“ก็ดี” ถูหรานเอ่ยตอบ

แม้จะเพิ่งหลับไปได้เพียงสามชั่วโมง ทว่าตอนนี้จิตใจของเธอกลับสดชื่นกระปรี้กระเปร่าอย่างน่าประหลาด

“แล้วยังนึกอะไรไม่ออกเลยหรือ”

จากเงาสะท้อนบนบานประตูลิฟต์โลหะ ถูหรานเห็นแววตาคาดหวังของซีฉุนจือ

“ไม่มี” เธอตอบเสียงเรียบ

ซีฉุนจือเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเปลี่ยนเรื่อง “ทานอาหารเช้ามาหรือยัง” เธอเสริมขึ้น “เธอเป็นคนติดทานอาหารเช้า”

ซีฉุนจือเข้าใจร่างเดิมของเธออย่างลึกซึ้งจริงๆ

ความสัมพันธ์ของทั้งสองคนนั้น เกินกว่าคำว่าเพื่อนสนิทไปมาก ยิ่งเมื่อนึกถึงช่วงเวลาห้าปีที่พวกเธอผ่านการฝึกฝนมาด้วยกัน ก็เรียกได้ว่าเป็นสหายร่วมเป็นร่วมตายเลยทีเดียว

ในโลกเดิมของถูหราน เธอไม่มีเพื่อนสนิท หรือแม้แต่เพื่อนที่รู้ใจสักคน

เมื่อเผชิญกับความห่วงใยของซีฉุนจือในเวลานี้ เธอยังคงรู้สึกไม่คุ้นชินอยู่บ้าง

“ยังไม่ได้ทาน” เธอตอบ

ซีฉุนจือแค่นเสียงเบาๆ “ถ้าเธอยังไม่ยอมทานอะไร ร่างกายคงจะทรุดโทรมหมด”

ถูหรานเม้มริมฝีปากเล็กน้อย ไม่ได้ตอบอะไร

ลิฟต์เคลื่อนลงมาถึงชั้นล่างอย่างรวดเร็ว

เมื่อออกจากลิฟต์ ซีฉุนจือไม่ได้พาเธอไปยังสถานีรถไฟฟ้ารางลอยในทันที แต่กลับแวะเข้าไปในร้านสะดวกซื้อเล็กๆ บริเวณหน้าทางเข้าหมู่บ้านแทน

ร้านสะดวกซื้อที่คับแคบ เต็มไปด้วยสินค้าเบ็ดเตล็ดวางเรียงรายอย่างไม่เป็นระเบียบ

ซีฉุนจือหยิบของเหลวสีชมพูบรรจุขวดมาหนึ่งขวด แล้วจ่ายเงินให้เจ้าของร้าน

เมื่อออกจากร้านสะดวกซื้อ เธอก็ยื่นขวดนั้นให้ถูหราน

ขวดขนาดพอดีมือ บนฉลากเขียนตัวอักษรว่า “น้ำบำรุงรสพีช”

นี่คือ...น้ำบำรุง?

เมื่อครู่เธอสังเกตเห็นว่าในร้านสะดวกซื้อเล็กๆ นั้น มีชั้นวางสินค้าสองชั้นที่เต็มไปด้วยน้ำบำรุงขนาดต่างๆ วางเรียงรายอยู่

ดูเหมือนว่ามันจะเป็นที่นิยมมากทีเดียว

“วันนี้มีงานยุ่ง เธอไม่เติมพลังงานร่างกายคงทานทนไม่ไหว ดื่มระหว่างทางไปเลย ไปถึงจะได้ไม่มีเวลาแล้ว”

เธอก้มลงมองเครื่องมือสื่อสารบนข้อมือ แล้วเดินไปยังสถานีรถไฟฟ้ารางลอย

ถูหรานไม่รู้ว่าวันนี้มีงานอะไรบ้าง แต่เธอเชื่อมั่นในคำพูดของซีฉุนจือ รีบกระดกน้ำบำรุงสองสามอึกจนหมดขวด แล้วรีบตามซีฉุนจือไป ทั้งสองลงรถที่สถานีอาคารบริหาร

