ถูหรานหันกลับไปมอง เป็นติงไหน่ชิง นักศึกษามหาวิทยาลัยคนนั้นเอง

“พวกเราอยู่กลุ่มเดียวกันไหม?” ติงไหน่ชิงยิ้มจนตาหยี

ไม่ดีกว่า

ถูหรานส่ายหน้า

เธออยากอยู่กลุ่มเดียวกับบอสใหญ่มากกว่า

ดูท่าทางติงไหน่ชิงก็เป็นเหมือนลูกหมาน้อยใสซื่อ ไร้พิษสง และไร้พลังต่อสู้

ลูกหมาน้อยที่ฟันยังไม่ขึ้น กับไอ้หมาอ่อนหัดที่ไม่รู้อะไรสักอย่าง สองคนนี้รวมทีมกัน ก็ไม่ต่างอะไรจากสุนัขบ้ากัดสายพันธุ์ต่างพิภพ มีแต่ไปแล้วไม่มีวันกลับ

ติงไหน่ชิงกระพริบตาปริบ ๆ อย่างไร้เดียงสา พลางเอ่ยถามด้วยความสงสัย “ถ้าเธอไม่อยู่กลุ่มเดียวกับฉัน แล้วเธอจะอยู่กับใครล่ะ?”

“แน่นอนว่าฉันต้องอยู่กับ…”

ถูหรานเห็นว่าข้างกายเหยาเป้ยมีชายคนหนึ่งยืนอยู่แล้ว ทั้งสองกำลังพูดคุยกัน ดูเหมือนจะตกลงร่วมทีมกันเรียบร้อยแล้ว

ถูหราน “… …”

บอสใหญ่ของเธอถูกใครก็ไม่รู้ชิงตัวไปเสียแล้ว

ซวยแล้ว เธอไม่มีบอสใหญ่คอยนำทาง

มองไปทางคนอื่น ๆ ก็จับกลุ่มกันหมดแล้ว

นอกจากติงไหน่ชิง เธอก็ไม่มีทางเลือกอื่น

ถูหรานมองไปยังติงไหน่ชิงที่ยังคงคว้าแขนเธออยู่

“ปล่อย” ถูหรานพูดด้วยใบหน้าเรียบเฉย

“ได้สิ” ติงไหน่ชิงปล่อยแขนถูหราน พร้อมกับยิ้มจนเห็นเขี้ยวเล็ก ๆ สองซี่

ถูหรานถึงกับพูดไม่ออก กับท่าทางที่ดูไร้พิษสงเช่นนี้

เธอเห็นภาพตัวเองกับอีกฝ่ายถูกสายพันธุ์ต่างพิภพไล่กวดจนหัวซุกหัวซุนแล้ว

“พี่ถูหราน พวกเขากำลังจะออกเดินทางกันแล้ว พวกเรารีบไปกันเถอะ” ติงไหน่ชิงกล่าว ถูหรานสูดหายใจเข้าลึก ๆ พยายามสงบสติอารมณ์ ช่างมันเถอะ ในเมื่อเรื่องมันมาถึงขั้นนี้แล้ว เธอก็ทำได้แค่หวังว่าสายพันธุ์ต่างพิภพในสถานที่ที่พวกเขาจะไปสำรวจนั้นจะจากไปแล้ว

“ได้สิ แต่พวกเราจะไปที่ไหนกัน?”

ติงไหน่ชิงมองแผนที่ที่ฉายออกมาจากเครื่องมือสื่อสาร พลางเกาหัว “พวกเขาเลือกกันหมดแล้ว ตอนนี้เหลือแค่ที่เดียว”

พวกนี้จะรีบร้อนอะไรกันนักหนา อย่างน้อยก็น่าจะให้คนอื่นได้หายใจหายคอบ้างสิ

ถูหรานเปิดแผนที่อย่างจำนน สุดท้ายก็เหลือแค่เขตหนึ่งชื่อว่า เฟิงลี่

ผู้ตายเป็นเจ้าของฟาร์ม

พร้อมกับหน่วยรักษาความปลอดภัยสิบนาย ถูหรานและติงไหน่ชิงขึ้นเฮลิคอปเตอร์ ตรงไปยังเฟิงลี่

บนเฮลิคอปเตอร์ ถูหรานทราบว่าเจ้าของฟาร์มถูกคนงานในฟาร์มพบศพเมื่อเย็นวาน ถูกฝังอยู่ในกองหญ้าแห้ง

ถ้าไม่ใช่เพราะหน้าที่ประจำวันของคนงานคนนั้นคือการให้อาหารม้า ศพก็คงไม่ถูกพบเร็วขนาดนี้

เฮลิคอปเตอร์ลงจอดหลังจากบินขึ้นไปได้ครึ่งชั่วโมง

ทุ่งหญ้าอันกว้างใหญ่สุดลูกหูลูกตาเต็มไปด้วยจุดลงจอด

การเสียชีวิตของเจ้าของฟาร์มทำให้ภรรยาของเขาเศร้าโศกเสียใจอย่างมาก ว่ากันว่าล้มป่วยและไม่ได้ออกมาพบใคร

คนที่ออกมาต้อนรับถูหรานและคนอื่น ๆ คือคนเลี้ยงม้าที่เป็นคนแรกที่พบศพเจ้าของฟาร์ม

เขาเป็นคนผิวดำ พูดภาษาอังกฤษคล่องแคล่ว

เนื่องจากในหมวกกันน็อกมีอุปกรณ์แปลภาษา ถูหรานจึงเข้าใจสิ่งที่เขาพูดได้อย่างง่ายดาย

ชายผิวดำร่างเล็กพาพวกเขาไปยังที่เกิดเหตุ พร้อมกับเล่าเหตุการณ์ให้ฟัง “เมื่อวานเป็นวันเกิดของคุณนายโอลาฟ คุณอีแกนไปที่เมืองตั้งแต่เช้า เขาได้สั่งซื้อปลาทูน่าครีบเหลืองทั้งตัวและตะกร้าผลไม้เมืองร้อนจากเว็บไซต์แหล่งกำเนิดธรรมชาติเมื่อเดือนที่แล้ว เป็นของขวัญวันเกิดให้คุณนายโอลาฟ”

ถูหรานถึงกับตกตะลึงเมื่อได้ยินคำว่าปลาทูน่าครีบเหลืองทั้งตัวและตะกร้าผลไม้เมืองร้อน ต้องรู้ว่าคนธรรมดาในโลกนี้ทำได้แค่กินอาหารสังเคราะห์รสชาติแย่ ๆ ที่วางขายตามตลาด หรือดื่มน้ำผลไม้ปรุงแต่งสารอาหารต่าง ๆ หลายคนทั้งชีวิตไม่เคยกินผลไม้เลยด้วยซ้ำ

ไก่ทอดที่ซีฉุนจือให้เธอเมื่อวาน ยังเป็นสิ่งที่ซีฉุนจือทำคุณงามความดีความชอบให้กับสหพันธ์จนได้มา

เจ้าของฟาร์มคนนี้! ถึงกับ! สามารถ! ซื้อหา! ปลาทูน่าทั้งตัวและตะกร้าผลไม้เมืองร้อนได้!

(จบตอน)

2,940 ตัวอักษร

ความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น

แชร์: