เธอไม่มีความทรงจำของร่างเดิม คำถามบนจออิเล็กทรอนิกส์นั้นเธอเองก็ตอบไม่ได้!

ถูหรานตระหนักถึงความร้ายแรงของเรื่อง ทั้งยังรู้ว่าข่าวการสูญเสียความทรงจำของตนเองนั้นอาจจะยังบอกใครไม่ได้ในตอนนี้

ขบวนเดินทางเคลื่อนที่ด้วยความเร็วคงที่ ถูหรานแสร้งทำเป็นถามซีฉุนจืออย่างไม่ใส่ใจ “เธอคิดว่าคำถามของฉันคืออะไร?”

“นั่นก็ต้องดูว่าก่อนหน้านี้เธอเขียนอะไรลงไป ฉันจะไปคาดเดาได้ยังไงล่ะ?” ซีฉุนจือไม่ได้สนใจเรื่องนี้

ถูหรานหันหน้ากลับไปอย่างกระอักกระอ่วน เธอได้รับข้อมูลสำคัญอีกอย่างหนึ่ง

ที่แท้คำถามบนจออิเล็กทรอนิกส์นั้นเป็นสิ่งที่ตนเองตั้งขึ้น

แต่รู้แล้วจะมีประโยชน์อันใด? ถูหรานหน้าสลดลง คำถามที่ร่างเดิมเขียนไว้ เธอจะไปคาดเดาได้ยังไง?

เมื่อนึกถึงประสบการณ์เฉียดตายในวันนี้ ถูหรานก็ทอดสายตาไปยังฟ้าอย่างสิ้นหวัง

ทำไม? ทำไมเธอถึงทะลุมิติมาอย่างยากลำบากเช่นนี้!

“โล่” เคลื่อนเข้ามาใกล้เรื่อย ๆ เหลือระยะห่างจากเธอเพียงห้าคน

ไม่มีใครสามารถช่วยเธอได้ ถูหรานตัดสินใจยอมแพ้

หันกลับไปมองซีฉุนจือที่เริ่มเคี้ยวหมากฝรั่งอยู่ด้านหลัง “ถ้าตอบคำถามไม่ได้ แล้วก็ไม่มีการกลายร่าง จะถูกจัดการยังไงเหรอ?”

เมื่อได้ยินเช่นนั้น ซีฉุนจือก็เลิกคิ้วขึ้น “แม้แต่เรื่องนี้ก็ไม่รู้หรือ?”

หัวใจของถูหรานพลันกระตุกวูบ เธออ้าปากเตรียมจะอธิบาย แต่ซีฉุนจือก็พูดแทรกขึ้น “ก็จริง ปกติเธอไม่เคยสนใจเรื่องพวกนี้อยู่แล้ว”

ถูหรานถอนหายใจยาวอย่างลับ ๆ แล้วหัวเราะแห้ง ๆ

“สถานการณ์ที่เธอว่ามานั้นพบน้อยมาก ท้ายที่สุดแล้วก็เป็นคำถามที่อัปโหลดด้วยตัวเองในตอนแรก หากไม่ได้ถูกสิงร่าง จะตอบไม่ได้ได้ยังไงล่ะ? แน่นอนว่าถ้าข้างในนั้นทำสมองกระทบกระเทือนจนเสียสติก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง” ซีฉุนจือกล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบ

“ถ้าข้างในนั้นเกิดอุบัติเหตุจนความจำเสื่อมจริง ๆ ล่ะ?” ถูหรานถามเสียงแผ่ว

“สถานการณ์แบบนั้นน่ะหรือ?” ซีฉุนจือเบ้ปาก ถุยหมากฝรั่งทิ้ง “คงต้องเชื่อมต่อกับเครื่องอ่านความทรงจำแล้วล่ะ ถึงจะตัดสินได้ว่าเป็นความจำเสื่อมจริงหรือไม่”

เครื่องอ่านความทรงจำ?

เพียงแค่ได้ยินชื่อ ถูหรานก็พอจะรู้แล้วว่าเป็นสิ่งใด

ดูเหมือนว่าจุดจบของเธอคงไม่ได้เลวร้ายนัก อย่างมากก็แค่ถูกจับได้ว่าตนเองไม่ได้มาจากโลกนี้ เธอเชื่อว่าสังคมที่มีเทคโนโลยีล้ำหน้าเช่นนี้จะต้องมีใจที่เปิดกว้างอย่างยิ่ง และต้องยอมรับคนนอกโลกอย่างเธอได้อย่างแน่นอน

แต่คำพูดต่อไปของซีฉุนจือกลับทำให้หัวใจของเธอหดเกร็ง

“แต่ว่านะ นอกจากจะเป็นสมาชิกสำคัญจริง ๆ ถึงจะเสียเวลาใช้เครื่องอ่านความทรงจำ เพราะการควบคุมตัวคนที่อาจถูกสิงร่างนั้นก็ต้องใช้กำลังคนและทรัพยากรอยู่แล้ว อีกทั้งเครื่องอ่านความทรงจำก็มีค่ามาก หากคน ๆ นั้นถูกสิงร่างแล้วเกิดคลุ้มคลั่งอาละวาดจนเครื่องเสียหาย ความเสียหายก็จะยิ่งใหญ่เกินไป”

ซีฉุนจือยักไหล่ “ดังนั้น คนระดับพวกเราจึงมีโอกาสสูงที่จะถูกกำจัดทิ้งโดยตรง”

หัวใจของถูหรานพลันเย็นเยียบราวกับตกอยู่ในน้ำแข็ง

“โล่” เดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าเซี่ยซวี่ แสงสีเขียวเรืองรองสาดส่องสำรวจเซี่ยซวี่ตั้งแต่ศีรษะจรดเท้า

เสียงเย็นเยียบของเครื่องจักรดังขึ้น

“‘สมาชิกอาวุโสสถาบันวิจัย’ เซี่ยซวี่ ยินดีต้อนรับกลับบ้าน”

“‘ผู้บุกเบิก’ สมาชิกขั้นต้น ถูหราน ยินดีต้อนรับกลับบ้าน”

ถูหรานอยากจะส่งยิ้มทักทายอย่างสุภาพ แต่ความหวาดกลัวต่อสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นทำให้เธอแม้แต่จะยกมุมปากก็ยังทำไม่ได้

จออิเล็กทรอนิกส์ทำงานตามโปรแกรมที่ตั้งไว้ ตัวอักษรสีขาวเรียบร้อยปรากฏขึ้นบนพื้นหลังสีดำ ราวกับจารึกบนป้ายหลุมศพ

เมื่อถูหรานเห็นข้อความนั้น ดวงตาของเธอก็เบิกกว้างด้วยความตกตะลึงในชั่วขณะ

“สิ่งที่ฉันชอบกินมากที่สุดคือ:”

ร่างเดิมตั้งคำถามแบบนี้ดูจะง่ายเกินไปหรือไม่

ถูหรานไม่กล้าประมาท เธอนึกถึงคำพูดของหญิงสาวด้านหลังที่เอ่ยถึง “ไก่ทอดที่รอคอยมานาน” เธอสูดลมหายใจลึก “ไก่ทอด”

3,062 ตัวอักษร

ความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น

แชร์: