เธอออกมาจากภูเขานั่นเอง

และก่อนที่เธอจะออกมา ตลอดมาเธอวนเวียนอยู่แถวปากทางออก ต่อสู้กับปีศาจไก่ตนนั้น โดยระหว่างนั้น นอกจากเซี่ยซวี่แล้ว เธอไม่เห็นผู้ใดอีกเลย

แต่เมื่อมองความยาวของแถวและอัตราการเคลื่อนที่ คนเหล่านี้ควรจะออกมาเร็วกว่าเธอเพียงไม่กี่นาทีเท่านั้น

เส้นเวลาไม่สอดคล้องกันเลย

เว้นเสียแต่ว่า…

“รูหนอน” หน้าภูเขานั่น เชื่อมต่อกับหลายแห่ง

ถูหรานกระจ่างแจ้ง

แปดเก้าส่วนสิบก็เป็นดังที่เธอคาดการณ์ไว้

แถวเคลื่อนไปข้างหน้าอย่างสม่ำเสมอ บุคคลที่อยู่หัวแถวดึงดูดความสนใจของถูหราน

ยามนี้เธอประหนึ่งทารกแรกเกิด ทุกสิ่งล้วนต้องสังเกตและเรียนรู้อย่างตั้งใจ

ผู้นั้นก็ห่อหุ้มร่างกายมิดชิดตั้งแต่ศีรษะจรดเท้าเช่นกัน

คำว่า “ห่อหุ้มมิดชิด” กลายเป็นความประทับใจแรกเริ่มของถูหรานที่มีต่อโลกใบนี้

ผู้คนในโลกนี้ดูราวกับต้องพร้อมรบอยู่เสมอ ทุกคนมีชุดเกราะโครงกระดูกภายนอก อย่างน้อยที่สุดก็สวมชุดปฏิบัติการ

ทว่าสิ่งที่แตกต่างจากที่เคยเห็นคือ เกราะของคนผู้นี้ดูเทอะทะและหยาบมาก คล้ายนำโล่หลายแผ่นมาประกอบเข้าด้วยกันอย่างลวกๆ แม้แต่ถูหรานที่ไม่มีสายตาทหาร ก็ยังมองออกว่าการเคลื่อนไหวของเขาถูกเกราะจำกัดอย่างเห็นได้ชัด

ถูหรานสงสัยว่าเกราะแบบนี้มีประโยชน์อันใด?

ทนทานต่อการโจมตี?

สิ่งที่น่าสงสัยยิ่งกว่าคือ ผู้นั้นถือแผ่นจออิเล็กทรอนิกส์แผ่นหนึ่ง กำลังยื่นให้ผู้ที่ต่อแถวดูทีละคน ดูเสร็จก็ปล่อยให้ผ่านไป

ดูเหมือนพวกเขายังพูดคุยกันสองสามคำ แต่ถูหรานไม่ได้ยินว่าพูดอะไร

ขณะที่กำลังจะถึงตาเธอ บ่าพลันถูกตบเบาๆ

ถูหรานสะดุ้งเฮือก วันนี้ทุกอย่างที่เกิดขึ้นช่างเหนือจริง เธอเกร็งประสาทมาตลอด พอถูกตบเช่นนี้ จะไม่ตกใจได้อย่างไร “ถูหราน ทำไมเธอตกใจขนาดนี้?!” เสียงหวานใสของหญิงสาวดังขึ้น ในน้ำเสียงเจือไปด้วยรอยยิ้ม

ถูหรานหันกลับไปมอง เป็นหญิงสาววัยเยาว์ เธอทาปากสีแดงเพลิง ยิ้มแย้มอย่างเปิดเผย หมวกกันน็อกถูกหนีบไว้ใต้แขน ดูคล้ายเทพธิดานักบิดในโลกของเธอ

ถูหรานกวาดสายตาอย่างรวดเร็วไปยังป้ายชื่อบนแขนของเธอ: ซีฉุนจือ

ซีฉุนจือมองสำรวจเธอตั้งแต่ศีรษะจรดเท้า เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย “ทำไมคราวนี้สภาพเธอถึงเป็นแบบนี้?”

พลางใช้มือปัดๆ บริเวณจมูก “เหม็นขนาดนี้ เธอไปคลุกคลีอยู่ในท้องพวกสัตว์ประหลาดมาทั้งคืนรึไง?”

ถูหรานส่ายหน้า ตอบตามตรง “ระเบิด…ปีศาจไก่ไปตัวหนึ่ง”

เดิมทีเธอตั้งใจจะหาคำเฉพาะมาเรียกปีศาจไก่ตนนั้น ครุ่นคิดอยู่นานก็หาคำที่เหมาะสมไม่ได้ จำต้องใช้คำว่า “ปีศาจไก่” ไปก่อน

โชคดีที่ซีฉุนจือเข้าใจ

“อ้อ กู่เตียวสินะ ไม่แปลกใจเลย เหม็นตุๆ” สีหน้าของซีฉุนจือดูรังเกียจเล็กน้อย

ที่แท้ปีศาจไก่มีชื่อที่ดูสูงส่งเช่นนี้ ถูหรานพลันเข้าใจอีกครั้ง

ซีฉุนจือส่งเสียง “เชอะ” อย่างหงุดหงิด คิ้วเรียวขมวดมุ่น ถูหรานมองเธออย่างสงสัย

“เธอบ่นอยากกินไก่ทอดมาตั้งนาน ฉันอุตส่าห์สั่งไว้ รอแค่กลับมาคราวนี้จะได้กินด้วยกัน นี่เป็นไงล่ะ หมดอารมณ์เลย” ซีฉุนจือกล่าวอย่างท้อแท้

ถูหรานหวนนึกถึงสภาพปีศาจไก่ที่ถูกระเบิดจนเลือดเนื้อกระจุยกระจาย ไม่กินก็ไม่กินเถอะ อย่างไรเสียชาตินี้คงไม่มีความปรารถนาที่จะกินไก่ทอดอีกแล้ว

ด้านหลังแถวมีผู้คนทยอยเข้ามาเพิ่มขึ้นอีกหลายคน บนร่างกายล้วนมีร่องรอยบาดเจ็บ

มีคนหนึ่งถูกหามเข้ามาบนเปล ขาข้างหนึ่งหายไป เลือดไหลหยดลงพื้นเป็นทางยาว

สถานการณ์ฉุกเฉิน ผู้นั้นไม่ได้ต่อแถว ถูกหามตรงไปยัง “โล่” ที่ดูเทอะทะ “โล่” นั้นหยิบแผ่นจออิเล็กทรอนิกส์ออกมาให้เขาดูตามปกติ

เนื่องจากอยู่ใกล้ ถูหรานจึงเห็นเนื้อหาบนหน้าจอ

“17924 หมายถึงอะไร?”

2,799 ตัวอักษร

ความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น

แชร์: