“สรุปว่าตอนนั้นที่เธอยื่นกำไลให้ฉันแบบอึกๆ อักๆ ไม่ใช่เพราะกลัวคนพวกนั้นหัวเราะเยาะคะแนนบ๊วยของเธอ แต่เป็นเพราะเธอไม่รู้วิธีถอดกำไลสินะ” หลังจากนั้น ซีฉุนจือก็เพิ่งจะเข้าใจ

ถูหรานยิ้มแหยๆ อย่างกระอักกระอ่วน

เป็นเช่นนั้นจริงๆ

“1000 แต้มนั่นมันเยอะมากเลยเหรอ?” เธอยังคงสงสัยในประเด็นนี้อยู่บ้าง

“พวกเราสองคนทำงานมาตั้งปี รวมกันยังเก็บแต้มได้ไม่ถึงพันเลยนะ แล้วแต้มหมื่นนึงถึงจะเลื่อนขั้นเป็นผู้บุกเบิกระดับกลางได้ เธอว่ามันเยอะไหมล่ะ?” ซีฉุนจือยกมือสองข้างกอดอก พิงหลังกับกำแพง

“เยอะจริงด้วย แล้วระดับกลางกับระดับต้นมันต่างกันยังไงเหรอ?”

“พูดง่ายๆ หกคำ เงินเดือนสูง สวัสดิการดี” ซีฉุนจือแบมือแล้วนับนิ้ว

แน่นอนว่าไม่ว่าโลกไหนๆ สิ่งที่มนุษย์เงินเดือนให้ความสำคัญที่สุดก็คือหกคำนี้จริงๆ

ในฐานะที่โลกเก่าหางานไม่ได้ แต่โลกนี้กลับได้งานราชการ ถูหรานจึงเริ่มมีความหวังกับหกคำที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นสิ่งที่เอื้อมไม่ถึง

“เธอรออีกเดี๋ยว อาหารที่ฉันสั่งไว้กำลังจะมาถึงแล้ว เธอเอากลับไปกินนะ” ซีฉุนจือกล่าว

“ไก่ทอด?”

“อืม” น้ำเสียงของซีฉุนจือราบเรียบ

สีหน้าของถูหรานซึมลง

เธอคิดถึงซากสัตว์ประหลาดไก่ที่ส่งกลิ่นเหม็นคลุ้งตัวนั้น

ซีฉุนจือสังเกตเห็นสีหน้าของเธอจึงยืดตัวขึ้น “เมื่อก่อนนี่ของโปรดเธอเลยนะ หรือว่าเธอความจำเสื่อมจนกระทั่งความชอบก็เปลี่ยนไปด้วยแล้วเหรอ?”

“เปล่าหรอก แค่คิดถึงสภาพกู่เตียวที่ถูกฉันระเบิดตายแล้วมัน… ไม่ค่อยอยากอาหาร” ถูหรานตอบตามตรง

“อีกสองสามวันก็คงอยากแล้ว ใส่ตู้เย็นไว้นะ ไก่ทอดนี่ฉันได้มาด้วยความดีความชอบ ห้ามทิ้งเด็ดขาด” ซีฉุนจือกล่าว

“หมายความว่าไง? ไก่ทอดนี่ไม่ใช่เธอสั่งไว้เหรอ?” ถูหรานไม่เข้าใจว่าไก่ทอดกล่องหนึ่งมันเกี่ยวอะไรกับความดีความชอบของเธอ

“สั่งก็ต้องจ่ายเงินสิ เงินเดือนพวกเราสองคนจะไปเลี้ยงไก่ได้ยังไง” ซีฉุนจือแค่นเสียง “นี่เป็นเพราะว่ามีอยู่ครั้งหนึ่งที่ฉันเดินตอนกลางคืน แล้วบังเอิญเจอกับเหอหลัววัยอ่อนตัวหนึ่งกำลังจะเข้าสิงคน ฉันยิงปืนใส่เปรี้ยงๆ สองนัด ตายคาที่ ช่วยคนนั้นไว้ได้”

“แล้วคนนั้นก็เลยให้รางวัลเป็นไก่ทอดเธอเหรอ?” ถูหรานคาดเดา

“เป็นไปได้ยังไง คนนั้นก็แค่ประชาชนธรรมดา ยังไม่รวยเท่าฉันเลย จะไปซื้อไก่ทอดได้ยังไง?”

“แล้วทำไมล่ะ?”

“ทำไมเธอถึงจำอะไรไม่ได้เลยเนี่ย?” ซีฉุนจือบ่นออกมาคำหนึ่ง ก่อนจะอธิบาย “ก็ไม่ใช่เพราะช่วงนั้นรัฐบาลกลางก่อให้เกิดความไม่พอใจในหมู่ประชาชนหรอกเหรอ ประชาชนทั่วไปคิดว่า ‘เขตแดน’ เป็นที่ที่ภัยพิบัติลงมา ควรจะปิดกั้นทันที แต่รัฐบาลกลางไม่ฟัง แถมยังฝึกผู้บุกเบิกพิเศษเข้าไปสำรวจ สะสมวันแล้ววันเล่า ความขัดแย้งก็ยิ่งลึกซึ้งขึ้น”

“ตอนนั้น ในฐานะผู้บุกเบิก ฉันช่วยประชาชนธรรมดาคนหนึ่งออกมาจากปากสายพันธุ์ต่างพิภพ รัฐบาลกลางก็รีบฉวยโอกาสนี้ควบคุมกระแสสังคม โฆษณาชวนเชื่ออย่างครึกโครม ยกย่องผู้บุกเบิกให้กลายเป็นวีรบุรุษที่จะกอบกู้โลกใบนี้”

“ดังนั้น…” ถูหรานพูดต่อ “รัฐบาลกลางก็เลยให้รางวัลเป็นไก่ทอดเธอ เพื่อตอบแทนที่เธอมีส่วนช่วยในการพลิกสถานการณ์ทางสังคมครั้งใหญ่นี้?”

“ก็ประมาณนั้นแหละ” ซีฉุนจือถอนหายใจ เธอเองก็ไม่รู้ว่าการที่เธอช่วยคนนั้นไว้มันถูกหรือผิด ถ้าไม่ช่วย ตอนนี้ประชาชนก็คงยังประท้วงการจัดตั้งหน่วยสำรวจ ไม่แน่วันใดวันหนึ่งรัฐบาลกลางทนแรงกดดันไม่ไหว อาจจะสั่งระงับการสำรวจเขตแดน ผู้บุกเบิกก็ไม่รู้ว่าจะเหลือรอดสักกี่คน

ถูหรานก็ถอนหายใจออกมาเช่นกัน รัฐบาลกลางนี่ขี้เหนียวจริงๆ ทำความดีความชอบตั้งมากมาย กลับให้รางวัลแค่ไก่ทอดกล่องเดียว?

ไก่ทอดที่ซีฉุนจือได้มาอย่างยากลำบาก ถูหรานปฏิเสธ “งั้นเธอกินเถอะ ปล่อยไว้นานในตู้เย็นมันจะไม่อร่อย”

(จบตอน)

2,915 ตัวอักษร

ความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น

แชร์: