“ไม่มีใครเข้าออกเลยครับ” ทูบินส่ายหน้า “ฟาร์มอยู่ห่างจากตัวเมืองมากเกินไป พวกคนงานจะออกไปซื้อของใช้จำเป็นแค่ช่วงบ่ายวันอาทิตย์เท่านั้น ปกติก็จะอยู่แต่ในฟาร์ม และช่วงนี้ทางคอกม้ากำลังเตรียมปรับปรุง ก็เลยไม่มีลูกค้ามาเที่ยวขี่ม้าที่นี่ด้วยครับ”

ถูหรานสบตากับติงไหน่ชิง

ดังนั้นจึงยืนยันได้ว่า สายพันธุ์ต่างพิภพยังคงอยู่ในฟาร์ม

ถูหรานเดินไปหาทูบิน “ตอนนี้สะดวกที่จะเรียกทุกคนในฟาร์มมารวมตัวกันตรงนี้ไหมคะ? พวกเราจำเป็นต้องตรวจสอบ”

ทูบินครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะพยักหน้าเห็นด้วย แต่ก็เอ่ยด้วยความลำบากใจเล็กน้อย “คนงานธรรมดาไม่มีปัญหาครับ แต่คุณนายป่วยตั้งแต่คุณอีแกนเสียไป ตอนนี้ยังนอนอยู่บนเตียง เกรงว่าจะไม่สะดวกออกมาครับ”

ถูหรานยิ้ม “ไม่เป็นไรค่ะ พวกเราจะไปเยี่ยมคุณนายเอง ตอนนี้ช่วยเรียกคนอื่นๆ มารวมตัวกันก่อนนะคะ”

“ครับ รอสักครู่นะครับ” ทูบินรีบเดินจากไป

ฟาร์มแห่งนี้ใหญ่โตไม่ใช่เล่น การรวบรวมคนงานทั้งหมดคงต้องใช้เวลาพอสมควร

พวกเขายืนรออยู่ที่เดิม ถูหรานเอนหลังพิงเสาที่ค้ำหลังคาโรงเก็บหญ้าเพื่อพักผ่อน

ติงไหน่ชิงเดินเข้ามาหาเธอ ขมวดคิ้วมุ่นแล้วกระซิบถาม “พี่ถูหราน ถ้าสายพันธุ์ต่างพิภพพวกนั้นสิงอยู่ในร่างคนงานพวกนี้ พี่จะดูออกไหมครับ?”

ถูหรานส่ายหน้าตามตรง

รอจนกว่าเธอจะมีพลังมองทะลุได้ ถึงจะมองออกได้ในพริบตา

“แล้วพวกเราจะแยกแยะยังไงว่าใครเป็นสายพันธุ์ต่างพิภพ ใครเป็นคนปกติล่ะครับ?” ติงไหน่ชิงกลุ้มใจ

“ไม่ใช่ว่าสายพันธุ์ต่างพิภพไม่มีความทรงจำของมนุษย์หรอกเหรอ?” ถูหรานกล่าว

“แต่เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของหน่วยงานรัฐบาลกลางประจำรัฐเรกาเคนเพิ่งตรวจสอบด้วยวิธีนี้ไปเมื่อเช้านี้เองนะครับ ให้คนสนิทสองคนถามคำถามกัน ทุกคนตอบได้อย่างถูกต้องแม่นยำหมดเลย”

ถูหรานขมวดคิ้ว เรื่องราวเริ่มไม่ง่ายขึ้นแล้ว “ในเมื่อไม่มีใครเข้าออกฟาร์มเลย ศพของเคนนี อีแกนก็อยู่ที่นี่ แสดงว่าสายพันธุ์ต่างพิภพต้องยังอยู่ในฟาร์ม แล้ว...มันไม่ได้สิงร่างมนุษย์ต่อ แต่ซ่อนตัวอยู่ในที่ใดที่หนึ่งของฟาร์มอย่างนั้นเหรอ?”

เมื่อได้ยินดังนั้น ติงไหน่ชิงก็รู้สึกว่ามีเหตุผล “ถ้าอย่างนั้นพวกเราสแกนด้วยกล้องจับความร้อนก่อนไหมครับ?”

ถูหรานพยักหน้า

ติงไหน่ชิงหันหลังไปสั่งหน่วยรักษาการณ์ หลังจากพูดคุยกันครู่หนึ่ง เจ้าหน้าที่สองนายก็พยักหน้าและรีบเดินจากไป แล้วจะมีวิธีอื่นอีกไหมนะ? ถูหรานจ้องมองปลายรองเท้าของตัวเอง ความคิดมากมายไหลวนอยู่ในหัว โดยไม่รู้ตัว ส้นรองเท้าบู๊ตก็ขุดดินเป็นหลุมเล็กๆ ไปแล้ว

ทันใดนั้น หางตาของเธอก็เหลือบไปเห็นเส้นคดเคี้ยวบนพื้นดินตรงมุมกองหญ้า

มันตื้นมาก หากไม่ใช่สายตาที่เฉียบคมของเจ้าของร่างเดิม เธออาจจะมองข้ามไปเลยก็ได้

ถูหรานรีบเดินไปข้างหน้า ย่อตัวลงและจ้องมองอย่างพิจารณา

ครู่ต่อมา

“ติงไหน่ชิง” เธอเรียก

“ครับ? มีอะไรเหรอครับ?” ติงไหน่ชิงมองไปยังทิศทางที่เธออยู่

ถูหรานรีบกวักมือเรียกเขา

ติงไหน่ชิงเดินเข้าไปหาเธอทันที และย่อตัวลงเช่นเดียวกับเธอ

ตามสายตาของเธอ เขาก็เห็นร่องรอยนั้นด้วย

ถูหรานตั้งคำถาม “นายคิดว่าเส้นโค้งๆ นี่...เหมือนรอยเลื้อยของงูไหม?”

ติงไหน่ชิงครุ่นคิด “ก็เหมือนนะครับ แต่รอยนี้มันสั้นไปหน่อย”

ความจริงแล้ว เส้นโค้งรูปคลื่นนี้ทอดยาวจากบริเวณกองหญ้าไปข้างหน้าไม่ถึงหนึ่งเมตร เนื่องจากพื้นดินเป็นดินร่วน จึงทิ้งร่องรอยไว้

“สั้นจริงๆ ด้วย” ถูหรานเห็นด้วยกับข้อนี้ “แต่ว่า...”

เธอหันไปมองติงไหน่ชิงด้วยความหมายลึกซึ้ง

(จบตอน)

2,741 ตัวอักษร

ความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น

แชร์: