ตอนที่ 4: มหกรรมผลไม้ถล่มปฐพี: นักรบกลีบมังคุด ปะทะ ซอมบี้หนามเหล็ก

เสียงขวักไขว่ของลำแสงจากฟากฟ้ากรีดผ่านมวลอากาศสีม่วงลงมายังพื้นดินของสวนหมอนทองพันปี แรงกระแทกจากการแลนดิ้งทำให้อาณาบริเวณรอบโกดังหลังสวนสั่นสะเทือนราวกับแผ่นดินไหวระดับ 7 ริกเตอร์ ฝุ่นละอองกลิ่นทุเรียนกวนฟุ้งกระจายไปทั่ว นางสาวเฟ้งต้องรีบกระโดดหลบหลังเข่งทุเรียนเปล่าพลางใช้มือป้องตาดูเหตุการณ์ที่กำลังจะเกิดขึ้น

"มาแล้วจ๊ะ! หน่วยรบกลีบมังคุด! ขอให้เท่เหมือนในหนังไอ้มดแดงนะจ๊ะท่านจักรพรรดิ!" เฟ้งตะโกนลุ้นจนตัวโก่ง

เมื่อฝุ่นจางลง สิ่งที่ปรากฏต่อหน้าเฟ้งไม่ใช่ยอดมนุษย์ในชุดเกราะรัดรูป แต่เป็นกลุ่มก้อนกลมๆ สีม่วงเข้มขนาดเท่าตุ่มใส่น้ำบ้านสวน พวกมันมีแขนขาที่สั้นป้อมแต่ดูทรงพลัง ผิวหนังภายนอกหนาเตอะขรุขระเหมือนเปลือกมังคุดที่ตากแดดจนแข็ง และที่สำคัญคือพวกมันสวมหมวกกันน็อกที่มีรูปทรงคล้ายขั้วมังคุดสีเขียวสดใส แปะทับด้วยกระจกบังตาตาเดียวขนาดใหญ่ที่ส่องแสงสีแดงวาบๆ

"นี่มัน... ลูกบอลม่วงพิฆาตชัดๆ!" เฟ้งอุทาน "แล้วพวกแกจะวิ่งยังไงล่ะนั่น ขาเกือบมองไม่เห็นเลยนะจ๊ะ!"

ทูตเอเลี่ยนตัวจิ๋วที่ยืนสั่นอยู่ข้างๆ รีบอธิบาย "อย่าดูถูก... หน่วยรบกลีบมังคุด... พวกเขาคือ... สุดยอดนักสู้สายกลิ้ง... ความแข็งแกร่งระดับมังคุดคัด!"

ทันใดนั้น นักรบมังคุดทั้งสิบสองนายก็เริ่มทำสิ่งที่เฟ้งไม่คาดคิด พวกมันหดแขนขาเข้าไปในลำตัว แล้วเริ่มหมุนตัวด้วยความเร็วสูงจนกลายเป็นพายุลูกบอลสีม่วงที่ส่งเสียง "วี้ดๆๆๆ" เหมือนมอเตอร์ไฟฟ้าแรงสูง ก่อนจะพุ่งเข้าใส่กองทัพซอมบี้ทุเรียนสุกเหล็กไหลที่กำลังคำรามก้อง

ตึง! ตึง! โครม!

การปะทะครั้งแรกทำเอาซอมบี้ที่งอกหนามแหลมคมกระเด็นกระดอนไปคนละทิศละทาง หนามทุเรียนที่ว่าแข็งแกร่งกลับทำอะไรเปลือกมังคุดหุ้มเกราะไม่ได้เลยแม้แต่น้อย แถมแรงหมุนเหวี่ยงของนักรบมังคุดยังทำให้หนามเหล่านั้นหักสะบั้นกระจายว่อนเหมือนเศษตะปู

"โอ้โห! สปินเนอร์มังคุดนี่มันแน่จริงๆ!" เฟ้งปรบมือรัวๆ "กลิ้งมันเลยลูกแม่! กลิ้งให้แบนเป็นแผ่นโรตีไปเลย!"