นี่เป็นครั้งแรกที่ถูหรานได้เห็นตึกระฟ้าสูงเสียดฟ้าแห่งนี้ในระยะใกล้

เมื่อวานนี้เธอเพียงแค่เห็นป้ายขนาดใหญ่ที่มีตัวอักษร “อาคารบริหาร” เรืองรองด้วยแสงไฟนีออนจากในรถไฟฟ้ารางลอยเท่านั้น

เมื่อปราศจากแสงสีของนีออนในเวลากลางวัน อาคารบริหารกลับดูสง่างามและน่าเกรงขามยิ่งขึ้น

เมื่อเข้าไปข้างใน โลกภายในก็ดูเหมือนจะพลุกพล่านขึ้นมาในทันที

ผู้คนในชุดเครื่องแบบหลากหลายรูปแบบเดินขวักไขว่ ทุกคนก้าวเท้าอย่างมั่นคงและรวดเร็ว บางคนถือแฟ้มเอกสารสวมแว่นตา บางคนสวมชุดรบสะพายอาวุธครบมือ

ไม่มีใครสักคนที่หันมามองถูหรานและซีฉุนจือที่เพิ่งเข้ามา

ถูหรานรักษาระยะห่างจากซีฉุนจือประมาณครึ่งเมตรตลอดเวลา เดินผ่านห้องโถงใหญ่ และรออยู่ที่บริเวณลิฟต์

ระหว่างนั้น ทั้งสองไม่ได้พูดคุยกัน

ที่นี่คืออาคารบริหาร มีกล้องวงจรปิดติดตั้งอยู่ทั่วทุกหนแห่ง ดวงตาของปัญญาประดิษฐ์จับจ้องพวกเธออยู่ทุกวินาที พูดน้อยผิดน้อย ไม่พูดไม่ผิด เรื่องความเป็นความตาย ถูหรานให้ความสำคัญอย่างยิ่ง

ประตูลิฟต์เปิดออก กลุ่มชายฉกรรจ์ในชุดรบสีดำสนิทถือปืนจ่อเข้ามา

ถูหรานยังคงสีหน้าเรียบเฉย ทว่าในใจกลับอดไม่ได้ที่จะชื่นชม ผู้ชายที่สวมชุดรบพร้อมอาวุธครบมือ ช่างดูดีไม่มีใครเทียบได้จริงๆ

ยกตัวอย่างเช่น เซี่ยซวี่คนนั้น

หล่อเหลาจนน่าตกตะลึง

ทว่า ในขณะที่เดินสวนกัน ถูหรานได้ยินเสียงผิวปากแผ่วเบาที่ฟังดูเจ้าชู้ดังขึ้น

ภาพลักษณ์อันงดงามในความคิดของเธอแตกสลายในชั่วพริบตา

ถูหรานหันขวับไปจ้องมอง

แต่ด้วยรูปลักษณ์ที่เหมือนกันราวกับพิมพ์เดียว ทำให้เธอไม่สามารถระบุได้ในทันทีว่าเป็นใคร

ทันใดนั้น หางตาของเธอก็เหลือบไปเห็นเงาตะคุ่มเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว พุ่งออกมาจากด้านหลังของเธอ และเตะเข้าที่แผ่นหลังของชายคนหนึ่งอย่างจัง

คือซีฉุนจือ

ชายผู้นั้นถูกแรงเตะจนเสียหลัก คะมำไปข้างหน้า โชคดีที่คนข้างๆ คว้าตัวไว้ได้ทัน มิเช่นนั้นคงล้มหน้าคะมำไปแล้ว

(จบตอน)

3,236 ตัวอักษร

ความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น

แชร์: