แม้ถูหรานจะวิ่งสุดกำลัง แต่ก็ไม่อาจรอดพ้นเศษซากศพที่กระจัดกระจายราวห่าฝน สาดกระเซ็นเปรอะเปื้อนไปทั้งตัวตั้งแต่ศีรษะจรดเท้า
“โอ้ก…”
ถูหรานกลั้นเสียงสะอื้นไม่ได้ ทั่วร่างไม่มีพื้นที่ปลอดภัย คราบเนื้อเยิ้มและน้ำเลือดส่งกลิ่นเหม็นเน่าคลุ้ง เคล้าคลอกับกลิ่นฉุนแสบจมูกที่ยังคงคละคลุ้งจากแรงระเบิด
เธอไม่คิดที่จะหันหลังกลับไปมองเลยแม้แต่น้อย เพียงจะอยากหนีออกจากที่แห่งนี้ให้เร็วที่สุด
พื้นดินลื่นเหนียว เธอก้าวเดินด้วยความระมัดระวังเป็นพิเศษ แต่ก็ยังพลาดเหยียบเข้ากับวัตถุคล้ายลูกแก้ว ลื่นไถลล้มหงายท้อง
นอนแผ่หรา
ถูหรานรู้สึกราวกับชีวิตดับสิ้น เธอช่างโชคร้ายถึงเพียงนี้
เธอพยายามยันกายลุกขึ้นนั่ง สายตาพลันจับจ้องไปยังต้นเหตุของเคราะห์ร้าย
เม็ดกลมขนาดเท่าเล็บมือถูกห่อหุ้มด้วยเลือดเนื้อ เนื่องจากการเสียดสีเมื่อครู่ เผยให้เห็นประกายสีเงินยวง เธอจึงสามารถสังเกตเห็นได้ในทันที
ถูหรานหยิบมันขึ้นมาเช็ดทำความสะอาดกับแขนเสื้อ ผิวที่แท้จริงของเม็ดกลมนั้นจึงปรากฏชัดขึ้นมา มันวาวราวไข่มุก ทว่าเปล่งประกายสีเงินออกมาจากภายใน
“หรือว่าไอ้ตัวประหลาดนั่นก็เป็นนิ่วเป็นก้อน?”
ไม่มีใครตอบคำถามของเธอ ถูหรานถอนหายใจแผ่วเบา ยัดเม็ดกลมประหลาดนั้นลงในกระเป๋ากางเกง
เก็บไว้ก่อน เผื่อจะมีประโยชน์
แม้ว่าเธอจะพยายามโน้มน้าวตัวเองว่าทุกสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นเพียงความฝัน แต่ความเจ็บปวด กลิ่นเหม็นคาว ความรู้สึกสัมผัส และภาพที่เห็น กลับเป็นจริงอย่างยิ่งยวด เตือนให้เธอรู้ว่านี่ไม่ใช่ความฝันธรรมดา มันมหัศจรรย์และน่าขนลุกราวกับฉากในเกม ที่ปรากฏขึ้นในโลกแห่งความเป็นจริง
หรือกล่าวอีกนัยหนึ่ง เธอทะลุมิติมายังโลกแฟนตาซีที่ไม่สมจริง
แม้จะยากจะยอมรับ แต่ถูหรานก็รีบตั้งสติ
เธอต้องรีบออกจากที่นี่ กลิ่นคาวเลือดที่นี่รุนแรงเกินไป หากมีสัตว์ประหลาดรสนิยมหนักตัวอื่นได้กลิ่นตามมา เธอคงลำบาก
เธอลุกขึ้นยืน กลั้นความรู้สึกคลื่นไส้อาเจียน รีบปาดคราบสกปรกออกจากใบหน้า
เงยหน้าขึ้น ทว่าพลันสบตากับบุรุษร่างสูงสง่า
ฝแม้จะมองข้ามสายตาที่แสดงความรังเกียจและขยะแขยงอย่างโจ่งแจ้งของเขาไปได้ ถูหรานก็ยังรู้สึกตื่นเต้นอย่างยิ่ง
คน! เธอเห็นคนจริงๆ! ดูเหมือนว่าโลกนี้จะไม่ได้มีแต่สัตว์ประหลาด!
ถูหรานก้าวเท้าอย่างรวดเร็วไปยังอีกฝ่าย ระยะห่างค่อยๆ แคบลง เธอสังเกตเห็นป้ายชื่อติดอยู่ที่แขนซ้ายของเขา: เซี่ยซวี่
เขาชื่อเซี่ยซวี่
อีกฝ่ายก้าวถอยหลังไปหนึ่งก้าว พร้อมทั้งยกแขนข้างหนึ่งขึ้น ห้ามปรามเธอไม่ให้เดินหน้าต่อไป
ถูหรานหยุดชะงักอย่างเข้าใจ เธอรู้ดีว่าตอนนี้สภาพของตนเองน่าสมเพชเพียงใด เสื้อผ้าขาดวิ่น มอมแมมส่งกลิ่นเหม็นคาวคลุ้ง เป็นรูปลักษณ์ที่ไม่น่าพิสมัยที่สุดอย่างแน่นอน
เธอพยายามแสดงสีหน้าเป็นมิตร อยากจะทักทายสักคำ แต่เซี่ยซวี่ก็เอ่ยขัดขึ้นเสียก่อน
“เมื่อกี้เธอเล่นใหญ่เกินไปแล้ว”
น้ำเสียงทุ้มนุ่มราบเรียบ ปราศจากอารมณ์ใดๆ
แต่จากมุมที่เขาพูดประโยคนี้ ดูเหมือนว่าเขาจะรู้จักเธอ
ถูหรานรู้สึกยินดีในใจ กำลังจะถามเขาว่าที่นี่คือที่ไหน อีกฝ่ายก็หันหลังเดินจากไปเสียแล้ว
เย็นชาเสียจริง ถูหรานบ่นในใจ
ช่างเถอะ ไว้ค่อยถามทีหลังก็ได้ สิ่งสำคัญในตอนนี้คือตามเขาออกไปก่อน
ถูหรานเดินตามหลังเซี่ยซวี่ในระยะที่ไม่ใกล้ไม่ไกล จ้องมองบุรุษตรงหน้าอย่างเปิดเผย
ต้องยอมรับว่าชุดเกราะของคนผู้นี้เท่ห์ล้ำสมัย
ราวกับตัวเอกในเกมไซไฟ สวมใส่ชุดเกราะภายนอกพร้อมอุปกรณ์ครบครัน ทั้งหมวกเกราะ แขนกล กล้องมองกลางคืน และอื่นๆ อีกมากมาย ทั้งที่ถูหรานรู้จักและไม่รู้จัก
มองเขาแล้วหันกลับมามองตัวเอง ถูหรานรู้สึกแปลกประหลาดว่าเศษผ้าที่เหลืออยู่น้อยนิดของเธออาจจะมีต้นแบบคล้ายกับของเซี่ยซวี่
ยกตัวอย่างเช่น วงแหวนเหล็กที่ข้อมือของเธอ ซึ่งแนบสนิทกับขนาดข้อมือของเธอมาก ขอเรียกว่าวงแหวนเหล็กไปก่อนก็แล้วกัน ถูหรานไม่รู้จักวัสดุที่แน่นอน มันเย็นเยียบ ไม่มีรอยต่อแม้แต่น้อย และเปล่งประกายราวกับผิวน้ำ
ความคิดเห็น
ยังไม่มีความคิดเห็น