แต่ฝ่ายซอมบี้ของไอ้จ้อนก็ใช่จะยอมง่ายๆ พวกซอมบี้ทุเรียนสุกเหล็กไหลเริ่มปรับกระบวนทัพใหม่ พวกมันยืนล้อมวงกันแล้วหันหลังออกด้านนอก ตั้งการ์ดด้วยหนามแหลมคมที่ยาวขึ้นกว่าเดิมจนดูเหมือนเม่นยักษ์ขนาดมหึมา นักรบมังคุดที่พุ่งเข้าไปชนเริ่มเด้งกลับออกมาเพราะโดนหนามเกี่ยวเกาะจนเสียจังหวะการหมุน

"ฮ่าๆๆๆ นังเฟ้ง! แกนึกว่ามังคุดง่อยๆ พวกนั้นจะสู้สุดยอดนวัตกรรมของข้าได้เหรอ!" เสียงไอ้จ้อนดังมาจากโดรนที่บินโฉบไปมา "ซอมบี้ของข้ามันคือร่างสมบูรณ์! ยิ่งพวกมันเจ็บ พวกมันยิ่งหลั่งสารซัลเฟอร์ออกมาขยายหนาม! คราวนี้แหละ นักรบม่วงของแกได้กลายเป็นลูกชิ้นเสียบไม้แน่!"

"ไอ้จ้อน! แกมันคนใจดำ! ทำกับเพื่อนร่วมอาชีพยังไม่พอ ยังจะมาทำลายผลไม้ไทยอันทรงคุณค่าอีก!" เฟ้งด่ากลับพลางคว้ามีดกรีดทุเรียนคู่ใจขึ้นมา "ในเมื่อมังคุดกลมเกินไปจนเสียบติดหนาม เห็นทีพี่เฟ้งต้องลงไปช่วย 'ปอก' ให้ซะหน่อยแล้ว!"

เฟ้งไม่รอช้า เธอวิ่งเข้าหาแนวรบด้วยท่าวิ่ง "แม่ค้าแบกเข่ง" ที่รวดเร็วและมั่นคง เธอไม่ได้พุ่งเข้าไปตรงๆ แต่เลือกที่จะวิ่งอ้อมไปด้านข้าง ซอมบี้ตัวหนึ่งพยายามฟาดแขนที่มีหนามแหลมใส่เธอ แต่เฟ้งเอี้ยวตัวหลบอย่างพริ้วไหวราวกับนักเต้นบัลเล่ต์ที่กินข้าวเหนียวทุเรียนมาเต็มคราบ

"วิชามีดกรีดเทวะ... กระบวนท่าที่ 1: ปอกเปลือกนอก หลอกเข้าไส้!"

เฟ้งตวัดมีดกรีดทุเรียนด้วยความเร็วที่มองตามไม่ทัน มีดเหล็กกล้าที่ผ่านการลับด้วยหินลับมีดตราห้าดาวพุ่งเข้าตัดขั้วหนามที่กำลังงอกของซอมบี้อย่างแม่นยำ ไม่ใช่เพื่อฆ่า แต่เพื่อ "เปิดช่องว่าง"

"ตอนนี้แหละพ่อมังคุด! กลิ้งเข้าช่องซ้ายเลยจ๊ะ!"

นักรบมังคุดที่เสียจังหวะอยู่เห็นช่องว่างที่เฟ้งเปิดให้ พวกมันรีบเร่งเครื่องหมุนตัวพุ่งลอดใต้แขนซอมบี้เข้าสู่จุดอ่อนบริเวณลำตัวที่ไม่มีหนามปกคลุม การปะทะครั้งนี้รุนแรงจนซอมบี้ยักษ์ตัวนั้นตัวขาดครึ่ง เมือกสีเหลืองทองพุ่งกระจายออกมากลิ่นเหม็นตลบอบอวล

"อื้มหือ... กลิ่นนี้มัน... ทุเรียนป้ายยาขนานแท้!" เฟ้งบ่นพลางปาดเหงื่อ "เหม็นกว่าตีนหมาตอนฝนตกอีกนะเนี่ย!"

ขณะที่การต่อสู้กำลังชุลมุน จักรพรรดิมังคุดที่เฝ้าดูผ่านจอโฮโลแกรมเริ่มรู้สึกว่าสถานการณ์เริ่มคุมยาก "นางสาวเฟ้ง! ระบบตรวจจับพลังงานของข้าพบว่า... มีการเคลื่อนไหวที่ผิดปกติใต้ดินสวนของเจ้า! มันคือพลังงานซัลเฟอร์ที่เข้มข้นจนเครื่องวัดเกือบระเบิด!"

"ใต้ดินเหรอจ๊ะ?" เฟ้งชะงัก "อ๋อ... นั่นมันรากของ 'ต้นหมอนทองพันปี' ไงล่ะท่านจักรพรรดิ! สงสัยมันจะรำคาญเสียงพวกแกสู้กันจนเริ่มตื่นขึ้นมาแล้วล่ะมั้ง"

ทันใดนั้น พื้นดินใจกลางสวนทุเรียนก็เริ่มปริแยกออก รากไม้ขนาดมหึมาสีทองอร่ามพุ่งทะลุขึ้นมาเหนือพื้นดิน มันไม่ได้พุ่งขึ้นมาเฉยๆ แต่มันมีลักษณะเหมือน "งวงช้าง" ที่มีตุ่มหนามเล็กๆ ปกคลุม รากเหล่านั้นเริ่มฟาดเข้าใส่ทั้งซอมบี้และนักรบมังคุดที่อยู่ใกล้ๆ จนกระเด็นกระดอน

"เฮ้ย! ใจเย็นๆ สิแม่คุณ! นี่พี่เฟ้งเองนะ!" เฟ้งตะโกนบอกรากไม้ "อย่าฟาดมั่วสิจ๊ะ เดี๋ยวลูกค้าเอเลี่ยนเขาก็หนีหมดหรอก!"

"นี่มัน... สิ่งมีชีวิตโบราณ!" จักรพรรดิมังคุดอุทาน "พลังงานที่แผ่ออกมา... มันคือพลังงานที่ข้าโหยหา! กลิ่นทุเรียนบริสุทธิ์หมื่นปี!"

บนยานแม่เอเลี่ยนเริ่มมีการเปลี่ยนแผน จักรพรรดิมังคุดไม่ได้สนใจจะช่วยเฟ้งสู้กับซอมบี้อีกต่อไป เขาเริ่มสั่งการให้โดรนลำเลียงอุปกรณ์ขุดเจาะลงมาเพื่อจะฮุบรากไม้ทองคำนั้น

"อ้าว! ท่านจักรพรรดิ! ไหงงั้นล่ะจ๊ะ!" เฟ้งโวยวายเมื่อเห็นโดรนเอเลี่ยนเริ่มยิงลำแสงขุดเจาะลงรอบๆ ต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์ของเธอ "นี่มันของรักของข้าวนะ! จะมาขุดไปเฉยๆ แบบนี้ไม่ได้! ตกลงยังไม่จบเรื่องซอมบี้ ท่านจะมาเป็นขโมยซะเองเหรอจ๊ะ!"

"ในสงคราม... ผลประโยชน์ต้องมาก่อน!" จักรพรรดิตอบอย่างเลือดเย็น "เจ้าจงรับมือกับซอมบี้ไป ส่วนทรัพยากรล้ำค่านี่... ข้าขอรับไปเป็นค่าจ้างช่วยรบก็แล้วกัน!"

สถานการณ์ตอนนี้วิกฤตสุดๆ ด้านหน้ามีซอมบี้หนามเหล็กที่กำลังบ้าคลั่ง ด้านหลังมีรากไม้ทองคำที่กำลังอาละวาด และบนหัวมีเอเลี่ยนที่กำลังจะขโมยต้นไม้พันปี

"ไอ้จ้อนก็ร้าย... เอเลี่ยนก็เลว... แม่ค้าอย่างพี่เฟ้งจะหันไปพึ่งใครได้ล่ะเนี่ย!" เฟ้งกำมีดแน่นจนมือสั่น "ในเมื่อคุยกันดีๆ ไม่รู้เรื่อง เห็นทีต้องใช้ไม้ตายสุดท้ายที่แม่สอนไว้ก่อนตายซะแล้ว!"

เฟ้งวิ่งกลับไปที่กระท่อมปลายสวน เธอไม่ได้ไปเอาอาวุธ แต่เธอไปหยิบ "โทรโข่งสีแดง" รุ่นถ่านตรากบที่เสียบชาร์จทิ้งไว้ พร้อมกับหยิบกระปุก "กะปิอย่างดีจากระยอง" ที่ซ่อนไว้ใต้ถุนบ้าน

"พ่อมังคุดจิ๋ว! หลบไปไกลๆ เลยนะจ๊ะ คราวนี้พี่จะคำรามของจริงแล้ว!"

เฟ้งเปิดสวิตช์โทรโข่งจนเสียงดัง "ครืดๆ" แล้วเธอก็สูดลมหายใจเข้าปอดจนอกขยายใหญ่ขึ้นสองเท่า เธอปีนขึ้นไปยืนบนยอดกองเปลือกทุเรียนที่สูงที่สุด เล็งโทรโข่งไปที่สมรภูมิ

"ฟังให้ดีนะจ๊ะ... ทั้งซอมบี้ ทั้งเอเลี่ยน ทั้งไอ้จ้อน!"

"วิชามีดกรีดเทวะ... ท่าไม้ตายสูงสุด: เสียงคำรามแม่ค้าด่าเจ็ดคาบสมุทร!!!"

"ไอ้พวกไม่มีมารยาท! มาบุกสวนคนอื่นไม่พอยังจะมาแย่งสมบัติชาติ! ทุเรียนลูกละสามร้อยพวกแกเคยซื้อกินมั้ย! ภาษีที่ดินพี่ก็จ่าย! ค่าน้ำค่าไฟพี่ก็รับผิดชอบ! แล้วนี่อะไร! มาทำสวนพี่เละเทะไปหมด! ไอ้จ้อน... แกขายทุเรียนอ่อนยังไม่พอ ยังจะมาเป็นขี้ข้าต่างดาวทำลายชื่อเสียงทุเรียนไทยอีก! ส่วนท่านจักรพรรดิ... ท่านมันเอเลี่ยนหน้ามังคุดใจปลาซิว! ไหนบอกจะมาเจรจาธุรกิจ ไหงมาขุดต้นไม้พี่ล่ะจ๊ะ! รู้มั้ยว่าต้นนี้ปลูกมาตั้งแต่สมัยพระเจ้าเหาแข้งหัก! กลิ่นที่ท่านอยากได้น่ะ ถ้าพี่ไม่เปิดให้ดม ท่านก็จะได้ดมแต่กลิ่นตดพี่เท่านั้นแหละ!!!"

เสียงของเฟ้งผ่านโทรโข่งไม่ได้เป็นแค่คลื่นเสียงธรรมดา แต่มันผสมผสานกับ "พลังน้ำลายไหลหลาก" ที่มีคุณสมบัติในการกัดกร่อนมวลสาร (ทางจิตวิญญาณ) คลื่นเสียงสีทองสั่นสะเทือนไปทั่วชั้นบรรยากาศ จนโดรนขุดเจาะของเอเลี่ยนร่วงลงมาเหมือนแมลงวันโดนยาฉีดมด นักรบมังคุดถึงกับหยุดหมุนแล้วอ้วกแตกออกมาเป็นน้ำมังคุด ซอมบี้หนามเหล็กถึงกับทรุดเข่าลงแล้วเอามืออุดหู (ที่อุดจุกอยู่แล้วแต่มันก็ยังทะลุเข้าไปได้)

"อ้ากกกกก! เสียงนี่มันอะไรกัน!" ไอ้จ้อนตะโกนผ่านลำโพงโดรนที่กำลังจะดับ "แก้วหูข้าจะแตกแล้ว!"

"นี่คือเสียงของความอัดอั้นตันใจของแม่ค้าไทยที่โดนกดขี่จ้ะ!" เฟ้งยังไม่หยุด "ยังไม่จบ! รับนี่ไปกินด้วย!"

