปถ้าไม่ใช่เจ้าของสวน!" เฟ้งประกาศก้อง
แต่ก่อนที่ใครจะขยับตัว ยานสำรวจลำเล็กหน้าตาเหมือนเปลือกมังคุดก็ร่อนลงมาจากฟ้าอย่างรวดเร็ว ประตูยานเปิดออก เผยให้เห็นหญิงสาวในชุดเดรสสีม่วงเข้มดูหรูหราแต่ทันสมัย เธอสวมแว่นกันแดดสีดำสนิทและถือกระเป๋าแบรนด์เนมที่ทำจากหนังมังคุดอวกาศ
"หยุดเดี๋ยวนี้นะจ๊ะพวกเธอ! อย่ามาทำสวนทุเรียนอันทรงคุณค่าเสียหายไปมากกว่านี้!" หญิงสาวคนนั้นถอดแว่นออก เผยให้เห็นดวงตาที่คมกริบแต่มีแววขี้เล่น
"นั่นใครน่ะจ๊ะ!" เฟ้งถามอย่างระแวง
"ฉันชื่อ 'เจ๊มัง'... มาจากสมาคมพิทักษ์ผลไม้จักรวาล" หญิงสาวคนนั้นเดินเข้ามาอย่างมาดมั่น "และฉันมาที่นี่เพื่อขัดขวางไม่ให้ยัยราชินีนั่นเอาเมล็ดเน่าๆ มาปลูกในสวนของญาติฉัน!"
เฟ้งและไอ้จ้อนมองหน้ากัน "ญาติเหรอจ๊ะ?"
เจ๊มังยิ้มมุมปาก "ใช่จ้ะเฟ้ง... ฉันคือลูกสาวของป้าสายใจ... ที่หนีไปแต่งงานกับเจ้าของฟาร์มมังคุดที่ดาวอังคารน่ะ จำไม่ได้เหรอ?"
---
จบตอนที่ 11
ความคิดเห็น
ยังไม่มีความคิดเห็น