เฟ้งเปิดกระปุกกะปิแล้วใช้พัดลมมือถือขนาดจิ๋วเป่ากลิ่นกะปิระยองผสมเข้าไปในคลื่นเสียง กลิ่นกะปิที่เค็มปรี๊ดและฉุนกึกเมื่อปะทะกับกลิ่นทุเรียนพันปีที่ระเหยออกมาจากใต้ดิน เกิดเป็นมวลอากาศประหลาดที่ทำให้ซอมบี้เริ่ม "คัน" ตามตัวอย่างรุนแรง พวกมันเริ่มเกาจนหนามหลุดออกมาเป็นแถบๆ

"คันจังเลย... คันเหลือเกิน..." ซอมบี้บางตัวเริ่มพึมพำออกมาเป็นภาษาคน!

"ได้ผล! กะปิระยองช่วยแก้พิษทุเรียนอ่อนได้!" เฟ้งตาโต "ท่านจักรพรรดิ! ดูสิจ๊ะ! ความนัวของกะปิมันคือยารักษาชั้นยอด! ท่านยังอยากจะขโมยต้นไม้พี่อยู่อีกมั้ย!"

จักรพรรดิมังคุดที่นั่งมึนหัวอยู่ในห้องบัญชาการยานแม่มองดูผลลัพธ์ด้วยความหวาดกลัว "กลิ่นนั่น... มันรุนแรงเกินไป... ระบบประมวลผลของข้าบอกว่า... ถ้าดมกลิ่นกะปิผสมทุเรียนอีก 3 นาที... ยานแม่จะระบบล่มเพราะความนัวเกินพิกัด!"

"ยอมแล้ว! ข้ายอมแล้ว!" จักรพรรดิตะโกนสั่งการ "ถอนกำลัง! หยุดขุดเจาะเดี๋ยวนี้! นางสาวเฟ้ง... เจ้ามันไม่ใช่แม่ค้า... เจ้ามันคือนักรบวิญญาณ!"

ขณะที่เอเลี่ยนเริ่มถอยทัพและซอมบี้เริ่มเสียสติจากการคัน กองทัพของไอ้จ้อนก็เริ่มระส่ำระสาย แต่แล้ว... ท้องฟ้าเหนือสวนทุเรียนก็มืดครึ้มลงอีกครั้ง ลมพายุพัดกระโชกแรงกว่าเดิม มีเสียงเครื่องยนต์ขนาดใหญ่ที่ดังกระหึ่มจนกลบเสียงโทรโข่งของเฟ้ง

"ฮ่าๆๆๆ นึกว่ากะปิจะช่วยแกได้ตลอดไปเหรอนังเฟ้ง! ดูนี่ซะก่อน!"

ท่ามกลางกลุ่มเมฆดำ วัตถุขนาดมหึมารูปทรง "ทุเรียนหมอนทองยักษ์" ที่ทำจากเหล็กกล้าสีดำมะเมื่อมค่อยๆ ร่อนลงมา มันคือหุ่นยนต์รบที่ไอ้จ้อนสร้างขึ้นมาเพื่อการนี้โดยเฉพาะ และที่ยอดหุ่นยนต์นั้น... ไอ้จ้อนนั่งยิ้มแฉ่งอยู่ในห้องควบคุมโปร่งใส

"นี่คือ 'เมก้า-ทุเรียน-บอท' ร่างทำลายล้าง! คราวนี้แหละนังเฟ้ง... ข้าจะบดสวนของแกให้เป็นทุเรียนทอดแผ่นบางๆ เลย!"

เฟ้งมองดูหุ่นยนต์ยักษ์ที่สูงเท่าภูเขาย่อมๆ แล้วหันมามองมีดกรีดทุเรียนจิ๋วในมือ

"ว้าว... ไอ้จ้อน... แกไปเอาทุนมาจากไหนเนี่ย? ขายทุเรียนอ่อนมันรวยขนาดนี้เลยเหรอจ๊ะ?"

สงครามผลไม้ระดับโลกกำลังเข้าสู่ช่วงที่บ้าคลั่งที่สุดเท่าที่เคยมีมา!

8,243 ตัวอักษร

ความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น

แชร์: